โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บีโอไอผนึกหอการค้าไทย รับมือการค้าโลกยุคใหม่ ดัน SMEs ไทยสู่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมอนาคต

Businesstoday

อัพเดต 27 ก.พ. เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. เวลา 07.43 น. • Businesstoday

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ จับมือ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในบริบทการค้าโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งมาตรการทางการค้า ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี

การหารือครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ระหว่างผู้บริหารบีโอไอ นำโดย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย มีเป้าหมายชัดเจนในการออกแบบ “กลไกเชิงรุก” เพื่อผลักดัน SMEs ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

โลกการค้าเปลี่ยน เกมใหม่ของ SMEs ไทย

เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งจาก

  • ความตึงเครียดทางการค้า
  • การปรับโครงสร้างซัพพลายเชนโลก (Supply Chain Relocation)
  • มาตรฐานสิ่งแวดล้อมใหม่
  • การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI

บีโอไอประเมินว่า การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศจะเกิด “ผลประโยชน์สูงสุด” ก็ต่อเมื่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนเหล่านั้นได้จริง ไม่ใช่เพียงเป็นผู้รับผลกระทบจากการแข่งขัน

5 วาระความร่วมมือ พลิกโฉม SMEs ไทย

1. ยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

สนับสนุนให้ SMEs นำระบบอัตโนมัติ ดิจิทัล AI และเทคโนโลยีสีเขียวมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยได้รับ

  • สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ
  • สินเชื่อพิเศษจากธนาคารพันธมิตร
  • ช่องทางเข้าถึงมาตรการผ่านศูนย์ SMEs ของหอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ

เป้าหมายคือเพิ่ม Productivity และลดต้นทุนระยะยาว

2. สร้างบุคลากรไทยทักษะสูง รองรับอุตสาหกรรมใหม่

ภายใต้โครงการ Skill Bridge ของรัฐบาล บีโอไอสนับสนุนค่าฝึกอบรมสูงสุด 40,000 บาทต่อคน สำหรับหลักสูตรที่ผ่านความเห็นชอบจากกระทรวง อว.

หอการค้าไทยจะช่วยเชิญชวนบริษัทสมาชิกส่งพนักงานเข้าร่วมพัฒนาทักษะขั้นสูง รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น

  • ระบบอัตโนมัติ
  • หุ่นยนต์
  • ดิจิทัลเทคโนโลยี
  • อุตสาหกรรมสีเขียว

3. เชื่อม SMEs ไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเป้าหมาย

บีโอไอจะเร่งเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมเพื่อการส่งออก อาทิ

  • ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์

แนวทางครอบคลุมตั้งแต่

  • การจัดหาชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content)
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • การร่วมทุนระหว่างไทย–ต่างชาติ

4. เพิ่มน้ำหนักภาคบริการ–ท่องเที่ยว ควบคู่ภาคการผลิต

ภาคบริการและท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศ และมี SMEs อยู่จำนวนมาก จึงมีข้อเสนอให้ขยายการส่งเสริมให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มศักยภาพแข่งขันระดับสากล

5. ลดอุปสรรค เพิ่มความสะดวกทำธุรกิจ

ผ่านกลไก Thailand FastPass และความร่วมมือเชิงระบบระหว่างบีโอไอกับหอการค้าไทย เพื่อให้ SMEs เข้าถึงมาตรการภาครัฐได้รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดต้นทุนเวลาในการดำเนินธุรกิจ

เป้าหมายใหม่: จากผู้ตามสู่ผู้เล่นหลักเศรษฐกิจไทย

นายนฤตม์ ระบุว่า บีโอไอจะทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชน รับฟังเสียงผู้ประกอบการในภาคปฏิบัติ เพื่อนำไปออกแบบมาตรการที่ “ตรงจุด” และสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูด FDI กับการเสริมความแข็งแกร่งผู้ประกอบการไทย

ขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ย้ำว่า ภาคเอกชนต้องการความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายรัฐ เพื่อให้ SMEs สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต เข้าถึงตลาดใหม่ และเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้อย่างแท้จริง

บทสรุป: ความร่วมมือรัฐ–เอกชน กุญแจเศรษฐกิจไทยยุคใหม่

การผนึกกำลังระหว่างบีโอไอและหอการค้าไทยครั้งนี้ สะท้อนแนวทางเชิงรุกของไทยในการรับมือโลกการค้าใหม่ ที่ไม่ได้เน้นเพียงการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ แต่เน้นการ “ปั้นผู้ประกอบการไทย” ให้เติบโตไปพร้อมกัน

หากมาตรการทั้ง 5 วาระขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง SMEs ไทยอาจไม่ใช่เพียงฐานเศรษฐกิจในประเทศ แต่จะกลายเป็นกำลังหลักของอุตสาหกรรมอนาคต และเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนโลกอย่างมั่นคงในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...