โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายพัฒน์ กางข้อกฎหมายปม ปู-เด๋อ มรดกจะเป็นของใคร?

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 09.37 น. • The Bangkok Insight

ทนายพัฒน์ กางข้อกฎหมายปม ปู-เด๋อ มรดกจะเป็นของใคร? โดยโพสต์รายละเอียดเอาไว้บนเฟซบุ๊ก ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026

เป็นอีกหนึ่งโพสต์ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย เมื่อเพจเฟซบุ๊ก ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026 ได้มีการเผยข้อกฏหมายเกี่ยวกับกรณีของนักแสดงชื่อดัง ปู กนกวรรณ กับนักแสดงตลกอย่างเด๋อ ดอกสะเดา มีข้อกฎหมายที่อาจจะเกี่ยวข้อง เพื่อให้สังคมเปรียบเทียบกฎหมาย

ทนายพัฒน์ กางข้อกฎหมายปม ปู-เด๋อ มรดกจะเป็นของใคร?

ล่าสุด เพจ ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026 ได้โพสต์รายละเอียดเอาไว้ว่า “กรณีของ ปู กับ เด๋อ มีข้อกฎหมายที่อาจจะเกี่ยวข้อง เพื่อให้สังคมเปรียบเทียบกฎหมาย ดังนี้

1. ถ้า ปู ไม่รู้เรื่องที่ เด๋อ จดทะเบียนสมรสมาก่อนเลย เพราะถูก เด๋อ หลอกและปิดบังไว้ และภริยาที่จดทะเบียนสมรสก็ไม่เคยมาแสดงตัว กรณีนี้ ปู อ้างได้ว่า ตนเองไม่รู้ว่าเด๋อมีภริยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ก่อนแล้ว โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่า “ไม่รู้และไม่สามารถรู้ได้”

เทียบ คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 748/2568

การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่น ที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตน ในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่ หญิงดังกล่าว ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยหญิงดังกล่าวจะต้องทราบว่าชายนั้นมีภริยาแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิภริยาด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน ถ้าหญิงคนดังกล่าวไม่ทราบ ก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน

2. ส่วนภริยาที่จดทะเบียนสมรสกับ เด๋อ นั้น รู้มาโดยตลอดว่า เด๋อ กับ ปู นั้น ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสามีและภริยา เพราะเรื่องของเด๋อกับปู นั้นเป็นข่าวที่ถูกเผยแพร่มานาน ดังนั้น จึงถือว่าภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของ เด๋อ นั้น รู้ว่าเด๋อคบหากับปู เมื่อไม่ได้มาเรียกร้องสิทธิหรือฟ้องหย่าใด ๆ เลยนั้น จึงถือว่าภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของ เด๋อ นั้น ยินยอมให้เด๋อคบหากับปูได้ ดังนั้น ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงฟ้องปู เรียกค่าทดแทน ตามมาตรา1523 วรรคสอง ของ ป.พพ. ไมได้ เพราะถือว่าตนเองยินยอมและยอมรับให้เด๋อคบหากับปูได้

3. สำหรับทรัพย์สินที่ ปู กับ เด๋อ ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างคบหาเป็นครอบครัวกันนั้น ให้ใช้หลักเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ถ้าจะต้องแบ่งกันก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง

เทียบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2567

“โจทก์และจำเลยตกลงอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยาด้วยใจสมัครแม้จะไม่มีการสู่ขอ ไม่มีสินสอด ไม่ได้จัดพิธีแต่งงานกันตามประเพณี และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิหน้าที่ในทางทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นสินสมรสเช่นอย่างสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการอยู่ร่วมกันเช่นนี้มิใช่เป็นเหมือนหุ้นส่วนและไม่เข้าลักษณะของบทกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท เพราะมิใช่ข้อตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรตามความใน ป.พ.พ. มาตรา 1012 แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหามาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่ด้วยกันฉันสามีภริยานั้น ย่อมเป็นกรรมสิทธิ์รวมหรือเจ้าของรวมซึ่งต้องบังคับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357”

4. ทรัพย์สินในส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์รวมของ เด๋อ ถือว่าเป็นทรัพย์สินของ เด๋อ ถ้า เด๋อ ยังไม่เสียชีวิต เด๋ อจะให้แก่ใครก็ได้ หรือจะทำพินัยกรรมให้แก่ใครก็ได้ทั้งนั้น แต่หาก เด๋อ เสียชีวิตไปโดยที่ไม่ได้ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินในส่วนนี้ก็จะตกเป็นมรดกของ เด๋อ ซึ่งทายาทที่มีสิทธิในการรับมรดก ก็จะมีดังนี้

1. ภริยาที่จดทะเบียนสมรส

2. ลูกของเด๋อกับภริยาที่จดทะเบียนสมรส

3. ลูกของเด๋อกับปู

ส่วน ปู ไม่ใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเพียงเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันกับเด๋อ จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของเด๋อ

5. ภริยาของเด๋อ ไม่สามารถฟ้องเรียกทรัพย์ในส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของ ปู ได้ โดยจะอ้างว่าเป็นทรัพย์สิน เด๋อ ก็ไม่ได้ เพราะ ปู กับ เด๋อ เป็นเจ้าของกรรมิสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างคบหากัน ปู กับ เด๋อ จึงต้องแบ่งทรัพย์สินกันคนละครึ่ง

6. ภริยาที่จดทะเบียนสมรสกับ เด๋อ จะฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก ปู ไม่ได้ ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ

(1) ภริยาที่จดทะเบียนสมรส ทราบมาโดยตลอดว่า ปู กับ เด๋อ คบหากันอย่างสามีภริยา จึงถือว่า เป็นการยินยอมหรืออนุญาตให้ เด๋อ คบหากับ ปู ได้ ภริยาที่จดทะเบียนสมรสจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนเพราะเหตุเป็นชู้ได้ ตาม มาตรา 1523 วรรคท้าย ของ ป.พพ. ซึ่งบัญญัติว่า

“ถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตามมาตรา 1516 (1) (ยอมให้อุปการะหรืออยู่กินกับหญิงอื่นได้) คู่สมรสไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนได้”

(2) ถ้า ปู ไม่ทราบว่า เด๋อ มีภริยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ก่อนแล้ว ปู สามารถปฏิเสธได้ โดยอ้างว่าไม่รู้ เทียบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4656/2567 ”

ทั้งนี้ การวินิจฉัยข้อกฎหมายย่อมขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ครบถ้วนและคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดแล้วเท่านั้น ที่จะวินิจฉัยยุติว่าใครผิดใครถูกอย่างไร”

ขอบคุณที่มาข้อมูล : ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...