โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบก.ห่วงตะวันออกกลางยังเดือด ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย

INN News

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 02.29 น. • INN News

ศบก.ห่วงสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเดือด ช่วยคนไทยพ้นพื้นที่เสี่ยงแล้ว 322 ราย ขณะ ก.แรงงาน แจงสิทธิช่วยเหลือแรงงานกลับประเทศจากภาวะสงคราม

นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์ล่าสุดว่าความรุนแรงในภูมิภาคยังคงดำเนินต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนโจมตีด้วยขีปนาวุธในหลายประเทศ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล คูเวต และเลบานอน และยังไม่มีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

ในด้านการเดินทางทางอากาศ ขณะนี้มีการเปิดเส้นทางบินฉุกเฉินเพื่อช่วยอพยพผู้โดยสารตกค้าง โดยสายการบินกาตาร์ได้เปิดเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ–โดฮา เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารซึ่งได้เริ่มทำการบินเที่ยวแรกเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างติดตามความเป็นไปได้ในการเปิดเที่ยวบินเส้นทางโดฮา–กรุงเทพฯ เพื่อพาคนไทยที่ตกค้างเดินทางกลับประเทศ

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน จึงขอให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วและแจ้งข้อมูลการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน กลุ่มคนไทยชุดแรกจำนวน 29 คน ได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานและเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมาและในวันที่ 10 มีนาคม จะมีคนไทยเดินทางกลับเพิ่มเติมอีก 23 คน นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีกกลุ่มที่เดินทางออกจากอิหร่านไปยังประเทศตุรกี ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยโดยภาพรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างในภูมิภาคตะวันออกกลางและได้รับความช่วยเหลือออกจากพื้นที่แล้วรวมทั้งสิ้น 322 คน

กระทรวงการต่างประเทศ ยังขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุมในสถานที่เสี่ยงที่อาจเกิดความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่

ด้านนายสันติ นันตสุวรรณ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานและพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางรวม 67,043 คน โดยมีแรงงานที่แจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยผ่านสถานเอกอัครราชทูตแล้ว 941 คน โดยขณะนี้มีแรงงานไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว 1 คน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนแรงงานไทยจากอิหร่านจำนวน 41 คน มีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 มีนาคม ขณะที่แรงงานไทยในซาอุดีอาระเบียจำนวน 205 คน และในอิสราเอลจำนวน 23 คน ยังคงอยู่ระหว่างการรอกำหนดการเดินทางกลับ

กระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับประเทศ โดยจะมีเจ้าหน้าที่รอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง พร้อมให้แรงงานลงทะเบียนผ่านระบบและ QR Code เพื่อแจ้งความประสงค์ในการหางานทำในประเทศ การเดินทางกลับไปทำงานต่างประเทศเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย หรือเข้ารับการฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะเพิ่มเติม เช่น การฝึกภาษา จากนั้นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจะเข้ามาดูแลตามความต้องการ โดยกรมการจัดหางานจะช่วยหางานในประเทศหรือจัดหางานในต่างประเทศ ส่วนกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะดูแลด้านการฝึกอาชีพและพัฒนาทักษะ

นอกจากนี้ แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ยังมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ หากต้องเดินทางกลับจากสถานการณ์สงคราม โดยจะได้รับเงินสงเคราะห์ รายละ 15,000 บาท กรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินช่วยเหลือ 30,000 บาท และกรณีเสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงินช่วยเหลือ 40,000 บาท รวมถึงค่าจัดการศพในต่างประเทศตามค่าใช้จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท

ขณะเดียวกัน กระทรวงแรงงานยังได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดทั้ง 76 จังหวัด ลงพื้นที่ให้ข้อมูลกับครอบครัวแรงงานไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมแนะนำให้แรงงานไทยในต่างประเทศอัปเดตแอปพลิเคชัน “Smart TOEA” เพื่อให้สามารถรับข่าวสารและแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ปัจจุบันกระทรวงแรงงานมีสำนักงานแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง 3 แห่ง ซึ่งทำงานร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานการช่วยเหลือและดูแลแรงงานไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...