สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 คือทองคำ
คอลัมน์ : สถานีลงทุน ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
การปรับขึ้นของราคาทองคำในปี 2025 ร้อนแรงต่อเนื่องมาถึงเดือนมกราคมที่ร้อนแรงผิดปกติ เดือดจัดจนถึงขีดสุด ในที่สุดโดนแรงเทขายกระหน่ำปรับลดลงแรง 14% ภายใน 2 วัน แล้วกลับมาฟื้นตัวแรง 6% ในวันเดียว ซึ่งถือว่าขึ้นแรงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2551 ความผันผวนของราคาทองรุนแรงมากสุดในประวัติการณ์ ทำให้มีคำถามว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือไม่
Debasement Trade ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุด
กระแส Debasement Trade คือ กลยุทธ์การลงทุนที่อาศัยแนวคิดว่ามูลค่าของเงินจะถูกลดค่าในระยะยาว จากนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ไม่ว่าจะเป็น การพิมพ์เงิน ดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่อง หนี้สาธารณะสูง ทำให้ Fund Flow ไหลออกจากเงินสกุลต่าง ๆ โดยเฉพาะเงินดอลลาร์ เข้าลงทุนในทองคำทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จากการที่ปริมาณทองเพิ่มไม่ได้ตามอำเภอใจเหมือนเงินกระดาษ
ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับเงินกระดาษที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ ทั้งเงินดอลลาร์ เงินฟรังก์สวิส เงินเยน ซึ่งปี 2568 ทองให้ผลตอบแทนสูงถึง 64% ส่วนปีนี้ (ถึงวันที่ 4 ก.พ. 69) ทองให้ผลตอบแทน 13% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการรักษามูลค่าของทองคำ ไม่เสื่อมค่าเหมือนมูลค่าเงินกระดาษในระยะยาว ส่วนเงินฟรังก์สวิสแข็งค่าสุดในสกุลเงินที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ปี 2568 แข็งค่าขึ้นถึง 12.1% ส่วนปีนี้ (ถึงวันที่ 4 ก.พ. 69) แข็งค่า 1.9% เหตุผลคือสวิตเซอร์แลนด์มีเงินทุนสำรองมากสุดอันดับ 3 ของโลก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ระบบธนาคารแข็งแกร่ง เสถียรภาพทางการเมืองสูง
ทองผันผวนสูง ตัวการ – Crowded Trade และ Robot
Crowded Trade คือ ภาวะที่นักลงทุนจำนวนมาก “อยู่ฝั่งเดียวกัน” ในสินทรัพย์เดียวกันมากเกินไป ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนทุกกลุ่มพากันเข้าซื้อทองคำและถือฝั่ง Long ในตลาดล่วงหน้า ซึ่งราคาขึ้นแรงและเร็วลักษณะ Parabolic ซึ่งมีข่าวลบเล็กน้อย ทองคำถูกเทขายอย่างหนัก ผสมกับการใช้ Robot Trade ในการเทรดทองคำ หลังราคาหลุดจุดขายตั้งขาดทุน ทำให้มีคำสั่งขายจาก Robot Trade ส่งผลให้ราคาทองลงอย่างรวดเร็ว และมีความผันผวนสูงมาก
วอร์ช “เหยี่ยว-พิราบ” ในคนเดียวกัน มุมมองนโยบายเฟดซับซ้อนกว่าที่คิด
เควิน วอร์ช ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ตลาดทองคำต้องจับตา หลังแสดงจุดยืนเชิงนโยบายที่มีความ “สองด้าน” โดยด้านหนึ่งสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อหนุนเศรษฐกิจและลดแรงกดดันด้านต้นทุนการกู้ยืม ขณะที่อีกด้านยังคงมีภาพลักษณ์เป็นผู้กำหนดนโยบายสายเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ
วอร์ชเห็นพ้องกับทรัมป์ว่า การเพิ่มขึ้นของผลิตภาพจาก AI อาจช่วยกดเงินเฟ้อในระยะกลาง เปิดทางให้เฟดสามารถลดดอกเบี้ยได้โดยไม่กระทบตลาดแรงงาน หากแนวคิดนี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำผ่านช่องทางการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงระมัดระวัง เนื่องจากประวัติการทำงานของวอร์ช ในฐานะผู้ว่าการเฟดเป็นเวลา 5 ปี สะท้อนจุดยืนสาย “เหยี่ยว” โดยเฉพาะการคัดค้านการใช้มาตรการ QE
ปัจจุบันเฟดได้กลับมาเพิ่มการถือครองพันธบัตรอีกครั้ง หลังจากลดงบดุลต่อเนื่องราว 2 ปี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวอร์ชจะสนับสนุนแนวทางดังกล่าวหรือไม่ หากมีการชะลอหรือยุติการขยายงบดุล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวอาจทรงตัวในระดับสูง ซึ่งจะจำกัด Uside ของทองคำ
ฮั่วเซ่งเฮงยังมีมุมมองต่อราคาทองคำในทางบวก และเชื่อมั่นทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ถึงแม้ว่าปีนี้เผชิญความผันผวนอย่างมาก ในที่สุดในปีนี้คาดราคาทองคำจะกลับไปที่จุดสูงสุดเดิมที่ 5,595 ดอลลาร์ และมองว่า
“สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 คือ ทองคำ”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 คือทองคำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net