โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คาปูชิโน vs ลาเต้ กาแฟนมยอดฮิต ต่างกันอย่างไร? เทียบประโยชน์ต่อสุขภาพ

sanook.com

เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 14.53 น. • Sanook
คาปูชิโน vs ลาเต้ กาแฟนมยอดฮิต ต่างกันอย่างไร? เทียบประโยชน์ต่อสุขภาพ เลือกดื่มอะไรดี

คาปูชิโน vs ลาเต้ กาแฟนมยอดฮิต ต่างกันอย่างไร? เทียบประโยชน์ต่อสุขภาพ เลือกดื่มอะไรดี

กาแฟคาปูชิโนและลาเต้ต่างเป็นเครื่องดื่มที่มีพื้นฐานมาจากเอสเปรสโซเหมือนกัน และให้ปริมาณกาเฟอีนที่ใกล้เคียงกันสำหรับการเริ่มต้นเช้าวันใหม่หรือเติมพลังยามบ่าย แต่ลึกลงไปแล้ว กาแฟแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน ทั้งในด้านการเตรียม การนำเสนอ และรสชาติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ข้อมูลจากสถาบันกาแฟชั้นนำ ระบุว่าความแตกต่างหลักของกาแฟทั้งสองชนิดนี้อยู่ที่ "สัดส่วนของส่วนผสม" และ "เนื้อสัมผัสของนม"

สัดส่วนส่วนผสม: หัวใจที่ทำให้รสชาติแตกต่าง

แม้ว่าทั้งสองเมนูจะเริ่มต้นด้วยเอสเปรสโซ 1 ช็อตเท่ากัน แต่วิธีการเติมน้ำนมคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้กาแฟถ้วยหนึ่งมีความเข้มข้น และอีกถ้วยหนึ่งมีความนุ่มนวล

1. คาปูชิโน (Cappuccino): สมดุล 3 ชั้น

คาปูชิโนเปรียบเสมือนเค้ก 3 ชั้นที่มีสัดส่วนเท่ากันอย่างลงตัวในอัตราส่วน 1:1:1 ดังนี้:

  • ชั้นล่างสุด: เอสเปรสโซ 1 ช็อต
  • ชั้นกลาง: นมร้อน (Steamed Milk) ในปริมาณที่เท่ากัน
  • ชั้นบนสุด: ฟองนม (Frothed Milk) หนาแน่นในปริมาณที่เท่ากัน

คาปูชิโน

ผลลัพธ์คือรสชาติกาแฟที่ยังคงความเข้มข้นชัดเจน แต่ถูกเคลือบด้วยความมันวาวของนมและความฟูเบาของฟองนมในทุกจิบ คาปูชิโนมักเสิร์ฟในถ้วยขนาดเล็ก (150-180 มล.) เพื่อรักษาความสมดุลของชั้นกาแฟ

2. ลาเต้ (Latte): ความนุ่มนวลของนม

ลาเต้จะเน้นปริมาณนมที่มากกว่า เพื่อสร้างรสสัมผัสที่ดื่มง่ายและกลมกล่อม:

  • ส่วนผสม: เอสเปรสโซ 1 ส่วน ต่อ นมร้อนถึง 3 ส่วน
  • การปิดท้าย: ท็อปด้วยฟองนมเพียงบาง ๆ เพื่อให้เกิดเนื้อสัมผัสครีมมี่ที่ริมฝีปาก

หากคุณไม่ชอบกาแฟที่รสชาติเข้มข้นเกินไป ลาเต้คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด ลาเต้มักเสิร์ฟในแก้วทรงสูงหรือถ้วยขนาดใหญ่ (240-300 มล.) เพื่อรองรับปริมาณนมที่มากกว่า

เนื้อสัมผัสและการเตรียม (Milk Texture & Preparation)

ผู้เชี่ยวชาญด้านบาริสต้า อธิบายว่าความรู้สึกเมื่อกาแฟสัมผัสลิ้นนั้นขึ้นอยู่กับการ "สตรีมนม":

  • คาปูชิโน: นมจะถูกตีจนเกิดฟองที่หนาและเต็มไปด้วยอากาศ (Airy Foam) ทำให้รู้สึกถึงความรุ่มรวยและนุ่มฟู
  • ลาเต้: เน้นนมร้อนที่เนียนละเอียด ผสมรวมกับเอสเปรสโซโดยตรง ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มดุจกำมะหยี่

ย้อนรอยประวัติศาสตร์

ต้นกำเนิดของกาแฟทั้งสองชนิดหยั่งรากลึกมานานหลายศตวรรษ:

  • คาปูชิโน: มีที่มาจากเครื่องดื่ม "Kapuziner" ในออสเตรียช่วงปี 1700 ซึ่งเป็นกาแฟผสมครีมและน้ำตาลจนมีสีน้ำตาลคล้ายจีวรของนักบวชคณะคาปูชิน ส่วนคาปูชิโนสมัยใหม่ที่เป็นเอสเปรสโซผสมฟองนมนั้นเริ่มปรากฏตัวในช่วงปี 1930 ในอิตาลีตอนเหนือ
  • ลาเต้: คำว่า "Caffe e Latte" เป็นภาษาอิตาลีแปลว่า "กาแฟและนม" ปรากฏครั้งแรกในงานเขียนภาษาอังกฤษในปี 1867 แต่ความนิยมของลาเต้สมัยใหม่เกิดขึ้นได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องชงเอสเปรสโซและการสตรีมนมที่สมบูรณ์แบบในเวลาต่อมา

เปรียบเทียบประโยชน์และพลังงาน: แบบไหนเหมาะกับคุณ?

ในด้านของสุขภาพ ทั้งสองเมนูให้คุณประโยชน์ที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในเรื่องของแคลอรี่:

  • ปริมาณแคลอรี่: โดยประมาณแล้ว ลาเต้จะมีพลังงานสูงกว่า (130-170 แคลอรี่) เนื่องด้วยปริมาณนมที่มาก ขณะที่คาปูชิโนจะมีพลังงานน้อยกว่า (80-120 แคลอรี่) เนื่องจากฟองนมช่วยเพิ่มปริมาตรโดยไม่เพิ่มแคลอรี่มากนัก
  • การเติมรสชาติ: ลาเต้ในปัจจุบันมักนิยมผสมไซรัป เช่น คาราเมล, มอคค่า หรือวานิลลา ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่เพิ่มสูงขึ้น
  • สารอาหาร: ทั้งสองเมนูให้แคลเซียมและโปรตีนจากนมเหมือนกัน แต่ลาเต้จะให้ปริมาณที่สูงกว่าตามสัดส่วนของนมที่ใช้ ส่วนคาเฟอีน โดยปกติแล้วทั้งสองเมนูใช้เอสเปรสโซ 1-2 ช็อตเท่ากัน จึงให้ปริมาณคาเฟอีนที่ใกล้เคียงกัน ช่วยกระตุ้นการตื่นตัวและระบบเผาผลาญ

บทสรุป: เลือกแก้วที่ใช่ในสไตล์คุณ

หากคุณชอบกาแฟที่ดื่มง่าย มีความนุ่มละมุนของนมเป็นหลัก ลาเต้ คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณต้องการสัมผัสรสชาติกาแฟที่เข้มข้นพร้อมฟองนมนุ่มฟู คาปูชิโน คือคำตอบสุดท้าย ไม่ว่าคุณจะเลือกเมนูไหน กาแฟทั้งสองชนิดนี้ต่างก็เป็นเครื่องดื่มที่สร้างความสุขให้กับผู้ที่ได้ลิ้มลองเสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...