โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UBS เตือน AI อาจเขย่าตลาดสินเชื่อ เสี่ยงหนี้เสียพุ่งแตะ 1.2 แสนล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 06.58 น.

นักวิเคราะห์จาก UBS เตือนกระแส AI อาจลามจากตลาดหุ้นสู่ตลาดสินเชื่อ คาดอาจเกิดหนี้เสียใหม่ 75,000–120,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีหนี้สูง

14 ก.พ. 2569- สำนักข่าว CNBC รายงานว่า แมทธิว มิช นักวิเคราะห์และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินเชื่อจากUBS ซึ่งเป็นสถาบันการเงินและธนาคารเพื่อการลงทุนในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับกับการเปลี่ยนแปลงจาก AI ว่าอาจก่อให้เกิดแรงกระแทกในตลาดสินเชื่อ โดยมิชระบุกับ CNBC ว่า ตลาดสินเชื่อแบบเลเวอเรจ (leveraged loans) และตลาดไพรเวตเครดิต (private credit) ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ อาจเป็นพื้นที่ถัดไปที่จะได้รับผลกระทบจากกระแส AI

โดยมิช คาดว่า สินเชื่อองค์กรหลายหมื่นล้านดอลลาร์มีแนวโน้มจะผิดนัดชำระภายในปีหน้า โดยเฉพาะบริษัทซอฟต์แวร์และผู้ให้บริการข้อมูลที่อยู่ภายใต้การถือครองของกองทุนไพรเวตอิควิตี ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากภัยคุกคามของ AI และภายในสิ้นปีนี้อาจเกิดหนี้เสียใหม่ในสองตลาดดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวม 75,000 ล้านถึง 120,000 ล้านดอลลาร์

“เรากำลังกำหนดราคาโดยคำนึงถึงบางส่วนของสิ่งที่เราเรียกว่า สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ต้องมีการปรับประมาณการสำหรับปีนี้และปีต่อ ๆ ไป หลังจากโมเดล AI รุ่นล่าสุดจาก Anthropic และ OpenAI เร่งให้ความคาดหวังเกี่ยวกับการมาถึงของการเปลี่ยนแปลงจาก AI เร็วขึ้น”

ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ AI ปะทุขึ้นในเดือนนี้ เมื่อมุมมองของตลาดเปลี่ยนจากการเห็น AI เป็นกระแสที่ยกระดับบริษัทเทคโนโลยีทั้งหมด ไปสู่ภาพการแข่งขันแบบ “ผู้ชนะกินรวบ” ซึ่ง Anthropic, OpenAI และรายอื่น ๆ อาจคุกคามผู้เล่นรายเดิมในตลาด

ในรายงาน มิชและนักวิเคราะห์ UBS คนอื่น ๆ วางกรณีฐาน (baseline scenario) ไว้ว่า ผู้กู้ในตลาดเลเวอเรจโลนและไพรเวตเครดิตจะเผชิญหนี้เสียใหม่รวมกัน 75,000 ล้านถึง 120,000 ล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้

สำนักข่าว CNBC ได้คำนวณตัวเลขจากการประเมินของมิชที่คาดว่า อัตราการผิดนัดชำระในตลาดเลเวอเรจโลนอาจเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.5% และในตลาดไพรเวตเครดิตสูงสุด 4% ภายในปลายปี 2026 โดยมิชประเมินว่าตลาดทั้งสองมีขนาดราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม มิชยังชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรงกว่าคาด ซึ่งอาจทำให้อัตราหนี้เสียเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของกรณีฐาน ส่งผลให้เงินทุนสำหรับหลายบริษัทถูกตัดขาด สถานการณ์นี้ในภาษาวอลล์สตรีทเรียกว่า “tail risk”

“ผลกระทบต่อเนื่องคือการเกิดภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อ (credit crunch) ในตลาดสินเชื่อ มีการประเมินมูลค่าสินเชื่อเลเวอเรจใหม่ในวงกว้าง และจะมีแรงกระแทกระบบที่มาจากภาคสินเชื่อ”

ทั้งนี้ ตลาดเลเวอเรจโลนและไพรเวตเครดิตโดยทั่วไปถือเป็นส่วนที่มีความเสี่ยงสูงของตลาดสินเชื่อองค์กร เพราะมักใช้เป็นแหล่งเงินทุนให้กับบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับลงทุน (below investment grade) หลายแห่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนไพรเวตอิควิตี และมีระดับหนี้ค่อนข้างสูง

อ้างอิง: www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...