"ความยุติธรรมที่มาช้าคือความไม่ยุติธรรม"
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 3 ปี ที่กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหายถูกประกาศใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่ยังมีปลายประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่า ทำไมความยุติธรรมยังคงเดินทางมาช้า ทำไมกฎหมายที่เป็นเหมือนลมหายใจของผู้สูญเสียกลับยังทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่ควรจะเป็น
.
คดีตากใบ = คดีมีอายุความถึง 20 ปีแต่การสืบสวนสอบสวนราวกับเป็นอัมพาต เมื่ออาชญากรรมร้ายแรงโดยรัฐถูกยื้อเวลาจนหมดอายุความ ความรับผิดก็เลือนหายไปพร้อมกับผลกระทบทางจิตใจของผู้เสียหาย นี่คือคำถามใหญ่ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราต้องทำให้คดีลักษณะนี้ "ไม่มีอายุความ"
.
คดีลุงเปี๊ยก = วงจรคดีเหมือนต้องนับหนึ่งใหม่แบบไม่จบสิ้น เพราะช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่ทำให้สำนวนคดีถูกส่งกลับไปกลับมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอาจเป็นการพยายามลดเกรดหรือลดระดับอาชญากรรมจากคดีทรมานให้เหลือแค่การทำร้ายร่างกาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในระบบเดียวกัน
.
พื้นที่ปิดในค่ายทหาร = สถานที่ที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงอาจไปไม่ถึงตั้งแต่แรก ขณะที่พยานไม่กล้าเปิดหน้าให้ข้อมูลเพราะยังอยู่ภายใต้อำนาจผู้กระทำผิด และกลไกคุ้มครองพยานที่อาจยังไม่รัดกุมหรือสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอกับพยาน
.
การทรมานทางจิตใจออนไลน์ = โจทย์ใหม่ที่กฎหมายไทยอาจจะยังตามไม่ทัน ปฏิบัติการไอโอและการคุกคามบนโซเชียลมีเดีย ที่พบว่าทำให้คนที่มีชีวิตอยู่ต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็นได้ ที่ผ่านมาพบว่ารัฐมักปฏิเสธความรับผิดชอบ เพียงเพราะมองไม่เห็นร่องรอยความเสียหายหรือบาดแผลทางใจที่เกิดขึ้น
.
คำมั่นสัญญาทางการทูต = ยาวิเศษหรือแค่คำหลอกลวง การส่งผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญความเสี่ยง เผชิญอันตรายในชีวิต เสี่ยงถูกประหัตประหาร โดยอ้างแค่คำสัญญาปากเปล่าระหว่างรัฐ ทั้งที่หลักการสากล (Non-refoulement) ต้องเข้มงวดกว่านั้น