โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ บวกกว่า 200 จุด! ศาลสูงสหรัฐสกัดภาษีฉุกเฉิน “ทรัมป์” หนุนหุ้นพุ่งทั่วกระดาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.พ. เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 00.30 น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดบวกในวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 หลังศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ช่วยคลายความกังวลต่อต้นทุนภาคธุรกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่นักลงทุนยังประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ออกมาต่ำกว่าคาด

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัว รับคำตัดสินศาลสูง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น หลัง Supreme Court of the United States มีมติ 6-3 เสียง ชี้ว่ากฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดเก็บภาษีในวงกว้าง ส่งผลให้นักลงทุนคลายกังวลต่อต้นทุนสินค้านำเข้าและแรงกดดันเงินเฟ้อ

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,625.97 จุด เพิ่มขึ้น 230.81 จุด (+0.47%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,909.51 จุด เพิ่มขึ้น 47.62 จุด (+0.69%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 22,886.069 จุด เพิ่มขึ้น 203.34 จุด (+0.90%)

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและค้าปลีกปรับตัวขึ้นเด่น โดย Amazon พุ่งกว่า 2% หลังคาดว่าจะได้ประโยชน์จากต้นทุนนำเข้าที่อาจลดลง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาท่าทีใหม่ของทรัมป์ที่ประกาศเตรียมใช้มาตราอื่นเพื่อจัดเก็บภาษี 10% ในวงกว้างแทน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก รับแรงหนุนจากสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังคำตัดสินศาลสูงสหรัฐช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก หุ้นกลุ่มสินค้าหรูและเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเด่น โดย Moncler ของอิตาลีพุ่งแรงหลังรายงานยอดขายทั้งปีสูงกว่าคาด ขณะที่ Anglo American ขยับขึ้นหลังรายงานกำไรหลักเติบโต แม้ยังเผชิญผลขาดทุนสุทธิจากการด้อยค่าสินทรัพย์

  • ดัชนี STOXX Europe 600 ปิดที่ 630.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.23 จุด (+0.84%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,260.69 จุด เพิ่มขึ้น 217.12 จุด (+0.87%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,515.49 จุด เพิ่มขึ้น 116.71 จุด (+1.39%)

ตลาดหุ้นอังกฤษบวกต่อเนื่อง ยอดค้าปลีกหนุนความเชื่อมั่น

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวก โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขยอดค้าปลีกเดือนมกราคมของสหราชอาณาจักรที่ขยายตัว 1.8% และฐานะการคลังภาครัฐที่เกินดุลสูงกว่าปีก่อน สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจอังกฤษในช่วงต้นปี

  • ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 10,686.89 จุด เพิ่มขึ้น 59.85 จุด (+0.56%)

ราคาทองคำพุ่งกว่า 1% รับข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ

ราคาทองคำโลก ปรับตัวขึ้นแรง หลังตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 4 ขยายตัวเพียง 1.4% ต่ำกว่าคาด และนักลงทุนประเมินความไม่แน่นอนด้านการค้า

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) อยู่ที่ 5,071.48 ดอลลาร์/ออนซ์ (+1.5%)
  • ราคาทองคำล่วงหน้า COMEX (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 5,080.90 ดอลลาร์/ออนซ์ (+1.7%)

นักวิเคราะห์มองว่าความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในช่วงกลางปี ยังคงเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ราคาน้ำมันทรงตัว จับตาความเสี่ยงตะวันออกกลาง

ราคาน้ำมันโลก ปิดทรงตัว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่ากำลังพิจารณาทางเลือกโจมตีทางทหารแบบจำกัดต่ออิหร่าน

  • น้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนมีนาคม) ปิดที่ 66.39 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.04 ดอลลาร์
  • น้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนเมษายน) ปิดที่ 71.76 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.10 ดอลลาร์

ตลาดพลังงานยังจับตาการเจรจานิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความเคลื่อนไหวทางทหารในภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบอุปทานน้ำมันโลกในระยะสั้น

ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อย หลังศาลสูงสกัดภาษี

ค่าเงินดอลลาร์ ปรับตัวลงเล็กน้อยในภาวะผันผวน โดยดัชนี US Dollar Index (DXY) ปิดที่ 97.80 ลดลง 0.09%

  • ยูโร/ดอลลาร์ อยู่ที่ 1.1779 ดอลลาร์ (+0.06%)
  • ดอลลาร์/เยน อยู่ที่ 155.08 เยน (+0.06%)

แม้ดอลลาร์อ่อนค่าหลังคำตัดสินศาล แต่ยังมีแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดยังประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปีนี้

อ้างอิง : CNBC, Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...