โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โทสต์พันชิ้น-แกงหมื่นหม้อ How To ปั้นเมนูไวรัลใน GRAB ฉบับ 2 ผู้ประกอบการหญิง

TODAY Bizview

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 03.26 น. • TODAY

ในวันที่ธุรกิจร้านอาหารไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องรสชาติ แต่ต้องแข่งกับเวลา เทรนด์ และความสนใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วกว่าเดิม การเปิดร้านหนึ่งร้านจึงไม่ใช่แค่มีสูตรอร่อยแล้วจะอยู่รอดได้ เพราะวันนี้ลูกค้ามีตัวเลือกนับไม่ถ้วน แบรนด์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน และกระแสไวรัลก็พร้อมจะยกใครสักคนขึ้นมาโดดเด่นหรือเลือนหายไปภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

ภายใต้สมรภูมิที่เข้มข้นเช่นนี้ ความสำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความเข้าใจตลาด ความกล้าตัดสินใจ และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่หน้าร้านอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

สองกรณีศึกษาของผู้ประกอบการหญิงที่สามารถ “ปั้นเมนู” ให้กลายเป็นจุดขายหลักของร้าน และต่อยอดสู่การเติบโตอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ เมื่อผสานกับวินัยทางธุรกิจและเครื่องมือที่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนร้านเล็กๆ ให้กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงในวงกว้างได้

เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลซึ่งตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี Grab เปิดเบื้องหลังความสำเร็จของสองผู้ประกอบการหญิงเจ้าของรางวัล “สุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภาคใต้” ‘ยุ้ย เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์’ เจ้าของร้าน ภูเก็ตทีค คอฟฟี่บาร์ (Phuketique Coffee Bar) และรางวัล “สุดยอดร้านขวัญใจโลกโซเชียล” ‘จูน กษมา ศิลาชัย’ เจ้าของร้าน หม้อแม่จูน จากเวที GrabThumbsUp Awards 2026 ที่เปลี่ยนความเชื่อมั่นในตัวเองให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโต จากสองเส้นทางที่แตกต่างแต่มีจุดร่วมเดียวกันคือกล้าคิด ลงมือทำ และปรับตัวในทุกสถานการณ์

[ Phuketique Coffee Bar จากการปรับตัวให้รอดโควิด…สู่เมนู “โทสต์ที่ต้องกินก่อนตาย” ]

เรื่องราวของ Phuketique Coffee Bar เริ่มต้นในปี 2556 เมื่อ ยุ้ย เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์ อดีตผู้คร่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมมากกว่า 10 ปี ตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางเดิมเพื่อสร้างธุรกิจและคว้าโอกาสด้วยตัวเอง โดยเธอมองเห็นโอกาสในย่านเมืองเก่าภูเก็ตและเลือกสร้างความต่างด้วยโมเดล “คาเฟ่ควบคู่บาร์” เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนในพื้นที่

จนกระทั่งวิกฤตโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอต้องทบทวนทิศทางธุรกิจและกลับมาโฟกัสตัวตนของร้านในฐานะคาเฟ่อย่างจริงจัง เริ่มจากการปรับเวลาเปิด–ปิดให้เหมาะสม

พร้อมพัฒนาเมนูอาหารช่วงกลางวันให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในนั้นคือการสร้างสรรค์เมนู “เบิร์น บัตเตอร์ โทสต์” (Burnt Butter Toast) ขนมปังบริยอชก้อนหนานุ่มเคลือบเนยและน้ำตาลทรายแดงจนหอมกรุ่น ขอบกรอบเนื้อในฉ่ำ พร้อมเสิร์ฟคู่ไอศกรีมโฮมเมดคุณภาพดี ซึ่งเธอไม่คาดคิดว่าเมนูนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร้าน

“จากพาดหัวรีวิว ‘โทสต์ที่ต้องกินก่อนตาย’ โดยนักเขียนที่เป็นลูกค้าประจำ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมนู Burnt Butter Toast ของร้านถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลมาพิสูจน์รสชาติ จนทำให้เราสามารถสร้างสถิติยอดขายได้สูงสุดถึง 1,000 ชิ้นต่อวัน”

ร้าน Phuketique Coffee Bar ตัดสินใจขยายช่องทางสู่แพลตฟอร์ม GrabFood ในปี 2562 หลังแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยว แม้ทำเลหัวมุมติดถนนจะโดดเด่นแต่มีข้อจำกัดด้านที่จอดรถ ทางร้านจึงมองเห็นโอกาสจากการขยายสู่ช่องทางฟู้ดเดลิเวอรีที่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ร้าน

และยังช่วยขยายการเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ ทั้งลูกค้าท้องถิ่น ไปจนถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังช่วยสร้างทราฟิกให้กับหน้าร้านอย่างชัดเจน ดึงลูกค้าจากกลุ่มที่ใช้ฟู้ดเดลิเวอรีให้มาแวะเวียนไปที่ร้าน ชื่อเสียงและความนิยมของ Burnt Butter Toast ยังส่งผลให้ Phuketique กลายเป็นเดสทิเนชันของนักท่องเที่ยว

ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของร้านที่มีส่วช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ต จนล่าสุดสามารถคว้ารางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขาสุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภูมิภาค (ภาคใต้) ที่มอบให้โดย Grab และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไปครอง

[ หม้อแม่จูน จากรสมือแม่ในครัวบ้าน…สู่ปรากฏการณ์แกงหม้อสุดไวรัลระดับประเทศ ]

อีกหนึ่งผู้ประกอบการหญิงดาวรุ่งที่น่าจับตามองคือ ‘จูน กษมา ศิลาชัย’ ภรรยาของ เปิ้ล นาคร เจ้าของร้าน หม้อแม่จูน ที่เปลี่ยนแกงไก่หม้อใหญ่ในครัวบ้านให้กลายเป็นเมนูไวรัลระดับประเทศ หม้อแม่จูนเพิ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมาและสามารถสร้างกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมาย จากจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยความศรัทธา

โดยจูนเล่าว่า หลังจากทำบุญครั้งใหญ่ เธอฝันว่ามีคนบอกให้ทำแกงไก่ขาย วันถัดมาเธอจึงตัดสินใจลงมือทำแกงโดยใช้สูตรของครอบครัวทันที จากวันแรกที่ทำเพียง 7 หม้อเพื่อให้เพื่อนสนิทและคนใกล้ตัวได้ลองชิม กลับกลายเป็นกระแสบอกต่อในโซเชียลมีเดีย ภายในเวลาเพียง 3 วัน ยอดพรีออเดอร์พุ่งสูงถึง 1,000 หม้อ และทะลุ 20,000 หม้อในเวลาเพียงสองสัปดาห์

ภายใต้หลักคิดในการทำเมนูให้ “คุ้มใหญ่ ใหม่ สด อร่อยทุกคำ” จูนใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่พริกแกงเคี่ยวมือที่ให้รสสัมผัสแบบโฮมเมด ไปจนถึงการคัดสรรวัตถุดิบขนาดจัมโบ้ ทั้งไก่ เลือด และมะเขือ เพื่อส่งต่อความคุ้มค่าที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง แม้จะเคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคา แต่เธอยังคงยึดมั่นในคุณภาพและความจริงใจในทุกออเดอร์

เธอมองว่าร้านยุคใหม่ไม่อาจนั่งรอลูกค้าเดินเข้าหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำบริการไปถึงมือผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี จึงตัดสินใจร่วมกับ GrabFood ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเหมือนมีพาร์ทเนอร์ที่เข้ามาสนับสุนทั้งด้านการจัดการออเดอร์ การสร้างความเชื่อมั่นและการป้องกันมิจฉาชีพอย่างเพจปลอมได้ ปัจจุบัน ยอดขายผ่าน GrabFood คิดเป็น 25% ของรายได้รวม และช่วยขยายสาขาไปแล้วถึง 5 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ หม้อแม่จูน ได้รับรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขา “สุดยอดร้านขวัญใจโลกโซเชียล” ตอกย้ำพลังของร้านอาหารไทยที่เติบโตจากครัวบ้าน สู่ธุรกิจที่ครองใจผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

จากความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ผนวกกับพลังแห่งการลงมือทำและความทุ่มเทแบบเกินร้อย คือจุดร่วมที่ส่งให้ร้าน Phuketique Coffee Bar และ หม้อแม่จูน ก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ ด้วยพลังของผู้หญิงที่ตั้งใจจริง พร้อมแรงสนับสนุนและพาร์ทเนอร์ที่มีประสิทธิภาพ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการทำธุรกิจในยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่อยู่รอด แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนได้สู้ต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...