โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามอิหร่านทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford (CVN-78) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเข้าร่วมปฏิบัติการรบ โดยสนับสนุนกองกำลังสหรัฐฯ ในปฏิบัติการ Operation Epic Fury ด้วยการปล่อยอากาศยานจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ที่มาภาพ: U.S. Central Command X

สงครามอิหร่านทำให้สหรัฐฯ ต้องสูญเสียงบประมาณเท่าใด? การคาดการณ์ต้นทุนรวมของปฏิบัติการดังกล่าวเป็นเรื่องยาก และผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความท้าทายที่ใหญ่กว่านั้นอาจอยู่ที่ปริมาณยุทโธปกรณ์และคลังแสงสำรองมากกว่า

สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) ได้ประเมินภาระงบประมาณของสหรัฐ เท่าที่สามารถหาข้อมูลได้ ในรายงานข่าวHow much could the Iran war cost the US? Here’s what we know หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าการปฏิบัติการอาจยืดเยื้อไปเป็นเวลา 4-5 สัปดาห์ เพื่อดูว่าสหรัฐจะสามารถประคองสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลางได้หรือไม่ และจะมีค่าใช้จ่ายโดยรวมเท่าใดในท้ายที่สุด

สำนักข่าวอัลจาซีรา ระบุว่า ความเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านก้าวเข้าสู่เฟสใหม่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศร่วมกันต่ออิหร่าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าทางทหารอย่างเปิดเผย

Operation Epic Fury คืออะไร?

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันผ่านวิดีโอความยาว 8 นาทีที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่” ภายในอิหร่าน

ต่อมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่าภารกิจดังกล่าวมีชื่อว่า Operation Epic Fury

ทรัมป์กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการคือ “เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้”

“เราจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขา และกวาดล้างอุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาให้ราบเป็นหน้ากลอง มันจะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง” ทรัมป์กล่าว

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 1,250 แห่ง นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ในแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (Central Command:CENTCOM) ระบุว่าได้โจมตีและทำลายเรือของอิหร่าน 11 ลำ

รายงานระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีทั้งการโจมตีทางอากาศ การยิงขีปนาวุธร่อนจากทะเล และการโจมตีแบบประสานงานต่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ รวมถึงบุคคลระดับสูงที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านกลาโหมของอิหร่าน

ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมาตั้งแต่ปี 1989 ถูกสังหาร เนื่องจากที่พักของเขาในกรุงเตหะรานถูกโจมตีและได้รับความเสียหายอย่างหนักในระลอกแรกของการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล

เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าทำสงครามต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น พร้อมบ่งชี้ว่าอาจยืดเยื้อไปอีกหลายสัปดาห์ ขณะที่ สภากาชาดอิหร่านระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 555 คน จาก 130 พื้นที่ทั่วประเทศอิหร่านจนถึงวันจันทร์

ที่มาภาพ: U.S.Central Command X

สหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปแล้วเท่าไรในอิสราเอลและตะวันออกกลางตั้งแต่ปี 2566

ตามรายงานCosts of War 2025 ของมหาวิทยาลัยบราวน์ ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 เป็นต้นมา สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอลเป็นมูลค่าประมาณ 21,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ที่สนับสนุนอิสราเอลในเยเมน อิหร่าน และภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวม คิดเป็นมูลค่าระหว่าง 9,650 ล้านดอลลาร์ ถึง 12,070 ล้านดอลลาร์

เมื่อรวมกันแล้ว ทำให้ยอดใช้จ่ายของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้อยู่ระหว่าง 31,350 ล้านดอลลาร์ ถึง 33,770 ล้านดอลลาร์ และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มีการใช้ระบบอาวุธอะไรบ้างในสงครามอิหร่าน

ตามข้อมูลของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ปฏิบัติการ Operation Epic Fury ได้ใช้ระบบอาวุธมากกว่า 20 ประเภท ครอบคลุมทั้งกำลังทางอากาศ ทางทะเล ทางบก และระบบป้องกันขีปนาวุธ

CENTCOM ระบุว่า มีการโจมตีเป้าหมายภายในอิหร่านมากกว่า 1,000 แห่ง โดยใช้ระบบอาวุธหลากหลายประเภททั้งจากอากาศ ทะเล และภาคพื้นดิน รวมถึงหน่วยป้องกันขีปนาวุธ

เควิน โดเนแกน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ CENTCOM ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า
“เป้าหมายหลักของสหรัฐฯ และอิสราเอลในตอนนี้ คือการสกัดหรือทำให้ขีดความสามารถในการรุกของอิหร่านลดลงให้ได้เร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการสร้างความเสียหาย ต้องหยุดการโจมตีเหล่านี้ หรืออย่างน้อยก็ลดทอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ระบบอาวุธบางส่วนที่ถูกนำมาใช้ ได้แก่:

กำลังทางอากาศ (Air Power):

ปฏิบัติการครั้งนี้พึ่งพาขีดความสามารถทางอากาศของสหรัฐฯ อย่างมาก โดยมีการใช้ยุทโธปกรณ์หลัก ได้แก่

  • เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1
  • เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน (stealth bombers สามารถหนีระบบตรวจจับเรดาร์)B-2: ใช้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์และทางทหารที่สำคัญ
  • เครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35 Lightning II และ F-22 Raptor: เครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยแบบ Stealth Fighters ( ลดการตรวจจับจากเรดาร์ของฝ่ายตรงข้าม)
  • เครื่องบินขับไล่ F-15: ถูกใช้งานในวงกว้าง โดยมีรายงานว่าสูญเสีย 3 ลำจากเหตุการณ์ในคูเวตเมื่อวันที่ 1 มีนาคม
  • เครื่องบิน F-16 Fighting Falcon, F/A-18 Super Hornet และเครื่องบินโจมตีภาคพื้นดิน A-10: ได้รับการยืนยันว่าใช้ในภารกิจโจมตีและสนับสนุน
  • เครื่องบิน EA-18G Growler: ใช้สำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์และกดดัน/ทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม
  • เครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้าและควบคุมทางอากาศ (AWACS): ทำหน้าที่บัญชาการ ควบคุม และบริหารจัดการพื้นที่การรบ

โดรนและระบบโจมตีระยะไกล

ระบบอากาศยานไร้คนขับและจรวดหลายลำกล้องเป็นอีกส่วนสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้ โดยมีการใช้อาวุธและยุทโธปกรณ์ดังต่อไปนี้:

  • โดรน LUCAS: ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการใช้งานจริงในสนามรบเป็นครั้งแรกของโดรนแบบ “low-cost unmanned combat attack system” หรืออากาศยานไร้คนขับโจมตีต้นทุนต่ำแบบบินเที่ยวเดียว ซึ่งมีการพัฒนาย้อนแบบ (reverse-engineered) จากแบบของอิหร่าน
  • โดรน MQ-9 Reaper: ปฏิบัติการในภารกิจลาดตระเวนและโจมตีแบบแม่นยำ
  • ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องเคลื่อนที่เร็ว M-142 High Mobility Artillery Rocket Systems (HIMARS): ระบบจรวดหลายลำกล้องภาคพื้นดิน
  • ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล Tomahawk: ยิงจากยุทโธปกรณ์ทางเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ

ระบบป้องกันขีปนาวุธ

  • ระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (Counter-drone systems): ใช้รับมือและทำลายโดรนที่เข้ามาโจมตีMissile defence systems
  • ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธ Patriot และระบบ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense): ใช้สำหรับสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกลและโดรนของอิหร่าน
ที่มาภาพ: https://www.aljazeera.com/news/2026/3/3/how-much-could-the-iran-war-cost-the-us-heres-what-we-know

แสนยานุภาพทางเรือ

  • กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี 2 กอง นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford และ USS Abraham Lincoln: ทำหน้าที่เป็นฐานกำลังรบทางทะเลขนาดใหญ่ สนับสนุนการโจมตีและการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการ
  • เครื่องบิน P-8 Poseidon: ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและสอดแนมทางทะเล
  • เครื่องบินลำเลียงและเติมเชื้อเพลิง ได้แก่ C-17 Globemaster, C-130 Hercules และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศหลายแบบ: ทำหน้าที่รักษาสายส่งกำลังบำรุงและสนับสนุนด้านลอจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง

สงครามอิหร่านทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไร

การคาดการณ์ต้นทุนรวมของปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่เป็นเรื่องยากผู้เชี่ยวชาญระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสงครามครั้งใหม่นี้จะมีมูลค่าใช้จ่ายรวมเท่าใดสำหรับสหรัฐอเมริกา

คริสโตเฟอร์ พรีเบิล นักวิจัยอาวุโสแห่ง Stimson Center ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า
“กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ดังนั้นเราทำได้เพียงคาดการณ์… มีหลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เราสามารถประเมินต้นทุนของอาวุธแต่ละระบบได้ สามารถประเมินต้นทุนของปฏิบัติการ รวมถึงปฏิบัติการทางเรือได้”

รายงานของสำนักข่าวอนาโดลู (Anadolou news agency)ประเมินว่า สหรัฐฯ อาจใช้จ่ายไปราว 779 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 24 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการ Operation Epic Fury

ขณะที่การเตรียมกำลังก่อนการโจมตี เช่น การปรับตำแหน่งเครื่องบิน การส่งเรือรบมากกว่าหนึ่งโหลลำ และการระดมทรัพยากรในภูมิภาค มีการประเมินว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมราว 630 ล้านดอลลาร์

ตามข้อมูลของ Center for New American Security การปฏิบัติการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีหนึ่งกอง เช่น USS Gerald R. Ford มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6.5 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

ที่มาภาพ: https://www.aljazeera.com/news/2026/3/3/how-much-could-the-iran-war-cost-the-us-heres-what-we-know

นอกจากนี้ยังมีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับความสูญเสียด้านยุทโธปกรณ์ด้วย

มีรายงานว่าเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 3 ลำถูกยิงตกในคูเวต โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง (friendly fire)

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความกังวลที่ใหญ่กว่านั้นอาจไม่ใช่เรื่องกำลังทางการเงิน แต่เป็นเรื่อง“คลังแสง” หรือปริมาณอาวุธที่มีอยู่

คริสโตเฟอร์ พรีเบิล กล่าวว่า
“ในแง่ของงบประมาณนั้นถือว่าไปได้อีกยาว เรามีงบกลาโหมปีละ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และยังมีข้อเสนอจะเพิ่มเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งผมมองว่าน่าตกใจ แต่ประธานาธิบดีก็มุ่งมั่นจะทำเช่นนั้น

ดังนั้น งบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ถือว่าครอบคลุมได้มาก คำถามคือเรื่องปริมาณอาวุธจริง ๆ ในคลังแสงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้น เช่น Patriot หรือ SM-6 ซึ่งเป็นขีปนาวุธมาตรฐานที่ใช้สกัดขีปนาวุธพิสัยไกล”

พรีเบิลเตือนว่า อัตราการสกัดกั้นในระดับสูงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอด

“จึงสมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่า จังหวะปฏิบัติการในขณะนี้ เมื่อพิจารณาจากจำนวนการสกัดกั้น อาจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตลอดไป และบางทีอาจจะไม่สามารถดำเนินต่อเนื่องไปได้เกินกว่าหลายสัปดาห์” พรีเบิลกล่าว

พรีเบิลยังชี้ว่า ความกังวลลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้ง 12 วันกับอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าทั้งกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น แม้บางส่วนอาจได้รับการเติมสต็อกแล้ว แต่ขีปนาวุธสกัดกั้นเหล่านี้ยังถูกจัดสรรไว้สำหรับสมรภูมิอื่นด้วย

“ขีปนาวุธสกัดกั้นบางส่วนเดิมตั้งใจจะส่งไปยังยูเครนเพื่อรับมือการโจมตีของรัสเซีย บางส่วนถูกใช้ในเอเชีย ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างมากหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่นั้น ดังนั้น การดึงอาวุธเหล่านี้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวย่อมสร้างความกังวล” พรีเบิลกล่าว

นอกจากนี้ การผลิตทดแทนไม่สามารถทำได้ในทันที

“ขีปนาวุธ Patriot หรือ SM-6 เป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนสูง ไม่ใช่สิ่งที่จะผลิตได้วันละหลายร้อยหรือหลายพันลูก นั่นไม่ใช่อัตราการผลิตในปัจจุบัน” พรีเบิลกล่าวเสริม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...