Easy Money รับจำนำ ‘ซิลเวอร์-หลวงพ่อโสธรกรมตำรวจ 80 ปี’ เลี่ยงทองผันผวน
Easy Money พอร์ตสินทรัพย์โต 9.1 หมื่นล้าน ขยายพอร์ตเปิดรับจำนำ Silver-หลวงพ่อโสธรรุ่นกรมตำรวจ 80 ปีมูลค่า “หมื่นล้าน”ย้ำจุดยืน Bridging Loan หนุน SME เสริมสภาพคล่องช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ปี 69 ตั้งเป้าโต Double Digits รับดีมานด์เงินทุนหมุนเวียนพุ่ง ลุยขยายสาขาทั่วประเทศเน้นทำเลสินทรัพย์อู้ฟู่ ยันไม่พับแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ขอเวลาตลาดฟื้นอีก 2-3 ปี
9 กุมภาพันธ์ 2569 - นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด (Easy Money) เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานว่า ปัจจุบันพอร์ตทรัพย์รับจำนำของบริษัทมีมูลค่ารวมกว่า 9.1 หมื่นล้านบาท แม้สัดส่วนหลักกว่า 80% ยังคงเป็นกลุ่มทองคำทั้งทองคำแท่งและรูปพรรณ รวมถึงกรอบพระ รองลงมาเป็นกลุ่มเพชร นาฬิกา และสินค้าแบรนด์เนม แต่บริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับการขยายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอื่นเพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่ม "โลหะเงิน" (Silver) และ "พระเครื่อง" เพื่อบริหารจัดการสมดุลของพอร์ตสินทรัพย์ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
รุกตลาด Silver-หลวงพ่อโสธรรุ่นกรมตำรวจ 80 ปี หมื่นล้าน
ในกลุ่มโลหะเงิน (Silver) ปัจจุบันแม้สัดส่วนในพอร์ตยังไม่สูงมาก แต่ Easy Moneyถือเป็นรายใหญ่ที่สุดในตลาดที่เปิดรับจำนำ เนื่องจากมองเห็นโอกาสจากการที่ Stock Silver ในประเทศไทยเริ่มขาดแคลนและมีคำสั่งซื้อรออยู่จำนวนมาก ขณะที่ประเทศผู้ส่งออกหลักอย่างจีนชะลอการส่งออก ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทคาดการณ์ว่าในอนาคตมูลค่ารับจำนำ Silver จะเติบโตจนขึ้นมาแซงหน้ากลุ่มสินค้าแบรนด์เนม
"ข้อดีของการนำเงิน (Silver) มาจำนำคือ ลูกค้ายังรักษาความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ไว้ได้ในขณะที่ราคากำลังปรับตัวขึ้น โดยจ่ายดอกเบี้ยเพียง 1.25% ต่อเดือน หากจำนำไว้ 5 เดือน ต้นทุนจะอยู่ที่ 6.25% ซึ่งเมื่อเทียบกับการขายทิ้งแล้วไปซื้อใหม่ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมถึง 7% การจำนำจึงประหยัดต้นทุนกว่า และหากราคา Silver ปรับตัวขึ้นในช่วงนั้น ลูกค้าก็ยังได้กำไรจากส่วนต่างราคา"
นอกจากนี้ บริษัทยังรุกเข้าสู่ตลาดพระเครื่องอย่างเต็มตัว โดยได้รับข้อมูลเชิงลึก (Inside) เกี่ยวกับความนิยมในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น “หลวงพ่อโสธรรุ่นกรมตำรวจ 80 ปี” ที่มีหมุนเวียนในระบบกว่า 7 แสนองค์ และรุ่นที่ราคาสูงสุดมีมูลค่าเช่าบูชาถึง 3 แสนบาทต่อองค์ ประเมินมูลค่าตลาดรวมเฉพาะรุ่นนี้สูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท รวมถึงพระยอดนิยมอย่างหลวงพ่อรวย ซึ่งบริษัทเปิดรับจำนำเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มีสินทรัพย์สะสม โดยถือเป็นการปลดล็อกมูลค่าของสะสมให้กลายเป็นสภาพคล่องทางการเงิน
กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงทองคำและกลไกธุรกิจ
สำหรับการบริหารจัดการในช่วงราคาทองคำผันผวน นายสิทธิวิชญ์ระบุว่า บริษัทมีระบบจัดการความเสี่ยงที่รัดกุม แม้ในวันที่ราคาทองมีความเคลื่อนไหวรุนแรงหลายสิบครั้งต่อวัน โดยจะปรับลดสัดส่วนเปอร์เซ็นต์การรับจำนำ (LTV) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และใช้สถิติการหลุดจำนำมาวิเคราะห์เพื่อป้องกันความเสี่ยงผ่านการซื้อขาย Gold Futures ในตลาดทุน
"เราไม่ได้ต้องการค้าความเสี่ยง เป้าหมายหลักของเราคือรายได้จากดอกเบี้ยคืนเท่านั้น ยิ่งคนประเมินว่าทองคำจะราคาสูงขึ้นแต่จำเป็นต้องใช้เงินก็นำมาจำนำเพื่อไปใช้ตามวัตถุประสงค์ หรือบางส่วนก็นำเงินจากการจำนำไปซื้อทองคำเพิ่มเพื่อเก็งกำไร"
ทั้งนี้ ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าในแต่ละปี Easy Moneyมีอัตราทรัพย์หลุดจำนำในระดับต่ำมาก โดยเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 5% บวกลบเท่านั้น เนื่องจากหากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ลูกค้ามักจะไม่ปล่อยให้ทรัพย์หลุดแต่จะนำไปขายต่อเพื่อเอากำไรส่วนต่างเอง ยกเว้นในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงอย่างช่วงโควิด-19 ที่อัตราการหลุดจำนำขยับขึ้นไปถึง 10% โดยสินทรัพย์ที่มักจะหลุดจำนำเป็นจำนวนมากคือแหวนเพชรและนาฬิกา ซึ่งสินค้าหลุดจำนำเหล่านี้บริษัทจะมีการออกใบรับประกันว่าเป็นของแท้ และจำหน่ายผ่านแอปพลิเคชัน หน้าสาขา รวมถึงร้าน Easy Money Shop
แก้ Pain Point ยกระดับสู่โรงรับจำนำสมัยใหม่
Easy Moneyมุ่งเน้นการแก้ Pain Point ของผู้ใช้บริการใน 4 ประเด็นหลัก คือ
- สถานที่บริการที่โปร่งใสลดความอึดอัดจากลูกกรงแบบเดิม
- ระบบการจัดเก็บทรัพย์ที่ได้มาตรฐาน ป้องกันความเสียหาย เช่น ทองถูกตัดข้อหรือเพชรเป็นรอย
- การตีราคาที่แน่นอนสร้างความเชื่อมั่น
- การบริการที่ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพไม่ให้ลูกค้ารู้สึกต่ำต้อย
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการพัฒนาบุคลากรผ่าน "ศูนย์เรียนรู้วิเชียรวิทย์" เพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินทรัพย์สินโดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งทองคำ เพชร นาฬิกา แบรนด์เนม ไปจนถึงพระเครื่องและเครื่องประดับแฟชั่นอย่าง Pandora เพื่อให้พนักงานมีองค์ความรู้ที่ทันสมัยและประเมินราคาได้อย่างแม่นยำตลอดเวลา
ดัชนีโรงรับจำนำสะท้อนภาพเศรษฐกิจ
ในเชิงเศรษฐกิจ นายสิทธิวิชญ์มองว่าโรงรับจำนำเป็นดัชนีชี้วัดสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี ปัจจุบัน Easy Moneyครองส่วนแบ่งการตลาดโรงรับจำนำเอกชนรายใหญ่ที่สุดถึง 98% ของสัดส่วนผู้นำตลาด โดยลูกค้ามีทุกกลุ่มตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้ประกอบการ SME
"เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้น ยอดรับจำนำจะวิ่งชันขึ้นทันที เพราะ SME ต้องการเงินทุนไปต่อยอดธุรกิจ ปัจจุบันฐานลูกค้าเราเกิน 1 ล้านราย ความสำคัญของช่วงเปิดเทอมลดลงเพราะมีกลุ่มธุรกิจเข้ามาผสมผสาน หากรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถึงมือประชาชนจริง ร้านค้ารายย่อยจะขายดีขึ้นและกลับมาใช้บริการโรงรับจำนำเพื่อหาทุนไปหมุนเวียนต่อ"
โรดแมปปี 69 และแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตต่อเนื่องในระดับ Double Digits ตามทิศทางราคาทองคำและความต้องการเงินทุนของภาคประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถาบันการเงินปล่อยกู้ยากขึ้น บริษัทยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีก 5-8 แห่ง จากปัจจุบันที่มี 98 สาขา ใน 33 จังหวัด มุ่งเน้นพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจในต่างจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งที่มีสินทรัพย์สะสมอยู่หนาแน่น
ในส่วนของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) นายสิทธิวิชญ์ระบุว่าขณะนี้เตรียมความพร้อมด้านระบบบัญชีและโครงสร้างบริหารไปแล้วกว่า 60-70% คาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย ซึ่งจะช่วยให้บริษัทขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้นผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง
"โจทย์ใหญ่ของเราคือการทำให้คนไทยรู้ว่าเราคือสถาบันการเงินทางเลือกที่เป็น Bridging Loan ที่ช่วยให้ชีวิตและธุรกิจไปต่อได้ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือปี 2568 พอร์ตเราโตก้าวกระโดดจาก 6 หมื่นล้าน สู่ 9.1 หมื่นล้านบาท หรือเกือบ 40% และกำไรเติบโตสอดคล้องกันที่ระดับกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจเรา" นายสิทธิวิชญ์ กล่าวทิ้งท้าย