โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“เนบิวลาเกลียว” ผ่านสายตาเจมส์ เวบบ์ เผยความวิจิตรของวาระสุดท้ายแห่งดวงดาว

SPACEMAN

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 3.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการจับภาพ "เนบิวลาเกลียว" หรือ Helix Nebula หนึ่งในเนบิวลาดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดด้วยความละเอียดสูงในรังสีอินฟราเรด เผยให้เห็นโครงสร้างอันซับซ้อนของก๊าซและฝุ่นที่ถูกพ่นออกมาจากดาวฤกษ์ที่กำลังดับสูญ ซึ่งภาพชุดใหม่นี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามสะดุดตา แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เหล่านักดาราศาสตร์เข้าใจถึงกระบวนการรีไซเคิลสสารในจักรวาล รวมถึงการทำนายอนาคตของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะของเราเมื่อถึงวาระสุดท้ายในอีกหลายพันล้านปีข้างหน้า

เนบิวลาเกลียวตั้งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 650 ปีแสง ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ด้วยระยะทางที่ถือว่าใกล้มากในเชิงดาราศาสตร์ ทำให้เนบิวลาแห่งนี้กลายเป็นเป้าหมายหลักในการศึกษาช่วงเวลาสุดท้ายของดาวฤกษ์มาอย่างยาวนานเกือบสองศตวรรษ อย่างไรก็ตาม ภาพจากกล้องตรวจวัดรังสีอินฟราเรดใกล้ของเจมส์ เวบบ์ ได้ยกระดับการมองเห็นไปอีกขั้น โดยเผยให้เห็นโครงสร้างคล้ายแท่งเสาที่ดูคล้ายกับดาวหางซึ่งมีหางทอดยาว เรียงตัวอยู่รอบบริเวณขอบด้านในของเปลือกก๊าซที่กำลังขยายตัว โครงสร้างเหล่านี้เกิดจากการที่ลมร้อนจัดจากดาวฤกษ์ที่กำลังตายพุ่งเข้าปะทะกับเปลือกฝุ่นและก๊าซที่เย็นกว่าซึ่งถูกสลัดออกมาล่วงหน้า เปรียบเสมือนภาพของน้ำมันที่พยายามแทรกตัวผ่านน้ำ เกิดเป็นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์และงดงาม

ความพิเศษของภาพจากกล้องเจมส์ เวบบ์ ในครั้งนี้ คือการแสดงให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของอุณหภูมิและองค์ประกอบทางเคมีอย่างชัดเจนผ่านสีสันที่ปรากฏ โดยสีน้ำเงินสื่อถึงก๊าซที่ร้อนจัดที่สุดซึ่งได้รับพลังงานมหาศาลจากรังสีอัลตราไวโอเลต ถัดออกมาเป็นบริเวณสีเหลืองซึ่งเป็นจุดที่ก๊าซเริ่มเย็นตัวลงจนอะตอมของไฮโดรเจนรวมตัวกันเป็นโมเลกุล และที่บริเวณขอบนอกสุดซึ่งปรากฏเป็นโทนสีแดง คือส่วนของวัสดุที่เย็นที่สุดซึ่งเริ่มมีความเบาบางและฝุ่นผงเริ่มก่อตัวขึ้น ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า "ลมหายใจสุดท้าย" ของดาวฤกษ์ที่กำลังดับสูญ กำลังกลายสภาพไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการสร้างดาวฤกษ์และดาวเคราะห์รุ่นใหม่ในอนาคต

ใจกลางของเนบิวลาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ "ดาวแคระขาว" ซึ่งเป็นแกนกลางที่เหลืออยู่ของดาวฤกษ์เดิม แม้จะไม่ได้ปรากฏอยู่ในกรอบภาพของเจมส์ เวบบ์ โดยตรง แต่รังสีที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงจากดาวแคระขาวดวงนี้เองที่เป็นตัวจุดประกายให้ก๊าซรอบข้างเรืองแสงและเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่หลากหลาย ตั้งแต่ก๊าซไอออนไนต์ที่ร้อนแรงไปจนถึงพื้นที่คุ้มกันที่โมเลกุลซับซ้อนสามารถก่อตัวขึ้นได้ในเมฆฝุ่น กระบวนการปฏิสัมพันธ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิวัฒนาการของจักรวาล เพราะสสารเหล่านี้คือทรัพยากรล้ำค่าที่จะถูกหมุนเวียนกลับไปสร้างโลกใบใหม่ในระบบดาวอื่นต่อไป

การค้นพบและภาพถ่ายชุดใหม่ในปี พ.ศ. 2569 นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกภาพความงามของห้วงอวกาศเท่านั้น แต่เป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ในการสืบเสาะหาต้นกำเนิดของระบบดาวเคราะห์และทำความเข้าใจถึงวงจรชีวิตของดวงดาวที่ดำเนินไปอย่างไม่สิ้นสุด ซึ่งข้อมูลมหาศาลที่ได้รับมาในครั้งนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

ข้อมูลอ้างอิง: ESA

  • Webb reveals Helix Nebula in glistening detail
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...