โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ณัฐวุฒิ' เยี่ยม 'เสก โลโซ' ที่เรือนจำเปิดเขากลิ้ง เพชรบุรี ระบุ 'เสก เล่นดนตรี ผมตามไปเชียร์'

VoiceTV

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 02.21 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เผยภาพผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นภาพครอบครัวคู่กับ เสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ และ กานต์ วิภากร ศุขพิมาย ภรรยาของเสก โลโซ ที่เรือนจำเปิดเขากลิ้ง เพชรบุรี โดยณัฐวุฒิพร้อมระบุว่า

เสกย้ายไปอยู่เรือนจำเปิดเขากลิ้ง เพชรบุรี เมื่อเดือนก่อน ผมติดภารกิจหาเสียง เพิ่งได้ไปเยี่ยมเขา

ทางเรือนจำจัดงานเปิดพื้นที่ใหม่ เสก เล่นดนตรี ผมตามไปเชียร์

เพื่อนคือเพื่อน ใจคือใจ

จะมีเราและนายเสมอ

โดยคดีของ เสก โลโซ ศาลอาญามีนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 คดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ ยื่นฟ้อง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสกโลโซ จำเลยคดีหมายเลขคดีดำ อ.1662/2561 แดง อ.8288/2561 ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่, เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490

โดย เสกสรรค์ ถูกจับเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่บ้านพัก หลังจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับการยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ในระหว่างการจับกุม เสก โลโซ ได้ขัดขืนและขู่จะใช้ปืนหากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องใช้หน่วยอรินทราชเข้าช่วยเหลือในการควบคุมตัว

ทั้งนี้ อัยการโจทก์ได้ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติกซึ่งมีทะเบียนพร้อมกระสุนปืนและต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยมีหรือใช้อาวุธปืนและเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาให้ลงโทษ แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และ จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกและจำเลยเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชขอให้ลงโทษบวกโทษและนับโทษต่อ จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้ใบอนุญาต ส่วนความผิดอื่นในการปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ

โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดทั้ง 3 ข้อหา

  • ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน
  • ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืนให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน
  • ฐานเสพยาเสพติด จำคุกอีก 6 เดือน

.

รวมจำคุก 1 ปี 18 เดือน และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

แม้ว่าจำเลยอ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ขณะกระทำผิด แต่เนื่องจากเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ จำเลยรู้ผิดชอบดีจึงไม่อาจอ้างภาวะป่วยได้

ต่อมาวันที่ 7 พ.ค.2563 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดง ที่ อ.3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ซึ่งจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา โดยศาลตีราคาประกัน 600,000 บาท โดยศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 12 เดือน 20 วัน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายเสกสรรค์ไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรี เพื่อรับโทษตามคำพิพากษา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...