โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดผลสำรวจ คนรุ่นใหม่ เทใจให้ “พรรคประชาชน” พุ่ง 91%

AEC10NEWs

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 13.37 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 06.37 น. • AEC10NEWS

เปิดผลสำรวจ คะแนน ปชน.พุ่ง สูงวัยอีสาน-เจน Z ส่วนภาคใต้ ปชป.มาแรง

Wisesight ผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียล เปิดเผยผลสำรวจ เจาะลึกเทรนด์การเมืองเดือนมกราคม 2569: ใครครองใจกลุ่มไหน? เก็บข้อมูลระหว่าง วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง วันที่ 19 มกราคม 2569

📌ในกลุ่ม “Gen Z & First Jobber” พบว่า

พรรคประชาชน ยังคงครองความเป็นผู้นำอย่างเบ็ดเสร็จ เริ่มต้นที่ 84% และมีคะแนนพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ 91% ในวันที่ 19 มกราคม 2569 ทิศทางนี้บ่งชี้ถึงการรวบรวมฐานเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเหนียวแน่น ซึ่งน่าจะมีผลมาจากการขับเคลื่อนประเด็นบนโซเชียลมีเดียที่ทรงพลังหรือการตอบสนองต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย
ในทางตรงกันข้ามพรรคเพื่อไทย กลับมีแนวโน้มที่ผันผวนและอยู่ในทิศทางขาลงอย่างชัดเจน แม้คะแนนนิยมจะเคยขึ้นไปแตะ 12% ในวันที่ 6 มกราคม แต่หลังจากนั้นกลับดิ่งลงเหลือเพียง 3% ในช่วงกลางเดือนมกราคมและคงที่อยู่ในระดับนั้น ซึ่งสะท้อนถึงความยากลำบากในการรักษาความเชื่อมโยงกับความคาดหวังของกลุ่มคนเริ่มทำงาน ขณะที่พรรคอื่นๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย และพรรคน้องใหม่อย่าง พรรคไทยก้าวใหม่ ยังไม่สามารถสร้างฐานความนิยมได้ โดยมีคะแนนรวมกันไม่ถึง 3% ที่น่าสนใจคือกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ (Undecided) เคยเพิ่มขึ้นไปถึง 10% ก่อนจะลดลงเหลือ 4% ในช่วงที่คะแนนพรรคประชาชนพุ่งสูงขึ้น บ่งชี้ว่าผู้ที่เคยลังเลได้ตัดสินใจเลือกพรรคที่เป็นผู้นำกระแส ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการผูกขาดพื้นที่ทางความคิดในกลุ่มเยาวชนของพรรคผู้นำ ทิ้งห่างคู่แข่งแบบขาดลอยในเชิงยุทธศาสตร์ดิจิทัล

📌กลุ่ม “ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ”

พรรคเพื่อไทย ยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในเซกเมนต์นี้อย่างเหนียวแน่น แต่มีลักษณะความผันผวนของคะแนนที่น่าสนใจ โดยเริ่มต้นที่ 49% ในช่วงปลายปี 2568 ก่อนจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดที่ 63% ในวันที่ 6 มกราคม 2569 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการตอบรับเชิงบวกต่อมติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการภาครัฐในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม คะแนนได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 55% ในข้อมูลล่าสุด บ่งชี้ถึงสภาวะการคานอำนาจที่เริ่มกลับมาใกล้เคียงจุดเดิม

พรรคประชาชน และ พรรคภูมิใจไทย มีการขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในฐานะอันดับสอง โดยพรรคประชาชนมีช่วงที่คะแนนดิ่งลงเหลือ 13% ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 24-26% ในช่วงมกราคม แสดงให้เห็นถึงฐานเสียงข้าราชการรุ่นใหม่ที่ยังคงเชื่อมั่นในแนวทางของพรรค ขณะที่พรรคภูมิใจไทยรักษาฐานเสียงไว้ได้ที่ประมาณ 16-22% แม้จะมีการลดลงในช่วงต้นเดือนมกราคมตามกระแสที่เทไปทางพรรคเพื่อไทย สิ่งที่น่าสังเกตคือกราฟความนิยมของพรรคเพื่อไทยมักจะสวนทางกับพรรคประชาชนอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ยังสลับกันไปมา มากกว่าที่จะเป็นกลุ่มที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว โดยมีตัวเลขผู้ยังไม่ตัดสินใจ (Undecided) ต่ำมากเพียง 1-5% เท่านั้น

📌สำหรับสนามเลือกตั้งใน “ภาคใต้”

การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยในช่วงแรกระหว่างปลายปี 2568 ถึงต้นเดือนมกราคม 2569 สภาวะการแข่งขันมีความกระจัดกระจายสูง โดย พรรคประชาชน เป็นผู้นำในช่วงสั้นๆ ที่ 27-29% ตามด้วยพรรคภูมิใจไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งสะท้อนถึงช่วงที่ฐานเสียงในภาคใต้ยังขาดขั้วอำนาจหลักที่ชัดเจน และมีสัดส่วนคะแนนในกลุ่ม “อื่นๆ” สูงถึง 34%

ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2569 เป็นต้นมา พบการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เมื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มกลับมาทวงพื้นที่ความนิยม โดยขยับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งที่ 28% ในวันที่ 16 มกราคม ก่อนจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดที่ 62% ในช่วงการสำรวจล่าสุด ซึ่งเป็นการทิ้งห่างคู่แข่งแบบเด็ดขาด ในขณะที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยกลับมีคะแนนลดลงเหลือเพียง 10% และ 12% ตามลำดับ

📌สุดท้ายในกลุ่ม “ผู้สูงอายุภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”

พรรคประชาชน สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในพื้นที่ที่เคยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของขั้วอำนาจเดิมได้อย่างโดดเด่น จากคะแนนเริ่มต้นที่ 42% ในช่วงปลายปี 2568 พุ่งสูงขึ้นเป็น 55-56% ในช่วงเดือนมกราคม แสดงถึงการขยายฐานเสียงเข้าสู่กลุ่มผู้สูงวัยในภาคอีสานได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในภูมิภาคนี้ ประสบกับภาวะความนิยมที่ผันผวนอย่างรุนแรง จากที่เคยเกาะกลุ่มสูสีที่ 36-39% กลับดิ่งลงเหวเหลือเพียง 12% ในช่วงกลางเดือนมกราคม ก่อนจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ที่ 27% ข้อมูลล่าสุด พบว่าการที่คะแนนของพรรคเพื่อไทยลดลงในช่วงกลางเดือนมกราคมนั้น สวนทางกับการพุ่งขึ้นของกลุ่ม “ยังไม่ตัดสินใจ” (Undecided) ที่สูงถึง 19% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนว่าฐานเสียงผู้สูงอายุในอีสานเริ่มมีความลังเลและพร้อมจะเปลี่ยนใจได้ตลอดเวลา ส่วน พรรคภูมิใจไทย ยังคงรักษาฐานเสียงเดิมไว้ได้ค่อนข้างคงที่ในระดับ 10-15% โดยไม่มีการเติบโตที่หวือหวา

ข้อมูลการสำรวจในช่วงเดือนมกราคม 2026 สะท้อนให้เห็นถึงว่าการเมืองไทยที่กำลังอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่านและมีความผันผวนสูง โดยไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถครองความเป็นเจ้าสนามได้ในทุกพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...