โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีลอบยิงอาสาฯ อ.ตากใบ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 จำเลย

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 18.03 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 18.03 น.

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 คดีลอบยิง อส. อ.ตากใบ พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 จำเลย

(13 กุมภาพันธ์ 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้นัดอ่านคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในคดีหมายเลขดำ อ.875/2567 โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายมาหะมะ (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายอัสลา (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 ในคดีดังกล่าว จำเลยทั้งสองถูกฟ้องในความผิดฐานก่อการร้าย ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธเพื่อก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ปล้นทรัพย์ ฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่และโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนและวัตถุระเบิด

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน อำเภอตากใบ เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และปล้นอาวุธปืนประจำกาย จำนวน 2 กระบอก เหตุเกิดบริเวณใกล้โรงเรียนวัดสิทธิสารประดิษฐ์ (วัดโคกยาง) หมู่ที่ 5 ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง “จำคุกตลอดชีวิต” เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งให้การยอมรับว่ามีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับผู้ร่วมก่อเหตุ และได้ช่วยเหลือผู้ก่อเหตุที่ได้รับบาดเจ็บหลบหนีออกนอกประเทศไปยังประเทศมาเลเซีย

ส่วนจำเลยที่ 2 ปรากฏพยานหลักฐานว่า ก่อนวันเกิดเหตุ 1 วัน ได้รับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารส่วนตัวจากผู้สั่งการ ให้ไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองครู เพื่อเตรียมการก่อเหตุในคดีดังกล่าว

ศาลจึงพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างฎีกา

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานด้านความมั่นคงในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา และแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากพบเห็นบุคคลหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่าน รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

แม่ทัพภาคที่4
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...