พีดีเฮ้าส์ชี้ ตลาดรับสร้างบ้าน ปี 68 ทรุด 21% กางแผนปี 69 รับมือยักษ์อสังหาฯ รุกสมรภูมิ
ผลกระทบ Perfect Storm ฉุดมูลค่า ตลาดรับสร้างบ้าน เหลือ 1.4 หมื่นล้านบาท หลังหนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 90% ของ GDP จับตารายใหญ่ "แสนสิริ-พฤกษา" ข้ามไลน์รุกตลาดบ้านสั่งสร้าง ดันมาตรฐานอุตสาหกรรมสู่ยุคเทคโนโลยี Precast และ AI คาดการณ์ปี 69 ตลาดฟื้นตัวแตะ 1.8 หมื่นล้านบาท ชู 4 เมกะเทรนด์ Green Home และ Universal Design เป็นหัวใจหลัก
19 มกราคม 2569 - ฝ่ายวิจัยและพัฒนาธุรกิจ บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยรายงานสรุปภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านประจำปี 2568 โดยระบุว่าเป็นปีที่อุตสาหกรรมเผชิญกับภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี จากปัจจัยลบสะสมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้มูลค่าตลาดหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมคาดการณ์ว่าปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Turning Point) ของการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ยุค “Innovation & Trust”
นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติพบว่า มูลค่าตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่ 112,000 ล้านบาท (จาก 130,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า) โดยในส่วนของ "ตลาดรับสร้างบ้าน" (ดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน) มีมูลค่าอยู่ที่ 14,300 ล้านบาท หรือหดตัวลงถึง 21% ปัจจัยหลักมาจากโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นตัวล่าช้า ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนรอบด้าน
โครงสร้างผู้เล่นเปลี่ยน เมื่อบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ รุกตลาดรับสร้างบ้าน
หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนทัศนียภาพทางการแข่งขันคือ การรุกคืบของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ (Listed Companies) เช่น แสนสิริ และ พฤกษา โฮลดิ้ง ที่ขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ตลาดรับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า เพื่อบริหารจัดการศักยภาพด้านการผลิตในช่วงที่ตลาดบ้านจัดสรรชะลอตัว
"การเข้ามาของแบรนด์ระดับมหาชนช่วยลดความกังวลเรื่องผู้รับเหมาทิ้งงาน ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ผู้ประกอบการทุกรายต้องสร้างความมั่นใจในระดับสูงสุดจึงจะอยู่รอดได้" - นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พีดีเฮ้าส์ฯ
การแข่งขันถูกยกระดับจากการแข่งด้านราคา (Price War) ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีวิศวกรรม เช่น ระบบ Precast เพื่อความรวดเร็ว ในขณะที่บริษัทรับสร้างบ้านแบบดั้งเดิมต้องปรับกลยุทธ์มาชูจุดเด่นเรื่องงานฝีมือ (Craftsmanship) และการออกแบบเฉพาะบุคคล (Bespoke Design) เพื่อรักษาฐานลูกค้า
โรดแมปปี 2569: การฟื้นตัวสู่จุดเปลี่ยนผ่านด้านนวัตกรรม
ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ว่าปี 2569 มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ 17,000 – 18,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 25% โดยมีปัจจัยหนุนจากกำลังซื้อในพื้นที่ยุทธศาสตร์ (High Potential Zones) เช่น ระยอง และชลบุรี ที่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่ม Expat ในอุตสาหกรรมไฮเทค รวมถึงหัวเมืองรองที่กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ย้ายกลับไปสร้างรากฐานในถิ่นกำเนิด
นางสาวจิราภา ระบุว่า กุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกิจปีหน้าคือ 4 เมกะเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญสูงที่สุด :
- Wellness & Air Quality : ระบบป้องกัน PM 2.5 และการสร้าง Safe Zone ในบ้าน
- Universal Design : การออกแบบที่รองรับสังคมผู้สูงอายุแบบไร้รอยต่อ
- Sustainability : นวัตกรรม Green Home และการติดตั้ง Solar Cell เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว
- Hyper-personalization : การใช้ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการตัดสินใจและเปรียบเทียบข้อมูลเชิงลึก
แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจยังคงมีความเปราะบาง แต่พีดีเฮ้าส์ประเมินว่าช่วงปี 2569 คือโอกาสของผู้บริโภคที่มีความพร้อม เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างและอัตราดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ภาวะคงที่ ตลาดจะเกิดการคัดกรอง (Market Filtration) โดยธรรมชาติ ซึ่งผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปรับตัวสู่ระบบดิจิทัลและนวัตกรรมความยั่งยืนจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไป
"การเปลี่ยนผ่านในปี 2569 นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างที่อยู่อาศัยที่ยั่งยืน เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง" - นางสาวจิราภา กล่าวทิ้งท้าย