โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทีมไทยแลนด์ดึงลงทุน 5 แสนล้าน “อนุทิน” ปลื้มผลสำเร็จ WEF 2026 ไทยขึ้นฮับ Data Center

Thairath Money

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 01.00 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 01.00 น.
ภาพไฮไลต์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำทีมเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนายศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ แถลงความสำเร็จจากการเข้าร่วมประชุม World Economic Forum (WEF) 2026 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การประชุมปีนี้จัดภายใต้แนวคิด “Ace spirits of dialogue” ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่รุนแรง และความไว้วางใจระหว่างประเทศที่ลดน้อยลง

“จุดยืนของประเทศไทยในเวทีโลกว่า ท่ามกลางโลกที่แตกออกเป็นขั้ว ไทยเลือกที่จะไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด แต่พร้อมเป็นพื้นที่ และหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มั่นคงให้กับทุกประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ดึงดูดความสนใจจากนานาชาติทั้งในด้านห่วงโซ่อุปทานและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งไทยมีความพร้อมที่จะเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารป้อนโลกในยามวิกฤต”

ในประเด็นสถานการณ์ภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจกับนักลงทุนและประชาชนว่า แม้ประเทศไทยจะกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านและจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่หยุดชะงัก เพื่อเตรียมความพร้อมและรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ส่งต่อให้รัฐบาลชุดใหม่สานงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ พร้อมยืนยันว่าสถานการณ์ในประเทศอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี ไม่มีภัยคุกคามจากภายนอก ขอให้ประชาชนวางแผนชีวิตและการลงทุนได้อย่างปกติ

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม 3 ด้านหลักจากการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การนำไทยกลับสู่เรดาร์โลก ไทยแสดงบทบาทศูนย์กลางอาเซียนที่เป็นกลาง ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนท่ามกลางโลกที่แตกขั้ว โดยมีบริษัทชั้นนำกว่า 30 แห่งยืนยันการลงทุนรวมมูลค่ากว่า 500,000 ล้านบาท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัล AI และ Data Center ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของสหประชาชาติที่จัดอันดับให้ไทยเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 6 ของโลก ด้านความน่าสนใจในการลงทุน Data Center โดยอันดับ 1 คือฝรั่งเศส อันดับ 2 อเมริกา อันดับ 3 เกาหลี อันดับ 4 บราซิล อันดับ 5 สเปน อันดับ 6 ไทย อันดับ 7 อินเดีย อันดับ 8 อิตาลี อันดับ 9 มาเลเซีย และอันดับ 10 นอร์เวย์

2.การสร้างเครือข่ายระดับโลกได้หารือกับผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยได้รับสัญญาณบวกในการผลักดันไทยเป็นสมาชิก OECD ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ ไทยยังประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี ที่จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของไทยในเวทีการเงินโลก 3. การพัฒนาคน รัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นแค่เม็ดเงินลงทุน แต่ยังเจรจาให้นักลงทุนทำโครงการ “Skill Bridge” เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างวิศวกรด้าน Data รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้กับคนไทย

ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า บริบทการค้าโลกใหม่ที่เปลี่ยนจากพหุภาคีไปสู่การแบ่งแยกขั้วอย่างรุนแรง (Extreme Polarization) ซึ่งการค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางความมั่นคง ไทยจึงต้องปรับตัวด้วยยุทธศาสตร์ใหม่ 4 ด้าน คือ 1. เป็นพันธมิตรกับทุกฝ่าย (Ally to All) รักษาความเป็นมิตรกับทุกขั้วอำนาจ ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากสหภาพยุโรป (EU) ที่มองเห็นศักยภาพของไทย 2. สร้างความไว้วางใจ (Trust) โดย Trust คือสกุลเงินที่มีค่าที่สุด ในยุคนี้ ไทยจึงเร่งสร้างความเชื่อมั่นเพื่อเปลี่ยนคู่ค้าให้เป็นพันธมิตรระยะยาว โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ร่วมกัน 3. เจาะลึกห่วงโซ่อุปทาน (Deep Integration) ไทยวางตัวเป็นจิ๊กซอว์ที่เข้าไปเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของโลกในจุดที่ขาดหาย 4. เศรษฐกิจดิจิทัล: ผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล Digital Economy Framework Agreement (DEFA) เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

“เป้าหมายเร่งด่วนในปีนี้ คือการเร่งเจรจาปิดดีล FTA ไทย-EU และ ไทย-แคนาดา ให้สำเร็จภายในปีนี้ ต้องขออนุญาตเรียนว่า ไม่ได้เป็นคนเซ็นนะคะ เซ็นกันมาก่อนแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าเราไปเคลมผลงาน แต่ว่าเซ็นแล้ว มันยังใช้ยังใช้งานไม่ได้ มันจะต้องมีการทำในเรื่องของข้อตกลงในรายละเอียด แล้วก็นำเข้าสัตยาบันให้กับทางรัฐสภาอนุมัติก่อน เราถึงจะใช้งานได้ สิ่งเดียวที่ทางต่างประเทศและผู้ประกอบการจะมีความเป็นกังวลก็คือ ความไม่ต่อเนื่องในการทำงาน เราก็กลับไปบอกว่า ไม่ต้องกังวล เรายังทำอยู่ สิ่งที่เซ็นไว้แล้วเราก็พยายามทำให้ได้ โดยที่เราตั้งเป้าร่วมกัน ว่าจะทำทุกอย่างให้เสร็จ ให้ทันเสร็จภายในสิ้นปี เพื่อมีผลบังคับใช้ได้สิทธิประโยชน์จริงๆ เริ่มต้นวันที่ 1 ม.ค. 2570”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีมไทยแลนด์ดึงลงทุน 5 แสนล้าน “อนุทิน” ปลื้มผลสำเร็จ WEF 2026 ไทยขึ้นฮับ Data Center

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...