โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KANEBO ตอกย้ำเบอร์ 1 ครั้งแรกของโลกที่ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 09.30 น.

นายอัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำทีม KANEBO (คาเนโบ) เปิดตัว “KANEBO MELTY FEEL WEAR II” แป้งผสมรองพื้นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกในการเปิดตัว ก่อนจะเปิดตัวที่ญี่ปุ่น ในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ช่วงเช้า KANEBO ได้จัดเซ็กชั่นให้ผู้สื่อข่าวและเหล่าอินฟลูฯ เข้าทดสอบผลิตภัณฑ์ KANEBO MELTY FEEL WEAR II พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงความนิยมของคนไทยและการสร้างสรรค์แป้งผสมรองพื้นที่พัฒนาสูตรที่ตอบโจทย์ชาวไทย

นายอัตสึชิ ซูมิโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า KANEBO คือแบรนด์ที่เชื่อในศักยภาพและความงามเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล ภายใต้แนวคิด “I HOPE” และการเลือกประเทศไทยเป็นเวทีระดับโลกในการเปิดตัว KANEBO MELTY FEEL WEAR II เป็นที่แรกก่อนประเทศญี่ปุ่น สะท้อนถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของตลาดประเทศไทย รวมถึงความเชื่อมั่นที่แบรนด์มีต่อผู้บริโภคชาวไทย

พร้อมกล่าวเสริมว่า KANEBO สามารถครองตำแหน่ง No.1 Sales in Thailand* ในกลุ่มแป้งผสมรองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์ จากข้อมูล Beaute Research ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการรับฟังเสียงผู้บริโภคและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเอเชียอย่างแท้จริง

ด้าน ปิยฉัตร ขยันการ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และการตลาด บริษัท คาเนโบ คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แรงบันดาลใจของ MELTY FEEL WEAR II คือการก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมของแป้งผสมรองพื้นที่มักต้องเลือกระหว่างความบางเบากับการปกปิด โดยผลิตภัณฑ์ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “เบาสบายอย่างแท้จริง แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ” เพื่อมอบงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ สบายผิว แต่ยังคงความเรียบเนียนและมั่นใจโดยไม่รู้สึกเหมือนกำลังแต่งหน้า

“หัวใจสำคัญของ MELTY FEEL WEAR II คือ Advanced Dual Gel Coating Technology เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของ KANEBO ที่เคลือบอณูแป้งทุกเม็ดด้วยเจลกึ่งโปร่งแสง ช่วยให้เนื้อแป้งแนบผิวอย่างสม่ำเสมอ ลดความเป็นคราบ และให้ฟินิชที่ดูเรียบเนียนเป็นผิวจริง แม้มีการทาซ้ำหลายชั้น ผสานกับ Light Diffusion Technology ที่ช่วยกระจายแสง อย่างกลมกลืนผ่านชั้นเจล ทำให้รูขุมขนและผิวไม่เรียบดูเบลออย่างเป็นธรรมชาติ

พร้อมด้วย New Oil-control Silky Powder ที่ช่วยดูดซับความมันและเหงื่อได้อย่างสมดุล เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โดยยังคงความสดใสและสบายผิวตลอดวัน นอกจากนี้ การพัฒนา MELTY FEEL WEAR II ยังสะท้อนถึงการรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จริงของผู้บริโภคชาวไทย ทั้งในด้านสภาพผิว สภาพอากาศ และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง และมอบงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติและมั่นใจได้ตลอดวัน” ปิยฉัตรกล่าว

ต่อมาในช่วงบ่าย ได้มีงานเปิดตัว “The World’s First Launch of KANEBO MELTY FEEL WEAR II” ที่ Central Court ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เต็มไปด้วยความคึกคักจากสื่อมวลชน แขกผู้มีเกียรติ และอินฟลูเอนเซอร์ระดับแนวหน้า พื้นที่จัดงานถูกออกแบบภายใต้ภาพลักษณ์ “I HOPE KANEBO” ถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความหวัง ความมั่นใจ และการเป็นตัวเองอย่างแท้จริง พร้อมโซนทดลองผลิตภัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสเนื้อสัมผัสและเทคโนโลยีของ MELTY FEEL WEAR II อย่างใกล้ชิด โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ชินซุเกะ มาไก และฟูมิกะ ทากาตะ มาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์

KANEBO MELTY FEEL WEAR II มาพร้อม 5R Nuance Color และ 10 เฉดสี ครอบคลุมทุกโทนผิว ได้แก่ Lavender, Petal, Rose, Shell, Vanilla, Linen, Cinnamon, Ivory, Sand และ Amber เพื่อให้ทุกคนสามารถค้นพบเฉดสีที่กลมกลืนกับผิวของตนเองได้อย่างแท้จริง พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ KANEBO ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน ทุกสาขา ในรูปแบบรีฟิล ราคา 1,550 บาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KANEBO ตอกย้ำเบอร์ 1 ครั้งแรกของโลกที่ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...