ผอ.สถานีวิจัยสะแกราช เผยไฟป่าทำเสียหาย 6,400 ไร่ ยันไม่กระทบ ไก่ฟ้าพญาลอ
ผอ.สถานีวิจัยสะแกราช เผยไฟป่าทำเสียหาย 6,400 ไร่ ยันไม่กระทบ ไก่ฟ้าพญาลอ
เจ้าหน้าที่เร่งดับไฟขอนไม้ ภายในสถานีวิจัยสะแกราช หลังไฟป่าสงบ ผอ.เผยมีพื้นที่เสียหายทั้งสิ้น 6400 ไร่ ส่วนค่าฝุ่นและอากาศกลับสู่เกณฑ์มาตรฐานแล้ว ไก่ฟ้าพญาลอ พระเอกของสถานีวิจัยไม่ได้รับผลกระทบเพราะอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้ง
สถานการณ์ไฟป่าภายในพื้นที่สถานที่วิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ภูหลวง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกว่า 250 คน ได้บูรณาการร่วมกันทั้งใช้รถดับเพลิงและเดินเท้าเข้าไปดับไฟและใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินขึ้นนำน้ำเข้าไปดับไฟบนเขาที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปถึงตั้งแต่หลังเกิดเหตุ จนช่วงบ่ายวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ไฟป่าจึงสงบลง เหลือเพียงไฟที่ไหม้ขอนไม้ ซึ่งทางสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อยู่ในสังกัดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่และจ้างชาวบ้านลุยเข้าไปดับเพื่อให้ไฟดับสนิทไม่คุขึ้นมาอีก
นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เปิดเผยว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในเขตสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราชในครั้งนี้มีพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้เป็นป่าเต็งรัง ซึ่งตามธรรมชาติในช่วงฤดูแล้งจะมีการผลัดใบและสะสมเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกปี โดยสถานีฯ มีพื้นที่ป่าเต็งรังรวมประมาณ 6,400 ไร่ จากทั้งหมด 48,800 ไร่ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ แต่หากพิจารณาตามหลักวิชาการ ความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาวนั้นค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นธรรมชาติของระบบนิเวศป่าเต็งรังที่จะมีการฟื้นฟูตามรอบปีอยู่แล้ว
นายสุรชิต กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ชัดเจนคือ เรื่องคุณภาพอากาศที่เกิดขึ้นในระหว่างเพลิงไหม้ จากการตรวจวัดคุณภาพอากาศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ 15 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าในพื้นที่ป่าจุดที่เกิดไฟไหม้อยู่ในระดับต่ำ โดยมีค่าเฉลี่ยประมาณ 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นคุณภาพอากาศที่ดีถือว่าสภาพอากาศที่สถานีวิจัยสะแกราชกลับเข้าสู่มาตรฐานแล้ว แต่ก็ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด มีมาตรการป้องกันไฟป่า ทั้งการทำแนวกันไฟปีต่อปีตามหลักการ รวมทั้งการดึงชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาป่าให้เกิดความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง
“สำหรับสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากบุคคล หรือปัจจัยใด ทราบเพียงจุดเริ่มต้นจากกลุ่มควันทางทิศเหนือของสถานีฯ ห่างออกไปประมาณ 2-3 กม. ก่อนจะลุกลามเข้ามาในพื้นที่ สำหรับแผนการดำเนินงานลำดับถัดไป ทางสถานีฯ จะส่งเจ้าหน้าที่และจ้างแรงงานชาวบ้านเข้ามาช่วยดำเนินการดับไฟที่ยังหลงเหลือตามขอนไม้หรือตอไม้ต่างๆ เพื่อให้ไฟดับสนิทเพื่อให้ป่าได้ฟื้นฟูตามธรรมชาติต่อไป”
นายสุรชิต กล่าวอีกว่า ที่มีการสอบถามมาอย่างมากหลายคนเป็นห่วงว่า สัตว์ป่าที่สถานีวิจัยสะแกราชฯ จะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าเหลือง นั้น ทางสถานีฯ ขอชี้แจงว่าไก่ฟ้าพญาลอ จะอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งเป็นหลักจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากไฟป่าครั้งนี้ ส่วนเต่าเหลืองก็จะอาศัยในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งหน้าฝนก็จะออกมาหากินตามธรรมชาติ ส่วนสัตว์ที่ขุดรูอยู่ถ้าความลึกลงไปประมาณ 5 ซม. ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สถานีวิจัยฯ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง
ด้าน นายโชคดี ปรโลกานนท์ นักอนุรักษ์อำเภอวังน้ำเขียว ได้ลงพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เพื่อดูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟป่า พร้อมกับโพสต์คลิปและข้อความในเฟสบุ๊กว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาของผืนป่า แต่คือปัญหาของท้องถิ่นและของสังคมโดยรวม บทเรียนจากความสูญเสียจำเป็นต้องถูกนำมาใช้ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางป้องกันไฟป่าในอนาคต โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่จึงจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้จริง ขอแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติในครั้งนี้ ขอส่งกำลังใจไปยังผู้ปฏิบัติงานและผู้รับผิดชอบทุกท่านที่ทุ่มเททำงานกลางสถานการณ์อันยากลำบาก”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผอ.สถานีวิจัยสะแกราช เผยไฟป่าทำเสียหาย 6,400 ไร่ ยันไม่กระทบ ไก่ฟ้าพญาลอ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th