โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รพ. วิมุต ชี้คนไทยอ้วนพุ่งเกือบครึ่งประเทศ เผย 45% เผชิญ “โรคอ้วน”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 11.43 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 04.43 น.

รพ. วิมุตชี้ วิกฤต "โรคอ้วน" เขย่าสุขภาพคนไทย! สถิติพุ่งเกือบครึ่งประเทศ แพทย์เตือนภัยเงียบสะสมไขมัน เสี่ยงหัวใจล้มเหลว-เบาหวานพุ่งหลายเท่า

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ในขณะที่โลกกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่สุขภาพของคนไทยกลับกำลังเผชิญกับ "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่ที่ชื่อว่า โรคอ้วน ล่าสุดเนื่องใน วันโรคอ้วนโลก (World Obesity Day) ข้อมูลสถิติจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ปี 2568 เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เผชิญภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงถึง 45% หรือเกือบครึ่งประเทศ

ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของรูปร่างหรือความมั่นใจ แต่คือสัญญาณอันตรายของโรคเรื้อรังที่กัดกินระบบร่างกายจากภายในอย่างรุนแรง

นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก รพ.วิมุต เปิดเผยว่า หลายคนยังเข้าใจผิดว่าโรคอ้วนเป็นเพียงปัญหาภายนอก แต่ในทางดิ่งลึกทางโภชนวิทยาและสรีรวิทยา มันคือการสะสมไขมันที่มากเกินจนระบบฮอร์โมนรวน

"โรคอ้วนทำให้เกิดภาวะดื้อเลปติน (Leptin Resistance) ส่งผลให้สมองไม่สั่งการว่าอิ่ม แม้ร่างกายจะมีพลังงานเหลือเฟือ นอกจากนี้ไขมันยังปล่อยสารอักเสบออกมาทำร้ายระบบหัวใจและหลอดเลือดตลอดเวลา ซ้ำร้ายร่างกายยังพยายามต่อต้านการลดน้ำหนักด้วยการลดการเผาผลาญและกระตุ้นความหิวเพื่อดึงน้ำหนักกลับไปที่จุดเดิม"

เมื่อโรคอ้วนก้าวเข้ามา มันไม่ได้มาตัวเดียว แต่มาพร้อม "โรคร่วม" ที่อันตรายถึงชีวิต นพ.ชาญวัฒน์ ลำดับเหตุการณ์ความเสี่ยงไว้ดังนี้:

  • เบาหวานชนิดที่ 2: เซลล์ไขมันที่ขยายตัวจะเกิดการอักเสบ นำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินจนตับอ่อนทำงานหนักและคุมน้ำตาลไม่ได้
    • ความดันโลหิตสูง: ร่างกายจะกักเก็บน้ำและเกลือเกินความจำเป็น ทำให้หลอดเลือดหดตัวจนความดันพุ่งสูง
    • ไขมันในเลือดผิดปกติ: มักพบไตรกลีเซอไรด์สูง ไขมันดี (HDL) ต่ำ และไขมันเลว (LDL) ชนิดที่เกาะผนังหลอดเลือดได้ง่าย
    • หัวใจล้มเหลว: เมื่อหลอดเลือดแข็งและตีบเร็ว หัวใจต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่องจนอาจล้มเหลวในที่สุด

เช็กด่วน พฤติกรรม "ปั้นโรค" ที่คุณอาจทำอยู่ทุกวัน

ไลฟ์สไตล์แบบ Urban Living คือตัวการสำคัญที่กระตุ้นโรคอ้วนโดยไม่รู้ตัว:

  • เสพติดอาหารแปรรูป (Ultra-processed foods): ไส้กรอก ขนมขบเคี้ยว อาหารแช่แข็ง ที่กระตุ้นสมองให้กินเก่งขึ้นแต่หิวช้าลง
  • พฤติกรรม "นั่งแช่": การนั่งทำงานต่อเนื่อง 6–8 ชั่วโมง ทำให้ระบบเผาผลาญและการกำจัดไขมันหยุดชะงัก
  • ความเครียดเรื้อรัง: เมื่อเครียด สมองจะสั่งให้เราโหยหาอาหารเพื่อปลอบประโลม (Comfort Food)
  • อดนอน: การนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะกระตุ้นฮอร์โมนหิวและทำให้อินซูลินทำงานแย่ลง น้ำตาลจึงค้างในเลือดนานขึ้น

สัญญาณเตือนภัย…ที่ต้องรีบพบแพทย์ หากคุณมีอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า!

  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ ทำกิจกรรมเบา ๆ ก็หอบ
  • ปวดเข่าหรือข้อเรื้อรังจากน้ำหนักกดทับ
  • นอนกรนเสียงดัง หรือสงสัยว่าหยุดหายใจขณะหลับ
  • กลุ่มเสี่ยงพิเศษ: ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 23, มีความดันสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน/โรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย

ทางออก: ลดเพียง 5–10% ก็เปลี่ยนโลกได้

สำหรับ รพ.วิมุต ใช้แนวทางการรักษาแบบ Health-Centered ที่เน้นลดความเสี่ยงโรคร่วมมากกว่าตัวเลขบนตาชั่ง โดยตั้งเป้าลดเพียง 5–10% ของน้ำหนักเริ่มต้น ก็สามารถลดความเสี่ยงโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาจะเริ่มจากการประเมิน BMI ร่วมกับภาวะแทรกซ้อนที่แฝงอยู่ เช่น ไขมันพอกตับ โดยทีมแพทย์จะวางแผนทั้งการปรับโภชนาการ การออกกำลังกาย การใช้ยาควบคุมน้ำหนัก หรือในกรณีรุนแรงอาจพิจารณาผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างต่อเนื่อง เพราะ "โรคอ้วน" คือโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยวินัยและการดูแลในระยะยาว

อ่านบทความสุขภาพ ทั้งหมดได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...