โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์” ทำผลตอบแทน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 17.31 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 10.31 น.

"กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์" กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำผลตอบแทน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้ง รับอานิสงส์หุ้นเทค-การเงิน-เหมืองแร่พุ่งแรง

วันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 05.16 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ (Norway’s sovereign wealth fund) ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์ราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ รายงานผลตอบแทนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568

โดยทำกำไรได้ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี การเงิน และเหมืองแร่

ณ สิ้นปีที่ผ่านมา มูลค่าทรัพย์สินรวมของกองทุนอยู่ที่ 21.27 ล้านล้านโครนนอร์เวย์ หรือประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยผลตอบแทนตลอดปี 2568 อยู่ที่ 13.46 ล้านล้านโครน หรือราว 1.38 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นผลตอบแทนรายปีสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนในช่วงทศวรรษ 1990 แม้ผลตอบแทนรวมจะต่ำกว่าดัชนีอ้างอิงอยู่ 0.28 จุดเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

พอร์ตการลงทุนในหุ้น ซึ่งคิดเป็นประมาณ 71% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ให้ผลตอบแทนสูงถึง 19.3% ในปีเดียว ขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้ให้ผลตอบแทน 5.4% อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด 4.4% และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนโดดเด่นที่ 18.1%

กองทุนดังกล่าวบริหารโดย Norges Bank Investment Management ในนามของประชาชนชาวนอร์เวย์ จัดตั้งขึ้นเพื่อนำรายได้ส่วนเกินจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซไปลงทุนระยะยาว ปัจจุบันถือหุ้นในกว่า 7,000 บริษัท ใน 60 ประเทศทั่วโลก โดยการลงทุนที่มีมูลค่าสูงสุดของกองทุน ได้แก่ การถือหุ้นใน Nvidia 1.3% Apple 1.2% และ Microsoft 1.3%

นิโคไล ทังเกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NBIM ระบุว่า หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี การเงิน และวัตถุดิบพื้นฐาน เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของผลตอบแทนรวม โดยเฉพาะหุ้นเหมืองแร่ เช่น Fresnillo ซึ่งเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา หลังราคาซิลเวอร์พุ่งแรง

ในภาคการเงิน กองทุนถือหุ้นรายใหญ่ในธนาคารระดับโลกหลายแห่ง อาทิ Bank of America, JPMorgan Chase และ Goldman Sachs รวมถึงธนาคารยุโรปอย่าง Santander, UBS, HSBC และ UniCredit ซึ่งกลุ่มธนาคารยุโรปถือเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนสำคัญในช่วงไม่กี่ปีหลัง

โดยรวมแล้ว มูลค่ากองทุนเพิ่มขึ้นกว่า 1.53 ล้านล้านโครนนอร์เวย์ หรือราว 159,000 ล้านดอลลาร์ ตลอดปี 2568 ตอกย้ำบทบาทของกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในฐานะผู้เล่นสำคัญในตลาดการเงินโลก

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...