โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บางกอกแอร์เกาะติดสงคราม เชื่อเสน่ห์ไทยดึงนักท่องเที่ยวอยู่ยาว

เดลินิวส์

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“พุฒิพงศ์” บางกอกแอร์เวย์ส (BA) เกาะติดสงครามตะวันออกกลาง ยอมรับกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เชื่อมั่นเสน่ห์ไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่ยาว

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยระหว่างเข้าร่วมงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ไอทีบี เบอร์ลิน 2026 ที่กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ถึงกรณีการสู้รบระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ว่า กรณีนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปจำนวนมากต้องพึ่งพาสายการบินจากตะวันออกกลางในการเดินทางมายังเอเชียถึงประมาณ 40%

หากสายการบินเหล่านี้ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ จะทำให้ปริมาณผู้โดยสารหายไปจำนวนมาก เนื่องจากสายการบินตะวันออกกลางใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น Airbus A380 และมีเที่ยวบินเข้าไทยวันละหลายเที่ยว ทั้งกรุงเทพฯ และภูเก็ต

“ในช่วงระยะสั้นประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนแรก การเดินทางอาจเกิดความไม่สะดวก เนื่องจากการเปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่นทำได้ยาก เพราะสายการบินจำนวนมากมีอัตราการจองที่นั่งเต็มอยู่แล้ว ขณะที่การเพิ่มเที่ยวบินระยะไกลก็ไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดสรรเครื่องบินและทรัพยากรการบิน”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลต่อบรรยากาศการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่อาจระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าเสน่ห์ของประเทศไทยที่มีความสวยงาม ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี อาจกลายเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกเดินทางมาพำนักระยะยาว โดยในอดีตช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครนก็พบว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากย้ายมาอยู่ระยะยาวในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างสมุย พะงัน และหัวหิน

ส่วนการเข้าร่วมงานไอทีบี เบอร์ลิน ครั้งนี้ เพราะว่าตลาดหลักของบางกอกแอร์เวย์สกว่า 70-80% เป็นนักท่องเที่ยวจากยุโรป เช่น เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส กลุ่มสแกนดิเนเวีย และสวิตเซอร์แลนด์ การเดินทางมาร่วมงานจึงมีเป้าหมายเพื่อพบปะบริษัททัวร์ ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากคู่ค้าเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวหลังเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง เพื่อนำข้อมูลมาปรับแผนการดำเนินงานต่อไป

ทั้งนี้ หลังจากเดินทางกลับประเทศไทย บริษัทเตรียมหารือเพื่อกำหนดแนวทางรับมือสถานการณ์ โดยหนึ่งในมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีคือการทบทวนโครงสร้างค่าใช้จ่าย หรือรัดเข็มขัดเพื่อลดภาระต้นทุน รวมถึงพิจารณาปรับแผนการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากตลาดยุโรปได้รับผลกระทบหนัก บริษัทอาจต้องหันไปมองตลาดระยะใกล้ในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มากขึ้นขณะเดียวกันยังติดตามการฟื้นตัวของตลาดจีน ซึ่งแม้จะไม่ใช่กลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่ แต่เป็นนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตนเองหรือเอฟไอที ที่มีกำลังซื้อสูง

ส่วนผลประกอบการในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเติบโตดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยยอดจองล่วงหน้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2% จากระดับที่เกือบเต็มอยู่แล้ว โดยเฉพาะเส้นทางสู่เกาะสมุยที่บางวันมีผู้โดยสารเต็มทุกเที่ยวบินปัจจัยสำคัญมาจากการเติบโตของภูเก็ตที่กลายเป็นประตูท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย นักท่องเที่ยวยุโรปจำนวนมากเลือกบินตรงมายังภูเก็ตโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ส่งผลให้บางกอกแอร์เวย์สมีบทบาทในการกระจายผู้โดยสารต่อไปยังจุดหมายอื่น โดยเฉพาะเส้นทางภูเก็ต–สมุย ซึ่งสายการบินได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินจากเดิมวันละ 3-4 เที่ยวบิน เป็นวันละ 8 เที่ยวบิน เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการเดินหน้าขยายศักยภาพสนามบินสมุย โดยมีแผนขยายอาคารผู้โดยสารจากเดิม 2,000 ตารางเมตร เป็น 4,000 ตารางเมตร และยื่นขอเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินจาก 50 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 73 เที่ยวบินต่อวัน จากปัจจุบันที่ได้รับการผ่อนผันให้บินได้ 60 เที่ยวบินต่อวัน

นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวระดับลักชัวรีที่เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมวันละ 1-2 ลำ ปัจจุบันบางวันสูงถึง 6 ลำ จนลานจอดเครื่องบินเริ่มไม่เพียงพอ ทำให้บริษัทเตรียมพัฒนาพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะสำหรับผู้โดยสารกลุ่มนี้ ทั้งอาคารพักผู้โดยสาร จุดตรวจคนเข้าเมือง และบริการศุลกากรแบบครบวงจร เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนที่มีกำลังซื้อสูงในอนาคต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...