โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กระทิงแดงลดเหลือ 10 บาท กระทบ OSP-CBG จับตาสงครามราคาเครื่องดื่มชูกำลัง

PostToday

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 23.54 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 06.43 น.

การเคลื่อนไหวล่าสุดของกลุ่มธุรกิจ TCP ในการเปิดตัวแคมเปญ ปลุกพลังใจให้ ‘คนไทย’ ไปต่อ ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางการตลาดทั่วไป แต่ถือเป็นการประกาศสงครามราคาครั้งสำคัญที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย

กลยุทธ์ “ถอยเพื่อรุก” การปรับราคาของกระทิงแดง

หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้คือการที่ กระทิงแดง (Classic) ตัดสินใจปรับราคาขายลดลงจาก 12 บาท เหลือเพียง 10 บาททุกขวดทั่วประเทศ โดยยังคงรสชาติและคุณภาพเดิม กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าระดับราคา 10 บาท คือ“Price Point” ที่สำคัญที่สุดของตลาด ซึ่งผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ การที่ผู้นำตลาดรายหนึ่งยอมลดราคาลงมาสู้ในระดับราคาหลักนี้ บ่งชี้ว่าภาวะการแข่งขันกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของผู้เล่นรายอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงกดดันต่อยักษ์ใหญ่ OSP vs CBG

บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด พบว่ามีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน

OSP (โอสถสภา) เป็นผู้ที่มีความเสี่ยงจะได้รับผลกระทบสูงที่สุด เนื่องจากปัจจุบันสินค้าหลักอย่าง M-150 ฝาทอง ยังคงยืนราคาที่ 12 บาท ทำให้กลายเป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวที่ตั้งราคาสินค้าหลักสูงกว่าคู่แข่งในตลาด สภาวะเช่นนี้เปิดช่องว่างให้คู่แข่งแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดไปได้ง่ายขึ้น แม้จะมีการส่งสินค้าในกลุ่ม 10 บาท (M-150 ฝาเหลือง) ลงมาเสริมทัพบ้างแล้วก็ตาม

CBG (คาราบาวกรุ๊ป) แม้ปัจจุบันจะขายในราคา 10 บาทอยู่แล้ว รวมทั้งการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และการตลาดที่ประสบความสำเร็จ จนสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดขึ้นมาอยู่ที่ 28.2% ณ สิ้นปี 2568 แต่การที่กระทิงแดงลดราคาลงมาชนโดยตรง ทำให้เป้าหมายการขยับส่วนแบ่งการตลาดไปสู่ 32.0% ภายในปี 2569 ของ CBG กลายเป็นความท้าทายที่ยากขึ้นกว่าเดิม

มุมมองการลงทุน หลบภัยในหุ้นเครื่องดื่มกลุ่มอื่น

ท่ามกลางความผันผวนของกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง บล.เอเซีย พลัส ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มเครื่องดื่ม “เท่ากับตลาด”

อย่างไรก็ตาม ICHI (อิชิตัน) กลับโดดเด่นขึ้นมาในฐานะหุ้นแนะนำ (Top Pick) ของกลุ่ม ด้วยเหตุผลเชิงกลยุทธ์ 3 ประการ

1.แนวโน้มกำไร: คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยได้รับอานิสงส์จากสภาพอากาศที่คาดว่าจะร้อนกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อเครื่องดื่มประเภทให้ความสดชื่น

2.ความเสี่ยงต่ำ: มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกน้อยกว่า ทั้งในแง่ของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

3.ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น: มีความน่าสนใจจากการคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่สูงถึง 8.6% ในปี 2569 ซึ่งถือเป็นระดับที่จูงใจนักลงทุนอย่างมาก

สงครามราคาครั้งนี้เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ในตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ราคา” เป็นอันดับต้น ๆ การรักษาส่วนแบ่งการตลาดอาจต้องแลกมาด้วยการปรับลด Margin ของผู้ประกอบการ จับตาในปี 2569 อาจได้เห็น OSP และ CBG ปรับตัว เพื่อรับมือกับการรุกคืบของกระทิงแดงในครั้งนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...