โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก Wiggle Wiggle แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์จากเกาหลี เมื่อ ‘ความน่ารัก’ กลายเป็นธุรกิจระดับโลก

The Momentum

อัพเดต 4 มีนาคม 2569 เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

ในยุคที่สินค้าไลฟ์สไตล์แข่งขันกันด้วยฟังก์ชันและราคา แบรนด์จากเกาหลีใต้รายหนึ่งเลือกเดินอีกทาง ทำให้ความสนุกกลายเป็นจุดเด่นของสินค้า

Wiggle Wiggle ไม่ได้ขายแค่ของใช้ แต่ขายอารมณ์ของชีวิตประจำวัน และนี่คือเหตุผลที่แบรนด์สีสันจัดจ้านแบรนด์นี้เติบโตจากดีไซน์สตูดิโอเล็กๆ สู่ Global Lifestyle Brand

1. เริ่มต้นจากสตูดิโอดีไซน์

Wiggle Wiggle ก่อตั้งในปี 2014 โดยบริษัทดีไซน์ Artshare ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นรู้จักจากงานออกแบบที่กล้าเล่นกับสีสัน ลายกราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ และการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยผลงานชิ้นแรกๆ เริ่มต้นจากการออกแบบเคสมือถือและอุปกรณ์ตกแต่งมือถือ

หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นคือ การออกแบบที่ใช้สีสันที่สดจัด ลายกราฟิกที่เปี่ยมไปด้วยความขี้เล่น และคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวภายใต้กลิ่นอายความสนุกแบบ Pop Culture สิ่งนี้ได้กลายเป็น DNA สำคัญของแบรนด์ และทำให้แบรนด์ขยายตัวไปสู่ทุกหมวดหมู่สินค้า

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงในเกาหลี แบรนด์ยังได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำมากมาย และสร้างฐานกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นในกลุ่ม Gen Z และคนรุ่นใหม่

2. จาก Mobile Accessory สู่ Lifestyle Universe

Wiggle Wiggle เริ่มต้นสร้างชื่อจากการเป็นแบรนด์สินค้าไอทีที่ครองใจผู้ใช้งานด้วยดีไซน์โดดเด่น แต่ก้าวที่สำคัญกว่าคือ การค่อยๆ ขยายขอบเขตจากเพียงเคสมือถือไปสู่หมวดหมู่สินค้าที่ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นและเครื่องประดับ ของใช้และของแต่งบ้าน อุปกรณ์สำหรับการเดินทาง ไปจนถึงไอเทมแคมปิงและไลฟ์สไตล์เอาต์ดอร์ ส่งผลให้แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายสินค้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น Lifestyle Universe ที่เข้าไปแทรกซึมอยู่ในกิจกรรมตลอดทั้งวันของผู้บริโภค

3. IP Character คือสินทรัพย์ ไม่ใช่แค่ลายกราฟิก

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Wiggle Wiggle แตกต่างจากแบรนด์ไลฟ์สไตล์ทั่วไปคือ การมองคาแรกเตอร์เป็นทรัพย์สินทางธุรกิจ (Brand IP) ไม่ใช่เพียงลวดลายตกแต่งสินค้าเท่านั้น แบรนด์พัฒนาตัวละครอย่าง Wiggle Bear, Smile We Love และ Little Play Bunny ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ ใครเห็นก็จดจำได้ทันที

คาแรกเตอร์เหล่านี้ถูกนำไปใช้มากกว่าการพิมพ์ลงบนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Photo Zone ในร้านค้า การออกแบบพื้นที่ในร้าน การต่อยอดสู่โปรเจกต์คอลแลบกับพาร์ตเนอร์ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นสินค้าที่ระลึกในรูปแบบต่างๆ

ส่งผลให้แบรนด์สามารถขยายโอกาสทางธุรกิจผ่าน Licensing และความร่วมมือมากกว่า 100 โปรเจกต์ทั่วโลก โมเดลการเติบโตลักษณะนี้จึงทำให้ Wiggle Wiggle มีโครงสร้างธุรกิจใกล้เคียงบริษัทบันเทิงหรือผู้สร้างคอนเทนต์ IP มากกว่าการเป็นผู้ผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์แบบดั้งเดิม

4. Retail Store ≠ Experience Park

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ Wiggle Wiggle เติบโตอย่างรวดเร็วคือ การนิยามร้านค้าใหม่ จากพื้นที่ขายสินค้าให้กลายเป็น จุดหมายปลายทางเชิงประสบการณ์ หรือเสมือน Experience Park มากกว่าร้านรีเทลทั่วไป

โดย Flagship Store ของแบรนด์ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้เวลาและมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้จริง ภายในร้านประกอบด้วย Photo Zone หลายชั้น พื้นที่ Themed Space ที่ให้บรรยากาศคล้ายสวนสนุก และ Interactive Installation ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับคาแรกเตอร์และโลกของแบรนด์อย่างเต็มรูปแบบ

แนวคิดนี้ทำให้ร้าน Wiggle Wiggle กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในตัวเอง สาขาเมียงดงในกรุงโซล มีผู้เข้าชมมากกว่า 1 หมื่นคน ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว โดยกว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ Flagship Store ในเกาหลี จีน และญี่ปุ่น สามารถดึงดูดผู้เข้าชมรวมกันได้สูงถึง 4 ล้านคนต่อเดือน และสร้างรายได้จากกิจกรรมอีเวนต์ภายในร้านเฉลี่ยถึง 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน

นอกจากนี้ กระแสในต่างประเทศยังเติบโตต่อเนื่อง สาขาฮาราจูกุได้รับเลือกให้นำเสนอในรายการโทรทัศน์ระดับชาติของญี่ปุ่น ส่วนสาขาเซี่ยงไฮ้ติดอันดับ POP SHANGHAI TOP 100 สะท้อนสถานะของร้านที่ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นจุดเช็กอินสำคัญของเมือง

5. Collaboration Economy โตผ่านแบรนด์อื่น

อีกหนึ่งกลไกการเติบโตสำคัญของ Wiggle Wiggle คือการใช้กลยุทธ์ Collaboration หรือการขยายแบรนด์ผ่านความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ แทนการลงทุนสร้างสินค้าและช่องทางจำหน่ายด้วยตัวเองทั้งหมด แบรนด์นำเอกลักษณ์ด้านดีไซน์และคาแรกเตอร์ IP ไปต่อยอดร่วมกับคาเฟ่ แบรนด์อาหาร องค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงการออกสินค้า Limited Edition ตามแต่ละประเทศ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้ตลาดอยู่เสมอ

ตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับ Twosome Place ในช่วงเทศกาลชูซอก ซึ่งนำดีไซน์สีสันและคาแรกเตอร์ของแบรนด์ไปออกแบบเซตของขวัญพิเศษ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สินค้าดั้งเดิมและสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน Wiggle Wiggle ยังขยายสู่แฟชั่นผ่านการคอลแลบกับแบรนด์ GENTLEWOMAN โดยพัฒนาไลน์สินค้าแบบครบชุด ตั้งแต่ลอนจ์แวร์และลุคสปอร์ตสบายๆ เสื้อผ้าเด็กเนื้อผ้านุ่ม ไปจนถึงเครื่องประดับและไอเทมไลฟ์สไตล์อย่างกระเป๋า หมอน พวงกุญแจ รวมถึงรองเท้าและสินค้าพิเศษที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสนุกและความอิสระของแบรนด์

โมเดลธุรกิจลักษณะนี้จึงสามารถสรุปได้ว่าเป็นสูตร Design IP ร่วมกับ Partner Distribution ซึ่งช่วยให้ Wiggle Wiggle ขยายตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในโรงงานผลิตหรือโครงสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้การเติบโตเกิดขึ้นผ่านเครือข่ายพันธมิตร มากกว่าการขยายตัวแบบดั้งเดิมของแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์

ที่มา:

https://www.facebook.com/wigglewiggle.singapore

https://www.wigglewiggle.global/about

https://wiggle-wiggle.com/wiggly/

https://cm.asiae.co.kr/article/2023082508422977014

https://tribune.net.ph/2025/12/19/k-lifestyle-brand-opens-first-ever-phl-pop-up

https://www.timeout.com/singapore/news/south-korea-popular-lifestyle-store-wiggle-wiggle-is-coming-to-singapore-022725

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...