โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไม่โกงก็ล่มได้? ขยายปม ‘ฌาปนกิจสงเคราะห์’ เมื่อภารกิจจริง ไม่จบแค่ ‘ตายก็จ่าย’

TODAY

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

“ไม่ได้เป็นการบริจาค ไม่ได้จ่ายไปแล้วจ่ายฟรี จ่ายไปแล้วสมาคมมีภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจ่ายให้กับสมาชิก” คำพูดของ พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความและนักวางแผนการเงินส่วนบุคคล กำลังช่วยตั้งหลักความเข้าใจแรกว่า ‘เงินฌาปนกิจสงเคราะห์’ ไม่ใช่ ‘เงินบริจาค’

ชัดๆ กว่านั้น คือ ใครที่เข้าใจว่าเงินก้อนนี้เป็น ‘เงินจ่ายทิ้ง’ ที่เรียกร้องอะไรไม่ได้ ‘ถือว่าเสียค่าโง่’ อาจไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพียงแต่ต้องผ่านกระบวนการตามระบบ ซึ่งต้องแลกด้วยเวลา

อย่างที่ ปลัด พม. อธิบายว่า ถ้าสมาคมใดปิดตัวลง ชำระบัญชีเรียบร้อย แล้วมีทรัพย์สินเหลือจะมาแบ่งสมาชิก โต่งๆ ไม่ได้

เชื่อว่าหลายคนที่เคยอ่านเงื่อนไขของ ‘เงินฌาปนกิจ’ ถึงจะมี ข้อสังเกตที่ต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ไม่คิดว่า คำกล่าวว่า ‘ใครตายเร็วได้กำไร ใครตายช้าขาดทุน’ จะเกินจริง

ระลอกเหตุการณ์ ม.ค.เดือนเดียว มีถึง 3 สมาคมฌาปนกิจ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.ศรีสะเกษ ที่มีประกาศเลิกสมาคม ขณะที่ ใน จ.ชัยภูมิ มีการประกาศ ‘แช่แข็ง’ เงินทั้งหมด ทั้งไม่รับเงินฝากเข้า และไม่จ่ายเงินออก จะว่าปัญหาดังกล่าวนี้ปุ๊บปั๊บเกิดก็คงไม่ใช่ ที่ผ่านมาส่งสัญญาณเตือนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จากเหตุเงินตึงมือ จนจ่ายทายาทสมาชิกล่าช้า จนเผชิญข้อครหาเรื่อยมาว่า ไม่ต่างกับ ‘แชร์ลูกโซ่’

เช่นนี้แล้วถึงเวลาแล้วยังที่ ‘รัฐ’ ต้องตั้งหลัก และเข้าถึงต้นเรื่อง ไม่ใช่ช่วยเหลือภายหลัง เพราะสำหรับบางคน นี่อาจเป็นเงินก้อนที่ถูกทำให้เข้าใจมาทั้งชีวิต ว่าเป็นเงินฝาก ที่สักวันครอบครัวฉันจะได้ใช้

รายการ HEADLINEจากสำนักข่าวทูเดย์ มีโอกาส พูดคุยกับ ดร. พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความและนักวางแผนการเงินส่วนบุคคล ในประเด็นนี้

เมื่อไม่ใช่เพียง ‘ตายก็จ่าย’ จึงต้องใช้คนมืออาชีพจัดการเงิน

ดร.พีรภัทร เริ่มต้นเปรียบเทียบว่า ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ต่างกับ ‘เงินประกันชีวิต’ ที่เมื่อผู้มีประกันเสียชีวิต ทายาทจะกลายเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์แทน

“มันเหมือนประกันชีวิตทุกประการเลยครับ เพียงแต่อาจไม่ซับซ้อน”

โดย ดร.พีรภัทร กล่าวว่า ฌาปนกิจสงเคราะห์ จะว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ตั้งแต่ต้นก็คงไม่ใช่ เพราะแชร์ลูกโซ่ คือ ไม่มีเงินมาจ่ายได้จริง เป็นธุรกิจขายฝัน แต่ประกันชีวิตรวมถึงฌาปนกิจสงเคราะห์ มีกฎหมายรองรับชัดเจน

สิ่งหนึ่งที่อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนกันไป คือ กองทุน สหกรณ์ หรือ สถาบันการเงิน ล้วนแต่เป็นคนกลางรับเงินมาบริหาร ดังนั้นถึงต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ จะว่าเป็นจุดพลิกผันของฌาปนกิจสงเคราะห์ อาจอยู่ที่ยุคหนึ่งมีการอนุมัติให้มีการ ‘ถอนเงิน’ ได้บางส่วน จากการที่มีคนเรียกร้องว่า ทำไมคนจ่ายถึงไม่ได้ใช้

“จากเดิมที่เป็นประกันแบบง่ายๆ ตายก็จ่าย ตอนนี้เริ่มมีการถอนเงินระหว่างทาง จนคล้ายสถาบันการเงินมากขึ้น”

ตามมาด้วยคำถามที่ว่า คนที่ ‘บริหาร’ มีความรู้ด้านการเงินมากน้อยแค่ไหน ดร.พีรภัทร กล่าวว่า กรณีบริษัทประกันชีวิต หรือ สถาบันการเงิน อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกฎหมายการเงินกำกับอย่างเข้มงวด

ทว่า ฌาปนกิจสงเคราะห์ กำกับโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เช่นเดียวกันกับ สหกรณ์ ที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้ ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเข้มข้นด้านการเงิน

ถึงได้มีการพูดถึง ‘นักคณิตศาสตร์ประกันภัย’ ที่มีหน้าที่สำคัญในการคำนวณตั้งแต่จำนวนคนเกิด อัตราคนตาย การใส่เงินเข้ากองทุน เป็นต้น ก่อนจะพยากรณ์ไปข้างหน้าในระยะยาว เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

“ยกตัวอย่างง่ายๆ เดิมมีสมาชิก 20 คน ทุกคนจ่ายเข้ามา วันนึงมีคนค่อยๆ เสียชีวิต แต่อัตราการเกิดน้อยลง คนเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์น้อยลง เงินที่ใส่เข้าไปก็น้อยตาม”

“วันนี้อัตราการเกิดเป็นะพิระมิดหัวกลับ เมื่อคำนวณแล้วอาจคำนวณไม่ดี เอาแบบเขาไม่ทุจริตเลย มันก็ไม่ใช่การโกง ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ เพียงแต่บริหารงานผิดพลาด”

ดร.พีรภัทร กล่าวว่า หลายกรณีไม่มีการฉ้อโกงจริง แต่เมื่อพิจารณารายงานทางการเงิน ก็เชื่อได้มีโอกาสล้มได้เหมือนกัน

‘ฌาปนกิจสงเคราะห์’ ถูกทิ้งกลางทาง ต้องมีผู้รับผิดชอบ

‘จ่ายค่าทำศพ จ่ายกึ่งบริจาค จ่ายเพื่อนช่วยเพื่อน’ นำมาสู่คำถามว่า ต่อให้ทายาทไม่ได้รับผลประโยชน์ ก็ไม่สามารถเอาผิดได้เลยหรือไม่

ดร.พีรภัทร ย้ำว่า ไม่จ่ายไม่ได้ ยังไงก็ต้องจ่าย เพราะเป็นข้อตกลงร่วมกัน เป็นเรื่องของการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ในฐานะของกองทุน เมื่อสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกแล้วจะมีลักษณะของการผูกพัน ดร.พีรภัทร อธิบายว่า อยู่ในประมวลของกฎหมายแพ่ง ถ้าเกิดเหตุก็ต้องจ่ายเงินคืน

“ไม่ได้เป็นการบริจาค ไม่ได้จ่ายไปแล้วจ่ายฟรี จ่ายไปแล้วสมาคมมีภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจ่ายให้กับสมาชิก”

เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายๆ สมาคมหนึ่งหนึ่งก็เหมือนบริษัท มีตังค์ก็จ่าย ถ้าไม่มีตังค์ จะไปบอกให้สมาชิกคนอื่นช่วยจ่ายทำไม่ได้ และหากเกิดกรณีชำระเงินสมาชิกแล้วไม่เพียงพอก็ต้องนำไปสู่ขั้นตอนที่กฎหมายอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยพิทักษ์

ย้อนกลับไป ฌาปนกิจสงเคราะห์ ไม่ได้เกิดขึ้นตามอำเภอใจ ถูกจัดตั้งโดยมี พระราชบัญญัติ การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 โดยมี พม. เป็นผู้ดูแล

“คำถามคือกระทรวงนี้เน้นช่วยเหลือคนครับ เด็ก สตรี ผู้ด้อยโอกาส การพัฒนามนุษย์ เขาไม่ใช้กระทรวงที่รับผิดชอบกำกับสถาบันการเงิน ผมก็ไม่แน่ใจว่าผิดฝาผิดตัวรึเปล่า”

ดร.พีรภัทร กล่าวว่า ในอดีตอาจเคยมองว่า เป็นเรื่องง่ายๆ ชาวบ้านทำกันได้เองด้วยสมมติฐานว่า ‘อัตราการเกิด มากกว่าอัตราการตาย’ ทว่า ถึงจุดหนึ่งไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งคนไม่มั่นใจถึงความปลอดภัย

อย่างที่ บริษัทประกัน และ ธนาคาร มีการคำนวณสูตรเพื่อยื่นตรวจสอบทุกไตรมาสว่า สูตรบริหารเงินเหล่านั้นยังแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ ซึ่งทำถึงขั้นนี้แล้ว ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ยังต้องเผชิญความเสี่ยงจนล่มมาแล้ว ให้เห็นภาพชัดขึ้น อย่าง กองทุนประกันสังคม ที่มีการใช้นักคณิตศาสตร์ประกันภัย คำนวณจนพบว่า เพื่อป้องกันความเสี่ยงกองทุนล่ม ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบเพิ่มเติม

วิธีการเหล่านี้ ไม่เกิดขึ้นกับกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์

“ปกติทำบัญชีซ้ายขวาอย่างเดียว คือเอาเงินใส่เข้ามา พอข้อกำหนดบอกจ่ายเขาก็จ่าย แต่เมื่อวันนึงการจ่ายมากกว่าการรับ มีใครเอะใจรึเปล่าว่าจะไปไม่รอด”

ถึงได้เห็นภาพการจดทะเบียนยกเลิกในหลายสมาคม อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว

จะผันตัวเป็น ‘สถาบันการเงิน’ ต้องปักป้ายคนกำกับให้ถูก

ดร.พีรภัทร ยกตัวอย่าง การดำเนินงานของสหกรณ์ และ กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ ในตอนนี้ ที่มีลักษณะคล้ายสถาบันการเงิน จึงต้องมีหน่วยงานกำกับที่เชี่ยวชาญพอจับคู่ให้ถูกต้อง เพราะหากเกิดปัญหายังจัดการได้ทันที

  • ธนาคาร: ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • บริษัทประกันภัย: สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
  • บริษัทหลักทรัพย์: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

เทียบเคียงกับ หลายกองทุนที่กำลังเป็นประเด็นพูดถึง ดร.พีรภัทร กล่าวว่า ล้วนไม่ได้จัดการเงินเป็นภารกิจหลัก ทำให้ความใส่ใจลดลง นำมาซึ่งข้อเสนอให้โยกย้ายไปอยู่กับ กระทรวงการคลัง หรือตั้งหน่วยงานเฉพาะทดแทน

“ไม่งั้นมีโอกาสล้มสูงครับ เพราะแต่เดิมทำแบบบ้านๆ แต่ทุกวันนี้สถานการณ์การเงินเปลี่ยนไปหมดแล้ว อย่างเดิมดอกเบี้ยเงินฝาก 10% ตอนนี้ไม่ถึงแล้ว”

ดร.พีรภัทร กล่าวว่า การคำนวณโดยหากำไรจากดอกเบี้ยเงินฝากเช่นที่ผ่านมา ไม่สามารถอุดช่องว่างของเงินที่ไหลออกทันแล้ว

สหกรณ์ออมทรัพย์ ระเบิดเวลาอีกลูก?

ดร.พีรภัทร กล่าวถึง ‘สหกรณ์’ ที่ปรากฏข่าวการทุจริตบ่อยครั้ง แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องป้องกันไม่ยาก หากดำเนินการจริง ทว่า ความน่ากังวล คือ ความซับซ้อนของภารกิจภายใน ซึ่งคล้ายกับธนาคารดีๆ นี้เอง ที่แบ่งส่วนเงินฝาก และส่วนลงทุน ร่วมกับปล่อยกู้

“ธนาคารเวลาจะปล่อยกู้ เราต้องมีฝ่ายสินเชื่อวิเคราะห์ก่อน หน้าที่การงานเป็นยังไง เงินเดือนเป็นยังไง ผมปล่อยกู้แล้วมั่นใจว่าจะได้คืน แต่สหกรณ์มั่นใจไหมครับว่าเก็บคืนได้ครบ”

ดร.พีรภัทร ตั้งคำถามว่า สิ่งที่ใช้ในการจ่ายผลประโยชน์สมาชิก มาจากการลงทุนจริง หรือเป็นเงินสมาชิกใหม่

เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์เล็กๆ ที่มีการบริหารงานผิดพลาด จ่ายปันผลในอัตราที่สูงจนผิดปกติ และดูอันตราย วกกลับมาต่อให้สถาบันเหล่านี้จัดตั้งอย่างถูกต้อง แต่ลักษณะการดำเนินงานไม่ได้ต่างกับแชร์ลูกโซ่ เพราะการอยู่รอดพึ่งพิงการไหลเวียนเงินของสมาชิก

“สหกรณ์ใหญ่ๆ ไม่ค่อยเกิดปัญหา พนักงานใหม่เข้ามาก็ชักชวนเป็นสมาชิกเงินก็เติมๆ ไม่มีปัญหาเลย แต่สหกรณ์เล็กๆ เชิงหมู่บ้าน ประชากรน้อยลง คนย้ายไปทำงานกรุงเทพฯ เงินใส่เข้าไปน้อยลง มันมีโอกาสเกิดปัญหาได้เลย”

ช่วงท้าย ดร.พีรภัทร กล่าวว่า เจตนาที่อยากให้ชุมชนดูแลตนเองได้เป็นเรื่องดี แต่ปัญหาอยู่ที่การกำกับดูแลไม่ชำนาญพอ หรือไม่มีพี่เลี้ยงที่ดีพอ ซึ่งบ่อยครั้งไม่ได้ตั้งต้นว่าอยากทุจริตเลย

“สมมติฌาปนกิจสงเคราะห์ถ้าเปลี่ยนใหม่ ให้กลุ่มประกันที่รัฐบาลถือหุ้นมาบริหารให้เลย ผมว่าอาจจะง่ายกว่า…เพราะมีการกำกับดูแล ตรวจสอบ และถ้าเกิดปัญหาจะมีผู้รับผิดชอบ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...