โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับสาว พร้อมพวกอีก 2 คน ร่วมวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ คิดว่าเป็นกิ๊กสามี

Khaosod

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 09.02 น.

ตำรวจภูธรภาค 2 รวบ 3 ผู้ต้องหา ร่วมกันวางระเบิด แสวงเครื่องใต้ท้องรถยนต์ หวังเอาชีวิต หลังสาวคิดว่าเป็นกิ๊กสามี โชคดีระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์

วันที่ 25 ก.พ.2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2 เปิดเผยความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ในพื้นที่ สภ.ดอนหัวฬ่อ ภ.จว.ชลบุรี ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ธ.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัย คล้ายระเบิดตกจากใต้ท้องรถยนต์คันหนึ่ง ภายหลังเกิดเสียงดังและประกายไฟ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยทันที

จากการตรวจสอบพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบเอง ลักษณะเป็นระเบิดเพลิงบรรจุในขวด จำนวน 4 ขวด โดยเกิดการระเบิดแล้ว 1 ขวด และยังคงเหลือวัตถุระเบิดอีก 3 ขวด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จ.ชลบุรี เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า ระเบิดทั้งหมดถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ จุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล แต่ทำงานไม่สมบูรณ์ จากพฤติการณ์เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมุ่งประสงค์ต่อชีวิตผู้เสียหาย

ต่อมา พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 สั่งการให้ พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผกก.สภ.ดอนหัวฬ่อ และชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.กษมา อายุ 38 ปี นายสมคิด อายุ 34 ปี และนายทินวัฒน์ อายุ 34 ปี จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 จุด ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และจ.ระยอง เพื่อจับกุมผู้ต้องหา และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วนทั้ง 3 ราย และพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกมายมาย เช่น รถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ แผ่นป้ายทะเบียนปลอม ชุดจุดระเบิดรีโมทคอนโทรล และวัตถุพยาน รวมกว่า 20 รายการ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนหัวฬ่อ

ด้าน รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า ทั้งสามคน มีผู้หญิงหนึ่งคน ผู้ชายสองคน โดยผู้ต้องหาคิดว่าผู้เสียหายเป็นกิ๊กกับสามีตน จึงเกิดความไม่พอใจ จึงวางแผนว่าจ้างผู้ต้องหาอีก 2 คน วางระเบิดใต้ท้องรถ โดยวางไว้ที่ถังน้ำมันหลัง

จากที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มีการแกะรอยกล้องวงจรปิด และทราบว่าผู้ต้องหาสาว รู้จักกับชายหนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งทำงานที่เดียวกัน จึงมีการศึกษาจากช่องยูทูบ และสั่งซื้ออุปกรณ์วัตถุระเบิด พวกอุปกรณ์ที่มาประกอบพร้อมตัวจุดระเบิด ก่อนจะมีการทดสอบว่าระเบิดทำงาน

จากนั้นจึงมีการติดตามดูความเคลื่อนไหวของผู้เสียหาย โดยนายทินวัฒน์แอบติดจีพีเอสไว้ที่รถยนต์ผู้เสียหาย ตามคำสั่งของ น.ส.กษมา และคอยดูสัญญาณจีพีเอส กระทั่งวันที่ 22 ธ.ค.68 กลุ่มผู้ต้องหา จึงได้มีการเช่ารถ ในเขตพื้นที่ จ.ระยอง

ต่อมาวันที่ 23 ธ.ค.68 ได้ใช้รถคันดังกล่าวขี่ดูลาดเลา แล้วกลับมาในเขตพื้นที่ โดยการใช้ทะเบียนปลอม ก่อนจะนำระเบิดติดไว้ที่ถังน้ำมันของรถยนต์คันดังกล่าว แล้วใช้รีโมทในการจุดชนวน เมื่อรถขับผ่านจุดที่ดักรอ

แต่วันที่เกิดเหตุปรากฏว่าระเบิดติดเพียง 1 ลูก อีก 3 ลูกระเบิดไม่ทำงาน เนื่องจากวงจรไม่ได้ต่อเป็นแบบแสวงเครื่องอย่างถูกต้อง จึงทำให้ระเบิดทำงานไม่ครบ

จากการสอบสวนรวมถึงแกะข้อมูลวงจรปิด และพยานสิ่งแวดล้อม จึงได้หลักฐานครบว่าทั้งสามคนเป็นผู้ก่อเหตุ จึงได้ขอหมายศาลที่จังหวัดระยองและหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ทั้งสามราย และหลักฐานที่เจอเป็นหลักฐานของผู้กระทำความผิด และผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้ให้การเป็นประโยชน์ และยอมรับสารภาพในการก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนสาเหตุคือเรื่องชู้สาว

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันทำหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับสาว พร้อมพวกอีก 2 คน ร่วมวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ คิดว่าเป็นกิ๊กสามี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...