ระหว่างสงครามตะวันออกกลาง! ทูตนอกแถว แนะ เร่งบีบกัมพูชาเจรจาตามไทย
ทูตนอกแถว สะท้อนความขัดแย้งตะวันออกกลาง ใครเป็นผู้ร้าย ใครเป็นพระเอก แนะ ข้อดีสำหรับไทย เร่งบีบกัมพูชาหันมาเจรจา
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายรัศม์ ชาลีจันทร์ หรือทูตนอกแถว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ในความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุด คงไม่มีใครเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายทั้งหมด
โดยถ้ามองกันตามหลักการกฏหมายระหว่างประเทศ สหรัฐฯและอิสราเอลเป็นฝ่ายผิดมากกว่า
แต่ตอนนี้เป็นยุคแห่งใครมีพละกำลังมากกว่าก็เสียงดังกว่าและถูกต้องกว่า (might is right)
จึงไม่มีใครโดดออกมาทัดทานนัก
อีกอย่างคือตัวอิหร่านเองก็มีปัญหาในแง่ระบอบการปกครองที่มีประชาชนจำนวนมากต่อต้าน และถูกรัฐปราบปรามอย่างเด็ดขาด รวมทั้งข้อกล่าวหาว่าพัวพันการก่อการร้าย จึงทำให้ไม่ค่อยมีใครเห็นใจอกเห็นใจอยากช่วยเหลือนัก
เรื่องนี้จึงดูไม่มีพระเอก ไม่มีฝ่ายสีขาว
มีแต่ใครผิดมากผิดน้อยกว่ากัน
และที่หลายประเทศกังวล เขาคงไม่ได้ห่วงว่าอิหร่านจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เขาห่วงว่าความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อออกไป แล้วมันจะกระทบโลกและพวกเขาตามไปด้วยแค่นั้น
ซึ่งที่เขากังวลกันมันก็มีเหตุผลเพราะอิหร่านไม่ใช่เวเนซุเอลาที่จะเอาชนะได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
โครงสร้างอำนาจการปกครองของอิหร่านถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบให้สามารถมีคน หรือกลุ่มคนที่เข้ามาทำหน้าที่แทนได้ทันทีหากสูญเสียผู้นำไปกระทันหัน ไม่ใช่ผู้นำตายหรือถูกจับทุกอย่างก็จบตาม
และภายในประเทศยังมีโครงสร้างเครือข่ายอันซับซ้อนที่ถูกวางไว้อย่างละเอียดในทุกระดับของสังคม
อย่างที่นาย Nicholas Kristof นักข่าวผู้ชำนาญตะวันออกกลาง ที่เคยใช้ชีวิตทั้งในอิหร่านและอัฟกานิสถานว่าไว้ ว่าลำพังเพียงมีคนอิหร่านออกมาดีใจที่ประเทศถูกโจมตียังคงยากที่จะเห็นการเปลี่ยนระบอบได้โดยง่าย
นอกจากนี้ยังมีผู้ชี้ว่ามันไม่แน่เสมอไปว่าฝ่ายที่มีกำลังเหนือกว่ามากมายหลายเท่าจะต้องเป็นฝ่ายชนะเสมอไป เพราะในหน้าประวัติศาสตร์โลกก็เต็มไปด้วยการพ่ายแพ้แบบพลิกล้อค คำนวนผิด คิดว่ามีแสนยานุภาพเหนือกว่าต้องชนะแน่นอน แต่ผลออกมาตรงกันข้ามมีเยอะแยะ
อย่าลืมว่าสหรัฐๆก็พ่ายอย่างหมดรูปมาแล้วในเวียดนามที่ด้อยกว่าทุกอย่าง ต่อให้มีฝ่ายเวียดนามใต้สนับสนุนก็ตาม
ในอัฟกานิสถานก็ทุ่มทั้งชีวิตทหารและงบประมาณมหาศาลลงไปร่วม 20 ปี สุดท้ายก็ต้องถอนหมดท่าและฝ่ายตาลีบันก็กลับมาครองประเทศได้ดังเดิมอีกอยู่ดี และอัฟกานิสถานนั้นเล็กและล้าหลังด้อยกว่าอิหร่านหลายเท่า
จริงอยู่ว่าช่วงนี้อิหร่านอ่อนแอมากที่สุด พันธมิตรก็ถูกทำลายหรือไม่อยู่ในสภาวะช่วยเหลือได้มาก โดยเฉพาะรัสเซีย ส่วนจีนก็ไม่อยากเสี่ยงเพราะดูไม่คุ้มกัน จึงค่อนข้างหัวเดียวกระเทียมลีบเอาการ อิสราเอลจึงกล้าโจมตีตอนนี้
และแม้ผมเองและคนไม่น้อยหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน ให้เป็นระบอบที่เป็นมิตรให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนมากขึ้น แต่อย่าลืมว่าเรื่องอุดมการณ์ทางศาสนาและการเมืองนั้น มักเข้มข้นกว่าลำพังอุดมการณ์ประชาธิปไตย ที่คนพร้อมพลีชีพสู้ยิบตามากกว่า
และหากไม่มีการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปก็อยากจะเปลี่ยนแปลงระบอบได้จริง
แต่ถ้าส่งเข้าไปก็เชื่อว่าความสูญเสียมหาศาลยิ่งกว่าอัฟกานิสถานหลายเท่ากำลังรออยู่ และคราวนี้คงยากจะมีประเทศจากนาโต้เข้าร่วมปฏิบัติการกับสหรัฐฯ ด้วยอีก นอกจากอิสราเอล
และถ้าเป็นดังนี้ความขัดแย้งนี้ก็ต้องลากไปอีกยาว
สิ่งที่น่าจะดีบ้างสำหรับไทย คือตอนนี้ไม่มีใครสนใจปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชาเท่าไหร่แล้ว น่าจะเร่งบีบให้ฝ่ายกัมพูชาหันมาเจรจาตามแนวทางของเราในช่วงนี้
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS