โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ธรรมนัส” เปิดใจถึงน้องคนเก่า ‘ไม่ใช่ผมไม่เอาเขา แต่เขาไม่เอาผม’ ทั้งที่รักเหมือนลูก

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 04.04 น.

“ธรรมนัส” ลั่น กล้าธรรม ปักหมุด สงขลาเขต 6 ชู ‘มังกร บารมี’ คนรุ่นใหม่ ทำงานทันที พร้อมเปิดใจถึงน้องคนเก่า ‘ไม่ใช่ผมไม่เอาเขา แต่เขาไม่เอาผม’ ทั้งที่รักเหมือนลูก ด้าน ‘อ.แหม่ม’ ไม่สน ใครจะจับมือกับใคร แต่ขอจับมือกับ ปชช.ร่วมพัฒนาพื้นที่

วันที่ 18 ม.ค. 2569 พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่กลางพื้นที่ชายแดนใต้ ณ โรงเรียนปาดังติณสูลานนท์ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ท่ามกลางประชาชนหลั่งไหลแน่นพื้นที่ โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครขึ้นเวทีครบทีม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมปราศรัยช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ได้แก่ นายวงศ์วชิร ขาวทอง ผู้สมัครเขต 5 และนายบารมี ขาวทอง ผู้สมัครเขต 6

บรรยากาศเวทีเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยมีอดีต สส.สงขลา ร่วมขึ้นเวที ได้แก่ นายเดชอิศว์ ขาวทอง (นายกชาย) และ น.ส.สุภาพร กำเนิดผล รวมถึงผู้สมัครภาคใต้ของพรรคกล้าธรรมจากหลายจังหวัด อาทิ ผู้สมัครจากจังหวัดนราธิวาส และผู้สมัคร สส.สงขลาอีกหลายเขต มาร่วมให้กำลังใจอย่างพร้อมเพรียง

โดย น.ส.สุภาพร กล่าวบนเวที เล่าถึงการทำงานตลอด 2 สมัยที่ผ่านมา ที่ทุ่มเททั้งในสภาและพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพสตรีและชุมชนสงขลา โดยเฉพาะเขต 6 พร้อมยอมรับตรงไปตรงมาว่า ตัดสินใจหยุดบทบาททางการเมือง เพราะการเมืองที่บิดเบี้ยวและซับซ้อน ทำให้สิ่งที่ตั้งใจไม่เป็นไปตามหวัง ก่อนย้ำว่า การพัฒนาพื้นที่ชายแดน เศรษฐกิจด่าน โครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำ ถนน และแสงสว่าง ต้องมีผู้สานต่ออย่างจริงจัง ซึ่งเธอมั่นใจว่า “น้องมังกร บารมี ขาวทอง” คือคนที่เหมาะสม ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และจิตสาธารณะตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมขอแรงสนับสนุนจากประชาชน ให้โอกาสคนรุ่นใหม่

ด้านนายบารมี กล่าวปราศรัยว่า ตนจบนิติศาสตร์ เข้าใจว่ากฎหมายใดฉุดรั้งชีวิตประชาชน และพร้อมเข้าไปแก้ไขด้วยมือของตนเอง เส้นทางการทำงานตนเป็นทั้งผู้ช่วย สส. ที่ปรึกษารัฐมนตรี เติบโตมากับการเมืองภาคสนาม ไม่ใช่มีดีแค่นามสกุล ตนไม่แบ่งชนชั้น “คนบ้านเรา” หากใครทำเพื่อพื้นที่ รักประชาชนที่นี่ คือ “คนของเรา” ทั้งหมด วันนี้ความฝันของเขาอยู่ในมือพ่อแม่ แต่วันหน้าอนาคตประเทศจะอยู่ในมือคนรุ่นใหม่ พร้อมเชิญชวนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ กาเบอร์ 6 เปลี่ยนอนาคตไปด้วยกัน

ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวย้ำว่า แม้พรรคกล้าธรรมลงสนามภายใต้ชื่อใหม่ แต่ไม่ใช่พรรคน้องใหม่ เพราะทีมงานทำงานการเมืองร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2561 และผ่านสนามเลือกตั้งปี 2562 มาด้วยกัน สิ่งที่ทำให้พรรคเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คือ “กล้าทำจริง” กล้าชนปัญหา ไม่ยอมให้นายทุนเอาเปรียบเกษตรกร ตั้งแต่การคัดค้านการนำเข้าสินค้าเกษตรที่กระทบชาวบ้าน จนถึงการผลักดันแก้กฎหมาย ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และประกาศก้าวต่อไปคือการยกระดับเป็น “โฉนดครุฑแดง” พร้อมชูนโยบายแก้หนี้อย่างยั่งยืน ตั้ง “ธนาคารเพื่อประชาชน” ลดดอกเบี้ยแพงของธนาคารรัฐ และย้ำว่า แม้หลายพรรคจะพูดว่าจับมือกับคนนั้น ไม่จับมือกับคนนี้ แต่สำหรับพรรคกล้าธรรม จะจับมือกับ สส.มังกร และประชาชน เพื่อพัฒนาเขต 6 อย่างเป็นรูปธรรม

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวช่วงหนึ่งว่า ผมขอประกาศปักหมุดเขต 6 ขอแรงสนับสนุนให้หลานมังกร เป็นตัวแทนคนสะเดา–คลองหอยโข่ง คนที่มีความผูกพันกับพื้นที่ และยกปัญหาจริงของด่านชายแดน เช่น ค่าล่วงเวลา 25 บาท จากกฎกระทรวงล้าสมัยตั้งแต่ปี 2530 กว่า ที่ควรถูกยกเลิกและจัดงบใหม่ ไม่ผลักภาระให้ประชาชน พร้อมชี้ชัดว่า โลกเปลี่ยน กฎหมายเก่าต้องแก้ ไม่ใช่ปล่อยให้คนเดือดร้อน

ร.อ.ธรรมนัส ยังย้ำถึงการที่พรรคกล้าธรรมให้เกียรติพี่น้องชาวมุสลิมภาคใต้ โดยให้ความสำคัญกับตัวแทนมุสลิมทั้งในฐานะรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด พร้อมยืนยันความจริงใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ปิดท้ายด้วยการปลุกพลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ เลือก “มังกร เบอร์ 6” เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ยังได้เปิดใจเล่าถึงนักการเมืองรุ่นน้องรายหนึ่งที่เคยอยู่เคียงข้างกันมา แต่วันนี้ย้ายไปอยู่กับคนอื่น และบอกคนในพื้นที่ว่าผมไม่เอาเขา ผมยืนยันต่อหน้าไฟ ไม่ใช่ผมไม่เอาเขา แต่เป็นเขาที่ไม่เอาผม ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะมีชาวบ้านถามผมมาเยอะว่าทำไมถึงไม่เอาเขา ที่ผ่านมา ผมเคยให้โอกาสอย่างเต็มที่ ทั้งผลักดันตำแหน่ง เป็นรองโฆษกรัฐบาล เป็นผู้ช่วย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี เพราะรักเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง การเมืองของผม ถ้ารักคือรักจริง ให้ใจก็ให้หมด แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเดินออกไป ทั้งที่ผมเพิ่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาผมในช่วงเช้า

"ปวีณา" นำทีมผู้สมัครสส.กทม.พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ศาสนิกชนชาวฮินดูและซิกข์ ย้ำปัญหาสังคมต้องแก้ที่ต้นตอ ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศ

นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม และนายนิกร ซัจเดว์ สส.บัญชีรายชื่อ ทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม นำคณะผู้สมัคร สส.กทม. พรรคกล้าธรรม เดินทางไปเยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดีย รวมถึงศาสนิกชนชาวฮินดูและซิกข์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะในการร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

โดยจุดแรก นางปวีณา และคณะเดินทางไปยัง "วัดเทพมณเฑียร" หรือ สมาคมฮินดูสมาช ถนนศิริพงษ์ แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยได้เข้ากราบสักการะองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ภายในศาสนสถาน ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะกรรมการวัดและพี่น้องประชาชนที่มาทำบุญ ในโอกาสนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของชุมชนชาวไทยเชื้อสายอินเดียในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจย่านเมืองเก่า และแนวทางการส่งเสริมสวัสดิการสังคมให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

ต่อมาเวลา 11.40 น. นางปวีณาและคณะได้เดินทางไปยัง "คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา" หรือ วัดซิกข์ ย่านลิตเติ้ลอินเดีย พาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นวัดซิกข์แห่งแรกในประเทศไทยและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวซิกข์ โดยคณะได้เข้ากราบพระมหาคัมภีร์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนร่วมพูดคุยกับคณะกรรมการวัดเพื่อรับฟังปัญหาเชิงลึกด้านการประกอบอาชีพ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ จากคนในชุมชน

นางปวีณา หงสกุล กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาพบปะพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ตลอดจนศาสนิกชนชาวฮินดูและซิกข์ ปวีณาและทีมงานพรรคกล้าธรรมตั้งใจมาเพื่อ "ฟังมากกว่าพูด" เพราะพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดียคือส่วนสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ความคิดเห็นที่ได้รับในวันนี้สะท้อนถึงความปรารถนาดีที่ทุกคนมีต่อประเทศชาติ ข้อมูลทั้งหมดทั้งในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจ พรรคกล้าธรรม จะนำไปกลั่นกรองเป็นนโยบายที่จับต้องได้จริง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่เข้มแข็งร่วมกันต่อไป

สำหรับผูัสมัครสส.กทม.ที่ร่วมลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนพี่น้องชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ศาสนิกชนชาวฮินดูและซิกข์ ในวันนี้ ได้แก่ ผู้สมัคร กทม.เขต 1 นายอัครพล คฤหเดชรัตนา, เขต 3 นายนรุตม์ชัย บุนนาค, เขต 5 นายศุข ศักดิ์ณรงค์เดช,เขต 6 จ่าสิบเอก ณรงค์ชัย เมืองครอง เขต 7 นายศุภฤทธิ์ มั่นนทีรัย,เขต 8 นางสาวพิมพ์ณดา ธีระประจักษ์ชาติ,เขต 10 นายดิษยะฤทธิ์ รู้ดี ,เขต 13 นายเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์,เขต 14 นายศรราม สีบุญเรือง
เขต 15 นางสาวปวริศา คุณาวรนนท์, เขต 19 นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ,เขต 21 นางสาวมินทร์ชิสา มณีนนทเศรษฐ์,เขต 22 นายชณทัต รินน์นพคุณ
เขต 23 นายณัฐธนินทร์ เลิศเตชะสกุล, เขต 31 พันตำรวจโทหญิง รักตาภา วงษ์ยอด ,เขต 32 นายปารเมศ เอี่ยมศิลา และ เขต 33 นายกฤษณ์ สุริยผล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...