โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผ่ากลยุทธ์รับมือ “AI Bubble” หุ้น ‘นิคมฯ-พลังงานสะอาด’ ไทย ขึ้นแท่นหลุมหลบภัยยุคใหม่

The Better

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • THE BETTER
ท่ามกลางกระแสฟองสบู่ AI โลก หุ้นนิคมฯ และพลังงานสะอาดไทยผงาดเป็นหลุมหลบภัยชั้นดี ดึงดูดเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน

ตลาดทุนโลกกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อดัชนี Nasdaq ดิ่งลงรุนแรงกว่า 4% ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสัญญาณเตือนจากปรมาจารย์การลงทุนระดับโลกอย่าง เรย์ ดาลิโอ ที่ระบุว่ามูลค่าของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์อาจเติบโตสูงเกินกว่ารายที่เกิดขึ้นจริง จนเสี่ยงเกิดภาวะ“ฟองสบู่ AI” ส่งผลให้เกิดแรงเทขายสัญญานหุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ทว่าในความผันผวนนี้ ตลาดหุ้นไทยกลับแสดงความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน โดยดัชนี SET ล่าสุดพุ่งทะยานแตะระดับ 1,600 จุด สวนทางกระแสโลกอย่างสิ้นเชิง สะท้อนให้เห็นว่าเม็ดเงินลงทุนบางส่วนเริ่มมองหา “สินทรัพย์ปลอดภัย” ที่สามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนักวิเคราะห์ระดับแนวหน้าได้เริ่มขยับปรับเป้าหมายดัชนี SET ขึ้นสู่ระดับ 1,680 จุด โดยชี้ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่“The New Capex Cycle” หรือวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดรอบหนึ่ง

คำตอบสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น“อู่ข้าวอู่น้ำ” แห่งเอเชีย อยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านนิคมอุตสาหกรรมและพลังงานสะอาดซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสุดขั้วจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีโลก (Big Tech) ในการปักหมุดสร้าง Data Center และศูนย์ประมวลผล AI สาเหตุเพราะอุตสาหกรรมยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่พื้นที่เปล่า แต่ต้องการระบบสาธารณูปโภคที่เสถียรและไร้คาร์บอน เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล

โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจอย่าง SCB EIC คาดการณ์ว่า ยอดโอนที่ดินนิคมอุตสาหกรรมในไทยปี 2569 จะยังคงรักษาระดับสูงอยู่ราว 2,800 ไร่ จากปัจจัยเร่งของนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น มาตรการ Utility Green Tariff และ Direct PPA เป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) เข้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC)

จากการวิเคราะห์เชิงลึก หุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ในตลาดหุ้นไทยที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ได้กลายมาเป็นเป้าหมายหลักที่กองทุนทั้งในและต่างประเทศเลือกเข้าสะสมเพื่อหลบภัยจากตลาดหุ้นเทคโลก ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำอย่าง WHA และ AMATA ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการย้ายฐานทุนและการเช่าพื้นที่สร้าง Data Center ขนาดใหญ่ รวมถึงหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดอย่าง GULF และ ADVANC ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในการร่วมทุนพัฒนาธุรกิจคลาวด์และ Data Center ควบคู่ไปกับความมั่นคงด้านพลังงานหมุนเวียน

ในขณะที่กระแส AI โลกกำลังเข้าสู่ช่วงการปรับฐานราคาเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริง ประเทศไทยในฐานะผู้จัดหา“พลังงานสะอาด” สำหรับรองรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล กลับกลายเป็นผู้ชนะทางอ้อมในศึกครั้งนี้อย่างมั่นคง การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ Investment Supercycle จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องชั่วคราว แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจและมูลค่าตลาดหุ้นไทยให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนสู่อนาคตต่อไป

รายงานพิเศษ โดย นางสาวธีรดา สุนทรพจน์ บรรณาธิการหุ้นและการเงิน The Better

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...