โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มธ.-วช. เดินหน้าขับเคลื่อน "เมืองยั่งยืน-เศรษฐกิจฐานราก" ผ่านโครงการเมธีวิจัยอาวุโส

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมวิชาการประจำปีของโครงการวิจัยที่ได้รับทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัย (เมธีวิจัยอาวุโส) โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการ ในหัวข้อ "ความยั่งยืนของเมืองและเศรษฐกิจฐานราก : ประเด็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี" เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรม Eastin Grand Phayathai กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน รวมถึงความก้าวหน้าของงานวิจัยจากคณาจารย์ผู้ร่วมโครงการวิจัยนี้ที่มุ่งศึกษาความท้าทายของเมือง โดยเฉพาะพื้นที่เมืองในประเทศไทยที่กำลังเผชิญอยู่ ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับคุณภาพชีวิตของประชาชน การวิจัยนี้จะช่วยสร้างองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการวางแผนและนโยบายในการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นประธาน

นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ กล่าวว่า “ทุนเมธีวิจัยอาวุโสมุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่เป็นเลิศและใช้ประโยชน์ได้จริง โดยโครงการนี้เป็นตัวอย่างความร่วมมือข้ามสถาบันที่สร้างองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อพัฒนาเมืองและเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ด้าน รศ. ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร กล่าวว่า”มหาวิทยาลัยเน้นวิจัยสหสาขาวิชาเพื่อตอบโจทย์สังคม การทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันชั้นนำช่วยสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้พร้อมขับเคลื่อนการวิจัยของประเทศในอนาคต”

เปิดร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับ 14 มุ่งเศรษฐกิจโตทั่วถึงและยั่งยืน

งานประชุมเริ่มต้นด้วยปาฐกถาพิเศษ โดย ดร. ชณกช ชสิธภนญ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเปิดเผยกรอบ (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571–2575) โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้ธีม "เพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการซ่อมและเสริมรากฐานให้มั่นคง ควบคู่กับการสร้างความพร้อมและโอกาสสำหรับอนาคต"

แผนดังกล่าวประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ (Transform), การปฏิรูปภาครัฐ (Reform), การอัปเกรดทุนมนุษย์ (Upgrade), การสร้างความยั่งยืนด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (Sustain) และการโอนถ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Transfer) เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภาพแรงงานที่ต่ำ สังคมสูงวัย และความเหลื่อมล้ำทางรายได้

โชว์ผลงานวิจัยรับมือความท้าทายเมือง

ในช่วงเสวนาวิชาการ รศ. ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัยและผู้นำเสวนา และคณะผู้วิจัยภายใต้โครงการจากหลาหลายสถาบันได้นำเสนอผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความท้าทายในหลายมิติ ได้แก่ เมืองที่เปิดรับความหลากหลาย (Inclusive Cities), เกาะความร้อนเมือง (Urban Heat) และการเดินทางในเมือง (Urban Mobility), เมืองฟองน้ำ (Sponge City), เศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว, และการวิเคราะห์ข้อมูลเมือง

รศ. ดร.สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจสีชมพู (Pink Economy) ที่นอกเหนือจากการเป็นทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เปิดรับความหลากหลาย ดึงดูดบุคลากรศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในแข่งขันของเมือง

ผศ. ดร.ชูศักดิ์ จันทร์ปฐมพงศ์ จากภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ให้เห็นว่า มาตรฐานระยะเดินเท้าจากต่างประเทศที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย การสร้างเมืองที่ร่มรื่นและการลดเกาะความร้อนในเมือง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง ส่งเสริมสุขภาพจากการเดินเท้าที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กับเมืองอีกด้วย

รศ. ดร.สุธี อนันต์สุขสมศรี หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการวิเคราะห์ภูมิภาค เมือง และสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ (Regional, Urban, & Built Environmental Analytics: RUBEA) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอแนวคิด Nature-Based Solutions ในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ รวมถึงแนวทางการพัฒนาเมืองฟองน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank) และ สศช. โดยมีโครงการนำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ อยุธยา ขอนแก่น พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี

อ. ดร.อีวา ไอยรากาญจนกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอแนวทางการประเมินความยั่งยืนของเมือง (Urban Sustainability) และ แนวทางการดำเนินธุรกิจที่เน้นความยั่งยืน ครอบคลุมสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) ในเมืองรองหรือเมืองท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ทางเศรษฐศาสตร์

รศ .ดร.ณัฐพงษ์ พัฒนพงษ์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดของข้อมูลที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์เศรษฐกิจในระดับเมืองและระดับประเทศของประเทศไทย และได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ข้อมูลทางเลือกมาทดแทน เช่น ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลเปิด (Open Source Data) และข้อมูล Digital Footprint จาก Social Media ในการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์

ในช่วงท้ายของการเสวนา รศ.ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวโดยสรุปว่า "โครงการนี้มุ่งสร้างองค์ความรู้เชิงบูรณาการเพื่อสนับสนุนการวางนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง และเป็นเวทีสำคัญในการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคมผ่านงานวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือในระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง"

-รศ.ดร.นิจ ตันติศิรินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย-

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...