โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คะแนน TGAT / TPAT ออกแล้ว! #dek69 ต้องทำอะไรต่อ? คู่มือคำนวณคะแนนยื่นมหาวิทยาลัยแบบเข้าใจง่าย

Eduzones

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 05.57 น. • eduzones

คะแนน TGAT / TPAT ออกแล้ว! #dek69 ต้องทำอะไรต่อ? คู่มือคำนวณคะแนนยื่นมหาวิทยาลัยแบบเข้าใจง่าย

เขียนโดย พี่แฮนด์ – Eduzones

ประกาศผลคะแนน TGAT และ TPAT ปี 2569 ออกมาเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอผล A-Level เท่านั้น เชื่อว่าหลายคนเริ่มมีคำถามในใจว่า
“ต่อไปต้องทำอะไร?”
“คำนวณคะแนนยังไง?”
“จะรู้ได้อย่างไรว่ายื่นได้หรือไม่ได้?”

บทความนี้พี่แฮนด์สรุปให้ครบแบบเป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง ก่อนลงสนามยื่นสมัคร TCAS

1.ทำความเข้าใจกติกา กติกาในที่นี้ก็คือ “คะแนน” ในมือเราที่นำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะในแต่ละมหาวิทยาลัยที่จะมีกติการหรือที่เรียกว่า “เกณฑ์คัดเลือก” ที่จะระบุไว้ในระเบียบการรับสมัครอย่างชัดเจน ว่าใช้คะแนนอะไรบ้าง สัดส่วนเท่าไหร่ เราหรือตัวน้อง ๆ มีหน้าที่ไปดูว่ามหาวิทยาลัย ในคณะ/สาขา ที่เราต้องการสมัคร เค้าระบุว่าใช้คะแนนอะไรบ้าง แล้วมาดูตัวเราเองว่า “มี” คะแนนที่ระบุไว้ครบทุกวิชามั้ย เพราะนั่นถือว่าเป็นกติกาเบื้องต้น ที่ทุกคนต้องมีคะแนนที่ใช้เป๋นเกณฑ์คัดเลือกครบทุกวิชาก่อน ถึงจะสามารถยื่นสมัครได้ เพราะไม่งั้นแล้ว ถ้าเรามีคะแนนไม่ครบก็ถือว่า “ผิดกติกา” ซึ่ง = ผิดคุณสมบัติเบื้องต้น นะครับ ยื่นไปก็จะไม่ได้รับการพิจารณานะครับ . 2.เข้าใจเกณฑ์คะแนนคัดเลือก พอเราทำเข้าใจกติกาแล้วต่อมาคือทำความเข้าใจเกณฑ์คัดเลือก ในเกณฑ์คัดเลือกนอกจากจะระบุวิชาที่ใช้แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่จะถูกระบุไว้คู่กันคือ “เกณฑ์ค่าน้ำหนัก” หรือเกณฑ์คะแนนสัดส่วนนั่นเอง ว่าวิชานี้จะใช้เป็นค่าหนักกี่เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง.. คณะเอ มหาวิทยาลัยบี มีเกณฑ์คัดเลือกดังนี้ TGAT 50 % TPAT1 50% (คือทุกที่ทุกมหาวิทยาลัย จะระบุเกณฑ์สัดส่วน/ค่าน้ำหนักรวมกัน 100 % อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับใช้กี่วิชา ค่าน้ำหนักก็มากน้อยแตกต่างกันไป) จากตัวอย่างใช้ TGAT 50% คิดง่าย ๆ ถ้าน้อง ๆ ได้คะแนน TGAT เต็ม 100 คะแนน ก็จะคิดเป็น 100 % ของคะแนน TGAT น้อง ๆ ก็จะได้ค่าน้ำหนักที่จะยื่นคณะนี้ 50% เต็ม ในส่วนของ TGAT ถ้าน้อง ๆ สอบได้ 50 คะแนน ก็จะคิดเป็น 50 % ของคะแนน TGAT น้อง ๆ ก็จะได้ค่าน้ำหนักที่จะยื่นคณะนี้ 25 % จาก 50 % เต็มของค่าน้ำหนัก วิธีการคำนวนคะแนน ให้น้อง ๆ นำคะแนนสอบน้อง ๆ ที่ได้ ไปคูณกับสัดส่วนที่ได้ โดยจะต้องแปลงค่าจากเปอร์เซนต์ก่อน เช่น 50% ก็เอา จำนวนสัดส่วน ÷ 100 x คะแนนที่เราได้ = สัดส่วนค่าน้ำหนักที่เราได้คณะนี้ คิดง่าย ๆ กว่านั้นก็แค่เอา 0. ไปไว้หน้าสัดส่วนค่าน้ำหนัก เช่นค่าน้ำหนัก 50% ก็เป็น 0.5 x 100 เป็นต้น หรือถ้าในกรณีที่คณะ/สาขาที่น้อง ๆ สมัคร เอา GPAX มาเป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์คัดเลือก เช่น ระบุว่าใช้ GPAX 20% วิธีการคำนวณ เอาเกรดเฉลี่ยที่เรามีไป x กับ 25 เพื่อแปลงเป็นฐาน100 เช่น เราได้เกรดเฉลี่ย 3.50 ก็จะเป็น 3.5 x 25 = 87.50 จากนั้นนำผลที่ได้ไป x กับสัดส่วนที่ใช้(สัดส่วนแปลงเป็นเปอร์เซนต์แล้ว) เช่นค่าน้ำหนัก 20% ก็เป็น 87.50 x 0.2 เป็นต้น **สรุป เกณฑ์คะแนนคัดเลือกคือคะแนนที่น้อง ๆ ต้องนำไปใช้ในการคัดเลือกโดยจะมีค่าน้ำหนักและสัดส่วนที่ต้องใช้ระบุไว้ในระเบียบการ . 3.เข้าใจเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น้อง ๆ ต้องทำความเข้าใจให้ดี เพราะในทุกปีจะมีน้อง ๆ ที่สับสนระหว่าง เกณฑ์ค่าน้ำหนัก/สัดส่วน กับ เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ โดยเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ คือเกณฑ์ค่าน้ำหนัก/สัดส่วน ที่ถูกระบุไว้ว่าจะต้องมีคะแนนไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ ถึงจะสามารถยื่นสมัครได้ ถ้าน้อง ๆ มีคะแนนค่าน้ำหนัก/สัดส่วน ที่ใช้ในการคัดเลือก แต่ !! ไม่ถึงเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำที่ทางคณะ/สาขาระบุไว้ในระเบียบการ น้อง ๆ ก็จะไม่สามารถสมัครได้ ถึงยื่นไปคิดว่าลักไก่ได้ ยังไงก็ไม่ติดนะครับ เพราะถือว่าผิดคุณสมบัติ ยังไงก็จะไม่ได้รับพิจารณาให้เข้าศึกษา **สรุปก็คือเกณฑ์สัดส่วน/ค่าน้ำหนัก คือน้องๆ จะมีคะแนนเท่าไหร่ก็ยื่นสมัครได้ ขอแค่มีวิชาที่ใช้ให้ครบตามที่ระเบียบการระบุ แต่เกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ คือน้อง ๆ ต้องมีคะแนนในวิชานั้น ๆ อย่างน้อยต่ำสุดตามที่ระเบียบการกำหนด ยกตัวอย่างเช่น คณะเอ มหาวิทยาลัยบี มีเกณฑ์คัดเลือกดังนี้ TGAT 50 % (มีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50%) คณะนี้ใช้เกณฑ์สัดส่วน/ค่าน้ำหนัก TGAT 50% แต่ระบุไว้ว่าต้องเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 50% หมายความว่าถ้าน้อง ๆ ไม่สามารถทำคะแนน TGAT ถึง 50% น้อง ๆ ก็จะไม่สามารถยื่นสมัครคณะนี้ได้ โดยวิธีการคิดคะแนนขั้นต่ำคือนำคะแนนเต็มของวิชาไปคูณกับ % เกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่าง TGAT คะแนนเต็ม 100 คะแนน คณะนี้กำหนดขั้นต่ำไว้ 50% ก็เอา 100 x 50% = 50 คะแนน นั่นหมายความว่าน้อง ๆ ต้องมีคะแนน TGAT1 ไม่ต่ำกว่า 50 คะแนน ถึงจะยื่นสมัครในคณะนี้ได้

. 4.เข้าใจแนวโน้มคะแนน อีกสิ่งที่เด็กทุกยุคเครียดและกังวลกับคะแนนสอบคือ “คะแนนเฟ้อ” โดยส่วนใหญ่จะได้การรับรู้แบบว่า “เค้าบอกว่า” “เค้าบอกมา” ซึ่งที่จริงแล้ว น้อง ๆ สามารถเช็กได้เองเลย จากข้อมูลและสถิติที่ ทปอ. ประกาศออกมาพร้อมกับคะแนนของน้อง ๆ ทุกปี นั่นคือค่าสถิติพื้นฐาน และสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนน (ดูได้ที่ คลิก ) น้อง ๆ สามารถดูได้จากค่าเฉลี่ย หรือ Mean ว่าทั่วประเทศในปีนี้มีค่าเฉลี่ยเท่าไหร่ แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากน้อยแค่ไหน เพิ่มมากขึ้นหรือน้อยขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างคือสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนน ว่าในปีนี้มีคนส่วนใหญ่สอบได้คะแนนในช่วงไหน มากหรือน้อยกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งถ้าน้อง ๆ ดูสถิติตรงนี้ก็จะพอเห็นภาพครับว่าในภาพรวมคะแนนในปีนี้เฟ้อขึ้นหรือไม่ เป็นดาต้าที่เราจะไม่ต้องดราม่าเลย แต่ต้องย้ำนะครับว่าสถิติตรงนี้เป็นการดูในภาพรวม การจะวิเคราะห์ลงลึกไปอีกว่าคะแนนในคณะต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบกันเพิ่มเติมอีกครั้งครับ (พี่แฮนด์จะไว้มาเขียนในบทความต่อ ๆ ไปนะครับ) .

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...