เปิดนิทานกล้าเทา!! เบื้องหลังที่คนไทยไม่รู้
บอม โอฬาร เล่านิทานกล้าเทา ปลุกคนไทยให้บทเรียนคนสีเทา
ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายโอฬาร วีระนนท์ หรือ บอมโอฬาร นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
นิทานกล้าเทา: เส้นทางทุนสีเทา สู่การเมืองไทย
ประเทศไม่ได้อ่อนแอ
แต่กำลังถูก “ความเคยชิน” บ่อนทำลาย
นิทานเรื่องนี้… อาจใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด
กาลครั้งหนึ่ง…
ในแผ่นดินอันไกลโพ้น
ที่ผู้คนยังเชื่อว่า อำนาจรัฐควรเป็นเครื่องมือรับใช้ประชาชน
ไม่ใช่บันไดสู่ผลประโยชน์ของใครบางคน
มี “กลุ่มคน” กลุ่มหนึ่ง
เริ่มต้นจากพื้นที่ที่สังคมเรียกว่า สีเทา
เติบโตจากโลกที่กติกาเข้าไม่ถึง
ใช้ความสัมพันธ์ อิทธิพล และความกลัว
เป็นทุนในการขยับสถานะของตนเอง
จากอำนาจท้องถิ่นเล็ก ๆ
ค่อย ๆ สั่งสมบารมี จนก้าวสู่เวทีระดับประเทศ
ทุนสีเทาเหล่านั้น
ไม่ได้หยุดอยู่เพียงในเงามืด
แต่ถูกแปลงให้ดูถูกต้อง
กลายเป็น ทุนทางการเมือง
ผ่านการสนับสนุน ผ่านความใกล้ชิด
ผ่านการอิงบารมีของผู้มีอำนาจในแต่ละยุคสมัย
โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบพรรค
ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสาธารณะ
ใช้เพียง “ทรัพยากรของตนเอง”
ที่ผู้คนจำนวนไม่น้อย… ยังคงตั้งคำถาม
เมื่ออำนาจเริ่มมั่นคง
กลไกเดิม ๆ ก็เริ่มทำงาน
ความไว้วางใจถูกใช้เป็นเครื่องมือ
ความแตกแยกค่อย ๆ ก่อตัวจากภายใน
ผู้คนที่เคยร่วมอุดมการณ์
โดยเฉพาะกลุ่มที่ยึดหลักความรู้ ความสามารถ
และการออกแบบนโยบายเพื่ออนาคตประเทศ
ค่อย ๆ ถูกลดบทบาท
เหลือเพียงอำนาจที่ตั้งอยู่บน
ผลประโยชน์ ความเงียบ และการยอมจำนน
แล้ววันหนึ่ง…
อำนาจนั้นได้เข้าไปมีบทบาท
ต่อ หน่วยงานของรัฐที่ควรเป็นหัวใจสำคัญของสังคม
หน่วยงานที่ควรดูแลผู้ผลิตอาหารของประเทศ
แต่ผู้คนในภาคการผลิต
กลับยังต้องวนเวียนกับความไม่มั่นคง
รอความช่วยเหลือเฉพาะหน้า
โดยไม่เคยถูกยกระดับ
ให้ยืนได้ด้วยศักดิ์ศรีของตนเอง
หน่วยงานที่ควรสร้างอนาคตให้เด็กและเยาวชน
แต่ระบบกลับไม่ทันโลก
ทักษะไม่สอดคล้องกับความจริง
ความฝันของเด็กดูไกลขึ้น
ขณะที่โอกาสกลับแคบลงเรื่อย ๆ
และหน่วยงานที่ควรโอบอุ้มผู้เปราะบาง
กลับไม่อาจเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง
ผู้คนจำนวนมากรู้สึกโดดเดี่ยว
เผชิญแรงกดดันจากปัญหาสังคม
และสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน
สิ่งที่น่ากังวลที่สุด
อาจไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของการบริหาร
แต่คือทัศนคติที่มองว่า
“ตราบใดที่ไม่ผิดกติกา ก็เพียงพอแล้ว”
ทั้งที่ ความรับผิดชอบต่อสังคม และจริยธรรมสาธารณะ
ควรเป็นหัวใจของอำนาจรัฐ
นิทานเรื่องนี้…
อาจไม่ใช่เพียงนิทาน
หากเรายังนิ่งเฉย
ประเทศนี้อาจค่อย ๆ ถูกหล่อหลอม
ด้วยอำนาจจากพื้นที่สีเทา
อย่างที่เราไม่รู้ตัว
ในหลวงรัชกาลที่ 9
เคยพระราชทานแนวคิดไว้ว่า
“ … ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ … ”
วันนี้…
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่
เราจะทำให้ทุกคนดีพร้อมกันได้หรือไม่
แต่คือ
เราจะ กล้าลงมือทำ
เพื่อไม่ให้ระบบที่คลุมเครือ
ยืนอยู่เหนือผลประโยชน์ของประเทศอีกต่อไปหรือไม่
ถึงเวลาแล้ว
ที่ผู้นำประเทศต้องแสดงความชัดเจน
ก่อนที่ความเคยชินจะกลายเป็นความปกติ
และถึงเวลาแล้ว
ที่ประชาชนทุกคน
ต้องร่วมกันให้บทเรียนกับการเมืองสีเทา
ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใด หรืออยู่ในกลุ่มใดก็ตาม
ประเทศไทยจะงดงามได้
ไม่ใช่เพราะใครเก่งกว่า
แต่เพราะเรา กล้าเลือกความถูกต้อง
กล้าเลือกคนดี
และกล้าลงมือทำ
เพื่ออนาคตของลูกหลานไทย
“อำนาจที่เติบโตจากเงามืด
อาจครองสถานการณ์ได้ชั่วคราว
แต่พลังที่ยึดโยงกับความเป็นธรรม
จะครองอนาคตของประเทศได้อย่างยั่งยืน”
หมายเหตุ:
“ นิทานสะท้อนปรากฏการณ์ทางสังคมและการเมือง
ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลหรือองค์กรใดโดยเฉพาะ
และนักการเมืองเช่นนี้ เริ่มกระจายไปทุกที ทุกขั้ว
สิ่งสำคัญ คือ เราต้องรู้ทัน และร่วมกำจัด
คนเช่นนี้ออกจากระบบ การเมืองไทย ร่วมกัน”
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS