“บิ๊กเทคโลก” ตบเท้าเข้าร่วมประชุม AI Impact Summit ที่กรุงนิวเดลี
บรรดาผู้บริหารบิ๊กเทคระดับโลกตบเท้าเข้าร่วมประชุม AI Impact Summit ที่กรุงนิวเดลี ท่ามกลางความพยายามเร่งขยายฐานธุรกิจในอินเดีย
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.14 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บรรดาผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกเดินทางสู่อินเดียในสัปดาห์นี้ เพื่อเข้าร่วมงาน AI Impact Summit ที่กรุงนิวเดลี ท่ามกลางความพยายามของบริษัทชั้นนำในการขยายอิทธิพลสู่ตลาดที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่เติบโตเชิงยุทธศาสตร์แห่งใหม่ของโลก
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุดเวทีด้านปัญญาประดิษฐ์ที่รัฐบาลหลายประเทศเป็นเจ้าภาพต่อเนื่องจากสหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และฝรั่งเศส
ผู้บริหารระดับสูงที่ยืนยันเข้าร่วม ได้แก่
- Sam Altman ซีอีโอ OpenAI
- Sundar Pichai ซีอีโอ Alphabet
- Dario Amodei ผู้ก่อตั้ง Anthropic
- Demis Hassabis ซีอีโอ Google DeepMind
ขณะที่ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ซึ่งเดิมคาดว่าจะเข้าร่วม ได้ถอนตัวในนาทีสุดท้ายโดยให้เหตุผลว่าเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝัน
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เตรียมต้อนรับบรรดาผู้บริหารระดับโลกอย่างเป็นทางการ โดยอินเดียถูกนำเสนอในฐานะตลาดผู้บริโภควัยหนุ่มสาวที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี และมีฐานบุคลากรขนาดใหญ่ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา AI ในระยะยาว
ลลิต อาฮูจา ซีอีโอของ ANSR บริษัทที่ช่วยองค์กรต่างชาติบริหารทีมงานในอินเดีย กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้เป็นการยืนยันศักยภาพของตลาดอินเดียอย่างชัดเจน และสะท้อนว่าอินเดียกลายเป็นประเทศที่ไม่สามารถถูกมองข้ามได้
การประชุมยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐ กำลังเข้าสู่ช่วงปรับความสัมพันธ์ใหม่ พร้อมแรงผลักดันสู่ข้อตกลงการค้า
อินเดียเร่งเครื่องสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก
รัฐบาลโมดีประกาศชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ว่าอินเดียต้องการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีระดับโลก โดยล่าสุดได้อนุมัติโครงการเซมิคอนดักเตอร์มูลค่ารวม 18,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ
รัฐบาลยังผลักดันให้บริษัทระดับโลก เช่น Apple เพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าในอินเดีย ขณะที่นักลงทุน Venture Capital ก็เพิ่มการลงทุนในสตาร์ทอัพอินเดีย และตลาดทุนอินเดียกำลังเผชิญกระแส IPO เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Neil Shah จาก Counterpoint Research ระบุว่า การสนับสนุนจากภาครัฐถือเป็นพรมแดงสำหรับบริษัทข้ามชาติที่ต้องการตั้งฐาน ปรับขยาย และกระจายการดำเนินงานทั่วโลก
โดยมีแนวโน้มว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะประกาศการลงทุนครั้งสำคัญในอินเดียระหว่างงานประชุมครั้งนี้ ขณะที่รัฐบาลอินเดียจะใช้เวทีดังกล่าวประชาสัมพันธ์โอกาสทางเศรษฐกิจในประเทศ
AI คือหัวใจสำคัญ: โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ใช้ และบุคลากร
ประเด็น AI จะถูกผลักดันใน 3 มิติหลัก ได้แก่
1) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
คาดว่าจะมีการประกาศข้อตกลงลงทุนศูนย์ข้อมูล AI (AI Data Centers) และโครงสร้างด้านชิปเพิ่มเติม หลังจาก Amazon, Microsoft และ Intel ได้ประกาศแผนลงทุนด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ในอินเดียเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
2) ฐานผู้ใช้งาน (Users)
อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ ChatGPT และบริษัทคู่แข่งอย่าง Perplexity ต่างเร่งขยายฐานผู้ใช้ โดยเสนอผลิตภัณฑ์ใช้งานฟรี เพื่อดึงดูดผู้ใช้และข้อมูลสำหรับการพัฒนาโมเดลเพิ่มเติม ขณะเดียวกันอินเดียยังไม่มีคู่แข่งท้องถิ่นรายใหญ่ในตลาดแชตบอต AI จากสหรัฐ ทำให้บริษัทต่างชาติสามารถขยายฐานผู้ใช้ได้ง่ายในกลุ่มประชากรที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีสูง
3) บุคลากร (Talent)
อินเดียถูกมองว่าเป็น “โรงงานผลิตบุคลากร AI” โดยมีจำนวนศูนย์ Global Capability Centers (GCCs) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการในต่างประเทศที่ตั้งขึ้นแทนบริษัทข้ามชาติ
ข้อมูลจาก ANSR ระบุว่า มากกว่า 60% ของ GCCs ที่ก่อตั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้น AI, Data, Digital Engineering และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกว่า 80% ของ GCCs ที่คาดว่าจะตั้งขึ้นในอีก 6–8 เดือนข้างหน้า จะขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก
นอกจากความต้องการด้านวิศวกรแล้ว บริษัทต่างชาติยังเริ่มแต่งตั้งตำแหน่งระดับบริหารด้าน AI ในอินเดียมากขึ้น เช่น Chief AI Officer สะท้อนว่าประเทศนี้กำลังกลายเป็นฐานสำคัญไม่เพียงด้านปฏิบัติการ แต่รวมถึงการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ด้วย
อ้างอิง : cnbc.com