ศบก. ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางแล้ว 351 คน ขอเร่งออกพื้นที่เสี่ยง
ศบก. เผย ช่วยคนไทยในตะวันออกกลางแล้ว 351 คน ขณะที่คนไทยชุดนี้ 2 ออกจากอิหร่านวันนี้ 69 คน คาดบางส่วนถึงไทยพรุ่งนี้ ขอเร่งออกจากพื้นที่เสี่ยง
(10 มี.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2569 โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า พัฒนาการในตะวันออกกลางสถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการรายงานการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในประเทศบาห์เรน รวมถึงการโจมตีอย่างต่อเนื่องในประเทศเลบานอน และยังไม่มีทีท่าว่าสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน จะกลับเข้าสู่การเจรจา ผู้นำของประเทศคู่ขัดแย้งยังคงแสดงท่าทีที่แข็งกร้าว แม้ผู้นำของประเทศอื่นๆ ในอ่าวอาหรับและประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ต้องการให้ยุติความขัดแย้งด้วยวิธีทางการทูต จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคดังกล่าว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ ยังมีความเปราะบางทางกระทรวงการต่างประเทศจึงขอเรียกร้องให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าว และผู้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ความเสี่ยงขอให้พิจารณาเดินทางออกมาโดยเร็ว รวมทั้งขอความอนุเคราะห์ลงทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อ ให้กับสถานเอกอัครราชทูตณสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ ขณะเดียวกันสายการบินการ์ตา แอร์เวย์ ได้กลับมาทำการบินบางส่วน ล่าสุดได้รับแจ้งว่าสายการบินกาตาร์แอร์เวย์จะมีเที่ยวบินมายังกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (11 มี.ค. 2569)
ด้านความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เป็นรายประเทศแบ่งเป็น ประเทศอิหร่าน ช่วงเช้าวันนี้คนไทยกลุ่มที่เหลือที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรก เมื่อวันที่ 7 มีนาคม และได้พักรอที่เมืองวาน ของประเทศตุรกีก่อนหน้านี้ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 23 คน นอกจากนี้จะมีคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 69 คนกำลังจะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังเมืองวานประเทศตุรกี ในวันนี้เช่นเดียวกัน และคนไทยบางส่วนจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ 11 มีนาคม 2569 โดยในขณะนี้กรมการกงสุล เอกอัครราชทูต ณกรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทย
ประเทศอิรัก ขณะนี้ยังมีคนไทยอยู่ 64 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยการประสานงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ อัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อมายังศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวณเมืองวาน ประเทศตุรกีเช่นเดียวกัน โดยศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับไทยของคนไทยกลุ่มนี้
ส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกดูแลและให้คำแนะนำและประสานงานกับสายการบินรวมทั้งมอบสิ่งของที่จำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กับประเทศ และทำการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมทั้งช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ ในเรื่องการอนุญาตเดินทางผ่านแดนเพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงได้ เพื่อเดินทางกลับไทย หรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศ โดยรวมขณะนี้แล้วจะเกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้วเป็นที่เรียบร้อยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 351 คน
โดยย้ำในช่วงท้ายว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย และเพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคนที่ยังพำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตนขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการสู้รบหรือการประท้วงในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง กระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพและขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งใช้แนวทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างทั้งนี้ความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในขณะนี้