โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิเคราะห์ชี้ “แรงเก็งกำไรจากจีน” อาจอยู่เบื้องหลังความผันผวนตลาดทองคำโลก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์และเจ้าหน้าที่สหรัฐชี้การซื้อขายเชิงเก็งกำไรของนักลงทุนจีน ทั้งในตลาดฟิวเจอร์สและกองทุน ETF อาจมีบทบาทสำคัญต่อความผันผวนตลาดทองคำโลก

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.51 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญความผันผวนรุนแรงผิดปกติ โดยนักวิเคราะห์จำนวนมากเริ่มเชื่อมโยงความเคลื่อนไหวดังกล่าวกับกระแสเก็งกำไรในตลาดจีน ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่าความผันผวนที่เพิ่มขึ้นมีต้นตอมาจากกิจกรรมการซื้อขายของจีนที่ร้อนแรงเกินควบคุม

ราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,594 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม ก่อนจะร่วงลงเกือบ 10% ในวันถัดมา ซึ่งนับเป็นการปรับฐานรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และนับจากนั้น ราคาทองคำก็ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ปัจจัยพื้นฐานอย่างแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า นักลงทุนรายย่อยและสถาบันจากจีนกำลังมีบทบาทมากเกินสัดส่วนต่อความผันผวนของราคา

เบสเซนต์กล่าวในรายการ Sunday Morning Futures ของ Fox News ว่า “การเคลื่อนไหวของราคาทองคำช่วงนี้ดูจะวุ่นวายในจีน พวกเขาจำเป็นต้องเข้มงวดกับข้อกำหนดมาร์จิ้นมากขึ้น สำหรับผมแล้ว ภาพนี้คล้ายกับการพุ่งขึ้นแบบฟองสบู่จากแรงเก็งกำไร”

นักวิเคราะห์ตลาดชี้ว่า ปริมาณการซื้อขายสัญญาทองคำล่วงหน้าและกองทุน ETF ที่อ้างอิงทองคำพุ่งสูง ประกอบกับการใช้เลเวอเรจที่เพิ่มขึ้น แม้หน่วยงานกำกับจะปรับขึ้นมาร์จิ้นซ้ำหลายครั้ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำแกว่งตัวรุนแรง

จีนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด

นิกกี ชีลส์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์โลหะมีค่าของ MKS Pamp ระบุว่า จีนคือตัวขับเคลื่อนหลักของราคาทองคำในรอบนี้ โดยกระแสเงินเก็งกำไรจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบันไหลเข้าสู่ทองคำผ่านหลายช่องทาง ทั้ง ETF ทองคำ ทองคำแท่ง และตลาดฟิวเจอร์ส

ข้อมูลจาก Capital Economics ระบุว่า ปริมาณการถือครองทองคำของกองทุน ETF ในจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี 2568 ขณะที่กิจกรรมซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สก็เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน

ฮามัด ฮุสเซน นักเศรษฐศาสตร์ของ Capital Economics กล่าวว่า ความผันผวนส่วนหนึ่งเกิดจากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับทองคำได้ง่ายขึ้นในจีน รวมถึงสัญญาฟิวเจอร์สและ ETF อีกทั้งยังมีสัญญาณของการใช้เลเวอเรจในตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ขยายความผันผวนของราคา

ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ปริมาณซื้อขายในตลาด Shanghai Futures Exchange พุ่งขึ้นอย่างมาก โดยค่าเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ใกล้ 540 ตันต่อวัน ต่อเนื่องจากสถิติปี 2568 ที่เฉลี่ย 457 ตันต่อวัน

ทางการจีนจึงเริ่มเข้ามาควบคุมความร้อนแรง โดยตลาด Shanghai Gold Exchange ได้ปรับเพิ่มข้อกำหนดมาร์จิ้นหลายครั้งเพื่อสกัดความผันผวน

ฮุสเซนเตือนว่า การใช้ฟิวเจอร์สและเลเวอเรจจำนวนมากไม่ใช่พฤติกรรมของนักลงทุนที่มองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยตามปกติ และการซื้อขายลักษณะนี้สะท้อนความเสี่ยงของฟองสบู่เก็งกำไรในตลาดจีน

จากสินทรัพย์ปลอดภัย สู่เครื่องมือเก็งกำไร

นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของความต้องการทองคำในจีนสะท้อนทั้งความกังวลเชิงโครงสร้างและการวางตำแหน่งเชิงยุทธวิธี

จ้าวเผิง ซิง นักกลยุทธ์อาวุโสด้านจีนของ ANZ Research กล่าวว่า ชาวจีนมีทางเลือกในการลงทุนค่อนข้างจำกัด เมื่อราคาบ้านปรับตัวลงและดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ใกล้ระดับ 1% ทองคำจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญ

ปัจจุบันทองคำคิดเป็นเพียงราว 1% ของสินทรัพย์ครัวเรือนจีน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 5% ในอนาคตอันใกล้ ซิงระบุว่า นักลงทุนจีนมองทองคำเป็นประกันความเสี่ยง มากกว่าสินทรัพย์ทำกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

ในมุมของรัฐบาลจีน แรงจูงใจยังเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ ฌอน ไรน์ ผู้ก่อตั้ง China Market Research Group กล่าวว่า ทางการจีนผลักดันกระบวนการ de-dollarization เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะเดียวกันนักลงทุนรายย่อยก็แสวงหาทั้งผลตอบแทนและสินทรัพย์ปลอดภัย

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า จีนถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงเหลือ 682,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2568 ลดลง 11% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มการถือครองทองคำติดต่อกัน 15 เดือนจนถึงเดือนมกราคม ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองอยู่ราว 2,300 ตัน

ฮุสเซนสรุปว่า นอกเหนือจากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงแล้ว ตลาดทองคำจีนอาจกำลังเผชิญภาวะฟองสบู่จากการเก็งกำไร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำโลกแกว่งตัวรุนแรงในระยะนี้

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...