โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

Romance Scam ระบาดหนัก TDRI แนะรัฐเร่งปิดช่องโหว่อาชญากรรมออนไลน์

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 02.08 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 09.01 น.

ในโลกดิจิทัลที่ความสัมพันธ์เริ่มต้นได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว “ความรัก” กลายเป็นพื้นที่ใหม่ของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่รัฐไม่อาจมองข้าม Romance scam หรือการหลอกลวงด้วยความรัก ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาอาชญากรรมรายบุคคล แต่กำลังพัฒนาเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ระบบการเงิน และความเชื่อมั่นในสังคมดิจิทัล

อัชราภรณ์ อริยสุนทร นักวิจัยด้านกฎหมายดิจิทัลและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)ระบุว่า ข้อมูลจาก Federal Trade Commission (FTC) ระบุว่า ระหว่างปี 2017–2020 ประชาชนทั่วโลกสูญเงินจาก Romance scam มากกว่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปี 2023 มูลค่าความเสียหายยังสูงถึง 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความเสียหายเฉลี่ยต่อรายที่สูงที่สุดในบรรดาการหลอกลวงออนไลน์

สถานการณ์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเดียวกัน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ระหว่างปี 2565–2567 มีคดี Romance scam มากกว่า 5,164 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1.6 พันล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงจำนวนและความซับซ้อนของรูปแบบอาชญากรรม

อัชราภรณ์ อริยสุนทร นักวิจัยด้านกฎหมายดิจิทัลและการกำกับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

ความแตกต่างสำคัญของ Romance scam เมื่อเทียบกับการฉ้อโกงรูปแบบอื่น คือ เหยื่อจำนวนมากไม่ได้ให้ทรัพย์สินโดยมีความคาดหวังผลตอบแทนที่ชัดเจน แต่ให้ไปภายใต้ความสัมพันธ์และความผูกพันทางอารมณ์

ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “การให้โดยเสน่หา” กับ “การถูกหลอกลวง” อยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ส่งผลให้การพิสูจน์เจตนาฉ้อโกงทำได้ยาก และกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของกระบวนการยุติธรรม

ในช่วงหลัง Romance scam ยังพัฒนาไปสู่รูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น คือ Hybrid scam หรือ “รักหลอกลงทุน” ซึ่งเริ่มต้นจากการสร้างความสัมพันธ์ก่อนนำไปสู่การชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมหรือสินทรัพย์ที่ไม่มีอยู่จริง

รูปแบบดังกล่าวทำให้ความเสียหายขยายตัวในระดับสูง และสะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงอาชญากรรมเชิงสังคม แต่เป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม

อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้ปัญหานี้ถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง คือ ผู้เสียหายจำนวนมากไม่แจ้งความ ด้วยความอับอายหรือความเชื่อว่าไม่สามารถติดตามผู้กระทำผิดได้ ส่งผลให้รัฐขาดฐานข้อมูลในการวิเคราะห์รูปแบบอาชญากรรม และทำให้เครือข่ายอาชญากรรมสามารถก่อเหตุซ้ำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ถูกบันทึกในระบบ

แม้ประเทศไทยจะมีความพยายามยกระดับการรับมือผ่านการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) และการบังคับใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ซึ่งเปิดช่องให้ระงับธุรกรรมต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ลักษณะเฉพาะของ Romance scam ที่อาศัยความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือ ทำให้กลไกที่เน้นการติดตามธุรกรรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ในเชิงนโยบาย รัฐจำเป็นต้องขยับจากการแก้ปัญหาปลายเหตุไปสู่การออกแบบระบบป้องกันตั้งแต่ต้นทาง

  • ประการแรก คือการพัฒนาฐานข้อมูลบัญชีต้องสงสัยที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธนาคาร หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้สามารถตรวจจับรูปแบบธุรกรรมที่มีความเสี่ยง เช่น การโอนเงินข้ามประเทศไปยังบุคคลที่เพิ่งรู้จัก หรือบัญชีที่รับเงินจากหลายแหล่งในช่วงเวลาสั้น พร้อมกำหนดมาตรการยืนยันธุรกรรมซ้ำในกรณีที่เข้าข่ายความเสี่ยงสูง
  • ประการที่สอง แนวปฏิบัติในการรับแจ้งเหตุและการสอบสวนควรถูกปรับให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของคดี โดยแยกให้ชัดเจนระหว่างการให้โดยเสน่หากับการให้ภายใต้การหลอกลวงอย่างเป็นระบบ พร้อมพัฒนาคู่มือสอบสวนที่พิจารณาพฤติกรรมและรูปแบบการกระทำ มากกว่าการพิจารณาเพียงคำให้การของผู้เสียหาย
  • ประการสุดท้าย การสื่อสารสาธารณะจำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเตือนเชิงทั่วไปไปสู่การให้ความรู้เชิงกลไกของการหลอกลวง โดยเฉพาะ Hybrid scam ซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมโดยไม่ทำให้เหยื่อรู้สึกถูกตำหนิหรือถูกผลักออกจากระบบยุติธรรม

Romance scam จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความรักที่ผิดพลาด แต่เป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยังขาดโครงสร้างการคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมมนุษย์ หากรัฐสามารถออกแบบสภาพแวดล้อมที่ทำให้ความไว้ใจไม่กลายเป็นต้นทุนของอาชญากรรมได้

ความปลอดภัยในโลกดิจิทัลก็จะไม่ใช่เพียงหน้าที่ของผู้ใช้งาน แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมของทั้งระบบเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...