Nikkei เดือด! ทะลุ 57,000 จุดรับนายกฯ ใหม่ พลังทากาอิชิปลุกหุ้นญี่ปุ่นนิวไฮ
#Nikkei #ทันหุ้น – สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ค่าเงินเยนที่จ่อระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้น อาจเป็นภาพที่จะเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งก่อนกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทาคาอิจินำพรรคลิเบอรัล เดโมแครต (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล คว้าที่นั่งเสียงข้างมากเด็ดขาด (Supermajority) ในสภาล่างได้ถึง 316 ที่นั่ง นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดของพรรคนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ผลลัพธ์นี้ทำให้เธอมีอำนาจเหนือการยับยั้งใดๆ จากสภาสูง และเสริมความแข็งแกร่งในการผลักดันวาระทางนโยบายผ่านสภานิติบัญญัติของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
การกลับมาของ ‘Takaichi Trade’
นักวิเคราะห์ระบุว่าชัยชนะของเธอจะนำไปสู่การฟื้นตัวของสิ่งที่เรียกว่า “Takaichi trade” ซึ่งโดยปกติจะส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง หุ้นพุ่งสูงขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาวปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มนี้สะท้อนถึงจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Dovish) ของทาคาอิจืและความคาดหวังต่อการขยายมาตรการกระตุ้นทางการเงิน
สัญญาณเริ่มปรากฏชัดเมื่อวันจันทร์ ดัชนี Nikkei 225 ทะยานผ่านระดับ 57,000 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ดัชนี Topix พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 3,825.67 จุด ซึ่งเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์จาก Citi “ชัยชนะที่แข็งแกร่งของ LDP กำลังทำให้หัวใจของนักลงทุนพองโต” Frederic Neumann หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียของ HSBC กล่าว “โดยเฉพาะตลาดหุ้นที่กำลังเฉลิมฉลองผลการเลือกตั้งที่น่าประหลาดใจ และเริ่มกลับมาไล่ซื้อตามสูตร Takaichi-trade อีกครั้ง“
Adrian Wong กลยุทธ์การตลาดระดับโลกจาก J.P. Morgan Asset Management เสริมว่าชัยชนะนี้จะนำไปสู่มาตรการทางการคลังเชิงรุก เช่น การลดภาษีการบริโภคเป็นเวลาสองปี เพื่อเพิ่มการลงทุนและปฏิรูปภาคเอกชนอย่างจริงจัง
ความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะยังคงอยู่
อย่างไรก็ตาม แม้นักวิเคราะห์จะเห็นพ้องเรื่องการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้น แต่บางส่วนเตือนว่าการใช้จ่ายมหาศาลอาจกดดันและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield) สูงขึ้น โดย Yield พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น 4 bps แตะที่ 2.27% เมื่อวันจันทร์
ก่อนการเลือกตั้ง ทาคาอิจิประกาศงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 122 ล้านล้านเยนสำหรับปีงบประมาณที่จะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งถือเป็นการทำสถิติการใช้จ่ายสูงสุดปีที่สองติดต่อกัน ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนี้สินมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เกือบ 230% ในปี 2025 ตามข้อมูลของ IMF
ทิศทางค่าเงินเยนที่สวนทาง
ในความเคลื่อนไหวที่ไม่ปกตินัก ค่าเงินเยนกลับแข็งค่าขึ้น 0.4% มาอยู่ที่ 156.55 เยนต่อดอลลาร์หลังชัยชนะของทาคาอิจิ Michael Wan นักวิเคราะห์เงินตราอาวุโสจาก MUFG ระบุว่านี่สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาของทาคาอิจิที่ยังเน้นความยั่งยืนทางการคลัง รวมถึงถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลัง ซัตสึเกะ คาตายามะ ที่สนับสนุนเสถียรภาพของเงินเยนโดยประสานงานกับทางการสหรัฐฯ
คาตายามะไม่ได้ปฏิเสธการเข้าแทรกแซงตลาดหากเกิดความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินพื้นฐาน นักวิเคราะห์จาก Citi และ ING มองว่าระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ คือ “เส้นตาย” (Line in the sand) ที่ทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ อาจเข้าแทรกแซง “เยนจะเข้าใกล้ระดับ 159-160 อีกครั้ง แต่น่าจะมีการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างตลาดและเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงระดับดังกล่าว” ธนาคาร ING ระบุในบทวิเคราะห์