โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทพลิกอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทอง-ผลเลือกตั้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 11.39 น.

เงินบาทพลิกอ่อนค่าช่วงกลางสัปดาห์ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 5 ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย (8 ก.พ.69)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าในช่วงแรกตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลก แต่พลิกด้านอ่อนค่าช่วงกลางสัปดาห์ หลังดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวจากผลการประชุมเฟดและตลาดทองคำถูกขายทำกำไร

เงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงต้น-กลางสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-time high) ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ขาดแรงหนุนในช่วงก่อนการประชุมเฟด และเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงท่าทีไม่กังวลต่อการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าหลุดแนว 31.00 ไปแตะระดับ 30.866 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี 10 เดือนครั้งใหม่ (นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2564)

อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งตลาดประเมินว่า อาจเป็นการเข้าดูแลเพื่อลดความผันผวนของเงินบาทจากทางการ และถูกกดดันต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงจากแรงขายทำกำไร

นอกจากนี้ Sentiment ของเงินดอลลาร์ฯ ยังทยอยฟื้นตัวขึ้นในหลังการประชุมเฟดซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% และมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดประเมินว่า เฟดจะยังไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ ๆ นี้ ขณะที่ คำพูดของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ (ที่เน้นย้ำนโยบายดอลลาร์ฯ แข็งค่าและกล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าแทรกแซงเพื่อทำให้เงินเยนแข็งค่า) และการคาดการณ์รายชื่อประธานเฟดคนถัดไป (ที่ตลาดให้น้ำหนักไปที่นายเควิน วอร์ช) ก็เป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน

อนึ่ง กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายงานเรื่องนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและอัตราแลกเปลี่ยนของคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2569 ซึ่งในรายงานฉบับนี้ไทยถูกเพิ่มชื่อเข้าไปอยู่ในกลุ่มติดตามใกล้ชิด (Monitoring list) ร่วมกับญี่ปุ่น จีน เยอรมนี ไอร์แลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์ ไต้หวันและเวียดนาม อย่างไรก็ดี ปัจจัยนี้ยังไม่มีผลมากนักต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงปลายสัปดาห์

ในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (23 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 26-30 ม.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทย 34,470 ล้านบาท และ 237 ล้านบาท ตามลำดับ

เงินบาท-กราฟค่าเงินบาท

เงินบาท : กรอบสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.00-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทย (8 ก.พ.)

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิต/บริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนม.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนธ.ค. รวมถึงตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม BOE และ ECB (5 ก.พ.) ตลอดจนดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการเดือนม.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษด้วยเช่นกัน

กราฟตลาดหุ้นไทย

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนช่วงกลางสัปดาห์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนในเวลาต่อมา โดย SET Index ย่อตัวลงเล็กน้อยช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมีปัจจัยลบจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์อีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นแรงในเวลาต่อมา โดยขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 1,344.87 จุดท่ามกลางแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มพลังงานจากอานิสงส์ของราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้น รวมถึงแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์ที่ถูกขายในช่วงก่อนหน้านี้

ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงอีกครั้งในช่วงที่เหลือของสัปดาห์หลังจากเฟดมีมติคงดอกเบี้ยในการประชุมนัดแรกของปี พร้อมส่งสัญญาณไม่รีบลดดอกเบี้ย นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ว่าสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มไทยเข้าสู่รายชื่อประเทศที่ต้องจับตาใกล้ชิดด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยในช่วงท้ายสัปดาห์ยังสอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางสัญญาณระมัดระวังของนักลงทุนระหว่างรอติดตามการประกาศผู้ถูกเสนอชื่อประธานเฟดคนใหม่โดยปธน. โดนัลด์ ทรัมป์

ในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,325.62 จุด เพิ่มขึ้น 0.85% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 48,068.02 ล้านบาท ลดลง 14.33% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.88% มาปิดที่ระดับ 209.29 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (2-6 ก.พ. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,300 และ 1,285 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,345 และ 1,355 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB และ BOE ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. ของจีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทพลิกอ่อนค่า จับตาสัปดาห์หน้า 5 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทอง-ผลเลือกตั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...