โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กด่วน 5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เช็กด่วน 5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง

หมอเจด เผย 5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง ระบุ สามารถสะสมเงียบ ๆ เป็นสิบปีโดยไม่เจ็บหน้าอก แนะ ควรตรวจตอนไหน เปิด 5 ข้อลดเสี่ยง

วันที่ 6 มี.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ "หมอเจด" ระบุว่า อย่าพึ่งคิดว่าหลอดเลือดหัวใจตีบจะต้องมีอาการชัด ๆ ก่อนนะครับ

เพราะความจริงแล้ว "คราบหินปูน" หรือแคลเซียมที่เกาะผนังหลอดเลือด สามารถสะสมเงียบ ๆ เป็นสิบปีโดยไม่เจ็บหน้าอกเลยครับ จนวันหนึ่งตีบมากพอหรือเกิดลิ่มเลือดอุดตัน กลายเป็นภาวะฉุกเฉินทันที

โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวาน ไขมันสูง สูบบุหรี่ หรือมีพุงลงพุง ต้องระวังให้มากครับ และนี่คือ 5 สัญญาณ หินปูนในเลือดเกาะหัวใจไม่รู้ตัวครับ

5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

1.เหนื่อยง่ายกว่าปกติทั้งที่กิจกรรมเท่าเดิม

  • เมื่อหลอดเลือดหัวใจเริ่มตีบ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น คุณอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย เดินขึ้นบันไดแล้วต้องหยุดพัก ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้สบาย อาการนี้มักถูกมองว่า "แค่อายุเยอะขึ้น" ทั้งที่จริงอาจเป็นสัญญาณเตือนของหลอดเลือดตีบระยะแรกครับ

2.แน่นหน้าอก จุกลิ้นปี่ หรือร้าวไปไหล่ซ้าย

  • อันนี้เป็นอาการคลาสสิกคือแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักทับ บางคนปวดร้าวไปกราม ไหล่ซ้าย หรือแขนซ้าย โดยเฉพาะเวลาขึ้นที่สูง เดินเร็ว หรือเครียด แล้วดีขึ้นเมื่อพัก นี่คืออาการเจ็บหน้าอกจากหัวใจขาดเลือด (stable angina) ที่ไม่ควรมองข้ามครับ

3.ใจสั่น หน้ามืด เหงื่อแตกโดยไม่มีสาเหตุ

  • เมื่อเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดอาการใจสั่น วูบ เหงื่อออกเย็น ๆ บางครั้งไม่มีอาการเจ็บชัด โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานที่เส้นประสาทรับความรู้สึกผิดปกติ

4.ความดันหรือไขมันสูงคุมยาก

  • ถ้าใครที่กินยาความดันหรือยาลดไขมันอยู่ แต่ค่าต่าง ๆ ยังแกว่งสูง หรือ LDL สูงเรื้อรัง นั่นแปลว่าปัจจัยเสี่ยงยังคงกระตุ้นการสะสมคราบไขมันและหินปูนในหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง ภาวะอักเสบเรื้อรังในร่างกายยิ่งเร่งกระบวนการนี้เร็วขึ้น

5.มีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อพร้อมกัน

  • อายุเกิน 40 ปี มีพุง สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน ไขมันสูง ความดันสูง หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย แม้ยังไม่มีอาการ ก็อาจมีการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดแล้วโดยไม่รู้ตัว

แล้วควรตรวจเมื่อไหร่

  • ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุ 45–50 ปีขึ้นไป ควรเริ่มประเมินความเสี่ยงหัวใจ
  • ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ดูคะแนนแคลเซียมหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score)
  • คนที่มีเบาหวานหรือไขมันสูง ควรติดตามค่า LDL, น้ำตาลสะสม (HbA1c) และความดันอย่างสม่ำเสมอ

ลดเสี่ยงหินปูนเกาะหัวใจได้ แค่ทำตามนี้

1.คุม LDL ให้ถึงเป้า

  • ลดของทอด ไขมันทรานส์ เนื้อแปรรูป และกินยาตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงควรคุม LDL ให้ต่ำกว่าเป้าหมายที่แพทย์กำหนดครับ

2.เพิ่มไขมันดีโอเมก้า-3

  • กินปลาทะเลน้ำลึกสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง หรืออาหารที่มีโอเมก้า-3 จากธรรมชาติ ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มประสิทธิภาพ HDL และลดการอักเสบในหลอดเลือด

3.คุมน้ำตาลและแป้งขัดสี

  • ลดน้ำหวาน ขนม เบเกอรี่ และข้าวขาวปริมาณมาก น้ำตาลสูงเรื้อรังคือตัวเร่งให้ผนังหลอดเลือดอักเสบและสะสมคราบเร็วขึ้น

4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

  • แอโรบิกระดับพอเหมาะอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น ลดความดัน และเพิ่มไขมันดี

5.ลดการอักเสบ + เลือกอาหารลดหินปูนในเลือด

  • นอนให้พอ ลดพุง ลดเครียด และเลิกบุหรี่ และเลือกกินอาหารที่มีแมกนีเซียม หรือวิตามิน K2 จากกินผักใบเขียว ถั่ว เมล็ดพืช หรือกินเสริมก็ช่วยได้ ช่วยดึงแคลเซียมออกจากหลอดเลือดไปเก็บไว้ที่กระดูก ลดการตกตะกอนของหินปูนได้ดีขึ้นครับ

การป้องกันหินปูนเกาะหัวใจไม่ใช่แค่เลี่ยงแคลเซียมเท่านั้นนะครับ แต่คือการคุมไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ลดน้ำตาล และลดการอักเสบเรื้อรัง ถ้าจัดการครบทั้งระบบตั้งแต่วันนี้ หลอดเลือดจะเสื่อมช้าลงอย่างชัดเจนในระยะยาวครับ

หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

หมอเจด เผย 5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง ระบุ สามารถสะสมเงียบ ๆ เป็นสิบปีโดยไม่เจ็บหน้าอก แนะ ควรตรวจตอนไหน เปิด 5 ข้อลดเสี่ยง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็กด่วน 5 สัญญาณเตือน หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ มีอะไรบ้าง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...