โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต. ไม่มีอำนาจสั่งลบคลิปที่วิจารณ์กกต. หากพบข้อมูลเท็จเกี่ยวกับประชามติต้องไปแจ้งความ ให้กระทรวงดีอีขอหมายศาล ไม่ใช่สั่งลบเอง

iLaw

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 04.33 น. • iLaw

จากเหตุการณ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกข่าวประชาสัมพันธ์กรณีมีคำสั่งให้ลบคลิปจากเพจเฟซบุ๊ก “แม่แนน น้องสมาร์ท” เอกสารของกกต. ได้อธิบายด้วยว่าเนื้อหาของคลิปดังกล่าวมีอะไรบ้าง ซึ่งเห็นได้ว่าทั้งสามคลิปที่ถูกลบไปนั้น มีเนื้อหาเน้นไปที่การให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงเลือกตั้งและประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

โดยในคลิปที่ถูกลบไป ผู้ที่ทำคลิปใช้ภาษานำเสนอแบบ “บ้านๆ” เพื่อสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจการใช้สิทธิของตัวเอง จึงไม่ใช่ภาษาวิชาการทางกฎหมายที่ต้องครบถ้วน 100% และเนื้อหาบางส่วนของคลิปยังมีการเรียกบุคคลด้วยชื่อว่า “แหวง บุญหมด” ซึ่งอาจตีความได้ว่า เป็นการล้อเลียนถึงชื่อของแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมีการใช้คำไม่สุภาพอยู่บ้าง เช่น เหี้ย จัญไร

อย่างไรก็ดีการใช้คำไม่สุภาพ หรือการล้อเลียนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่ได้เป็นความผิดต่อกฎหมายใด ไม่ได้ฝ่าฝืนพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่กกต. เป็นผู้มีอำนาจบังคับใช้ หากบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคลิป เห็นว่าคลิปดังกล่าวอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท ดูหมิ่น ต่อตัวเองก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ ในฐานะที่เป็นความผิดต่อส่วนตัว แต่สำนักงานกกต. ไม่มีอำนาจในการดำเนินการแทน

นอกจากนี้การนำข้อมูลที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ เป็นอำนาจหน้าที่เฉพาะของเจ้าพนักงานตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับแก้ไขพ.ศ.2560 และมีขั้นตอนตามมาตรา 20 ที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และต้องยื่นคำร้องต่อศาล ให้ศาลสั่งว่าเนื้อหาใดเข้าข่ายการกระทำความผิดมาตรา 14 แล้วจึงลบออกจากระบบออนไลน์ได้

หากกกต. ตั้ง E- War Room แล้วตรวจพบว่า เนื้อหาใดบนโลกออนไลน์ที่เป็นข้อมูลเท็จ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 77 กกต. มีอำนาจหน้าที่เพียงไปแจ้งความต่อตำรวจให้ดำเนินคดีทางอาญาเท่านั้น โดยสิ่งที่สำคัญกว่าการเอาผิดทางอาญา คือ กกต. ควรทำหน้าที่ออกมาชี้แจงต่อสังคมว่า ตรวจพบข้อมูลใดเป็นเท็จ และข้อมูลที่ถูกต้องเป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนการออกเสียงประชามติ

หากกกต. ตรวจพบว่า เนื้อหาใดบนโลกออนไลน์ที่ขัดต่อพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ก็มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องไปแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ลบเนื้อหาดังกล่าวออกจากระบบ ไม่ใช่ดำเนินการออกคำสั่งเอง คำสั่งให้ลบเนื้อหาใดหากมาจากกกต. ผู้ให้บริการจะไม่ปฏิบัติตามก็ได้ เพราะไม่ใช่คำสั่งที่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ

ในความเป็นจริงมีข้อมูลเท็จเกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติบนโลกออนไลน์อีกจำนวนมาก เช่น ข้อความที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ให้นักการเมืองที่ทุจริตมีโทษจำคุก หรือให้คดีทุจริตไม่มีอายุความ เพราะความจริงรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเช่นนั้น และยังมีนักการเมืองหลายพรรคที่ใช้ข้อความเท็จในการหาเสียง เช่น กล่าวว่า การลงประชามติเห็นชอบจะเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้นักการเมืองทำอะไรก็ได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ยังต้องถามความเห็นประชาชนผ่านประชามติอีก 2 ครั้ง ซึ่งไม่เคยปรากฏว่า กกต. ได้ดำเนินการอย่างใดกับข้อมูลเท็จเหล่านี้ แต่กลับสั่ง “ลบ” เนื้อหาที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์กกต. โดยไม่อาจอธิบายได้ว่า เป็นข้อมูลเท็จอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...