จับตา “สหรัฐ” พร้อมโจมตี “อิหร่าน” เร็วสุดสุดสัปดาห์นี้ แต่ทรัมป์ยังชั่งใจ
แหล่งข่าวเผยกองทัพสหรัฐเสริมกำลังในตะวันออกกลางและพร้อมเปิดปฏิบัติการได้ทันที หากทรัมป์อนุมัติ ขณะที่การเจรจาทางอ้อมกับอิหร่านยังไร้ข้อสรุปและความเสี่ยงปะทะทางทหารเพิ่มสูงขึ้น
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.54 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเปิดเผยกับสื่อสหรัฐว่า กองทัพสหรัฐมีความพร้อมที่จะเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านได้เร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะอนุมัติปฏิบัติการทางทหารหรือไม่
ทำเนียบขาวได้รับรายงานว่า กองทัพสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตีได้ หลังจากมีการเสริมกำลังทางอากาศและทางทะเลในตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่แหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่า ทรัมป์ยังมีท่าทีชั่งใจทั้งสองด้านระหว่างการใช้กำลังทหารกับการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และได้หารือกับที่ปรึกษาและพันธมิตรเกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐได้ประชุมกันเมื่อวันพุธที่ห้อง Situation Room ของทำเนียบขาว เพื่อประเมินสถานการณ์อิหร่าน ขณะที่ทรัมป์ได้รับรายงานจากทูตพิเศษ Steve Witkoff และ Jared Kushner เกี่ยวกับการเจรจาทางอ้อมกับอิหร่านที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน
แหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่า “เขาใช้เวลาคิดเรื่องนี้อย่างมาก” และยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์จะตัดสินใจภายในสุดสัปดาห์นี้หรือไม่
ผู้แทนสหรัฐและอิหร่านได้แลกเปลี่ยนบันทึกข้อความกันนานราว 3 ชั่วโมงครึ่ง ระหว่างการเจรจาทางอ้อมที่นครเจนีวา แม้หัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่านระบุว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการชี้นำบางประการ แต่อีกฝ่ายจากสหรัฐย้ำว่ายังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องหารือ
โฆษกทำเนียบขาว Karoline Leavitt ระบุว่า อิหร่านคาดว่าจะส่งรายละเอียดจุดยืนการเจรจาเพิ่มเติมภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ปฏิเสธให้ความชัดเจนว่าทรัมป์จะชะลอการใช้กำลังทหารในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่
ด้าน Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มีกำหนดเดินทางไปยังอิสราเอลในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพื่อพบกับ Benjamin Netanyahu และรายงานความคืบหน้าการเจรจากับอิหร่าน
โฆษกทำเนียบขาว ย้ำว่า“การทูตคือทางเลือกแรกของประธานาธิบดีเสมอ” แต่ยอมรับว่า“ทางเลือกทางทหารยังคงอยู่บนโต๊ะ”
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald Ford ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐ อาจเดินทางถึงภูมิภาคนี้ภายในสุดสัปดาห์ ขณะที่กองทัพอากาศสหรัฐได้เคลื่อนย้ายเครื่องบินขับไล่และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงจากสหราชอาณาจักรเข้าใกล้ตะวันออกกลางมากขึ้น
ขณะเดียวกันภาพถ่ายดาวเทียมและการวิเคราะห์จาก Institute for Science and International Security ระบุว่าอิหร่านกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้สถานที่นิวเคลียร์หลายแห่ง ด้วยการใช้คอนกรีตและดินจำนวนมากกลบฝังโครงสร้างสำคัญ เพื่อรับมือแรงกดดันทางทหารจากสหรัฐ
เจ้าหน้าที่บางประเทศในยุโรป มองว่า การโจมตีอาจไม่เกิดขึ้นก่อนพิธีปิดโอลิมปิกฤดูหนาวในวันอาทิตย์ ขณะที่การเริ่มต้นเดือนรอมฎอนก็อาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญ เนื่องจากพันธมิตรสหรัฐในตะวันออกกลางกังวลว่าการโจมตีในช่วงดังกล่าวจะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองและศาสนา
นอกจากนี้ทรัมป์มีกำหนดแถลงสุนทรพจน์ประจำปีต่อรัฐสภาในวันอังคาร ซึ่งทีมงานระบุว่าจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นสื่อสารวาระภายในประเทศช่วงปีเลือกตั้งกลางเทอม
อย่างไรก็ดีทรัมป์ยังไม่ได้แสดงเป้าหมายที่ชัดเจนต่อสาธารณชนหรือรัฐสภา หากสหรัฐตัดสินใจเปิดฉากโจมตีอิหร่าน นอกจากย้ำว่าไม่ต้องการให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และส่งสัญญาณเป็นนัยถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน
อ้างอิง : edition.cnn.com