โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เกลือหวานปัตตานี” มาจากไหน ต่างจากเกลือแหล่งอื่นอย่างไร ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นาเกลือปัตตานี พ.ศ. 2497 (ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร)

“ฆาแฆ ตานิง มานิฮฺ” เป็นคำภาษามลายูแถบจังหวัดปัตตานี แปลว่า “เกลือหวานปัตตานี”

ส่วนเหตุผลที่เรียกว่า เกลือหวานปัตตานีนั้น เป็นเพราะน้ำจากแม่น้ำปัตตานีไหลเข้ามารวมกับน้ำทะเลบริเวณที่ทำนาเกลือ น้ำทะเลในบริเวณนั้นจึงเจือจางลง เกลือปัตตานีจึงมีรสเค็มจางกว่าเกลือสมุทรแหล่งอื่น แม้ว่าจะใช้วิธีทำเกลือผ่านระบบนาเกลือเหมือนกัน

สันนิษฐานว่าการริเริ่มทํานาเกลือในประเทศไทย เกิดขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โดยภูมิปัญญาการทํานาเกลือเผยแพร่มาจากชาวจีนสู่ชาวเพชรบุรีในพุทธศตวรรษที่ 19 ดั้งนั้นการทํานาเกลือที่ปัตตานี จึงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับชนชาวจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองปัตตานี ในช่วงเดียวกัน

ประวัติศาสตร์การทำนาเกลือที่รุ่งเรืองของเมืองปัตตานีปรากฏในบันทึกต่าง ๆ มากมาย ทั้งจากต่างชาติ และจากฝั่งไทยเอง

เซอร์จอห์น เบาว์ริง ราชทูตชาวอังกฤษ ใน พ.ศ. 2398 บันทึกเกี่ยวกับเรื่องเกลือปัตตานีไว้ว่า เมืองปัตตานีน่าจะมีทั้งพื้นที่และชาวนาเกลือจํานวนมากจึงสามารถผลิตเพื่อการค้าได้

มีเอกสารสมัยรัชกาลที่ 5 สองฉบับที่กล่าวถึงเกลือเมืองปัตตานี คือ พระนิพนธ์ “ชีวิวัฒน์เที่ยวที่ต่กฤติยาภรณ์ ดวงเนตรงามาง ๆ ภาค 7” ของสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ ซึ่งเกี่ยวกับการเสด็จหัวเมืองทางใต้ เนื้อความกล่าวถึงผู้คนในเมืองตานีว่า “พวกเขาทํานาเกลือ ทําสวน ทํานาข้าว สินค้าใหญ่ที่ซื้อขายและจําหน่ายออก เกลือเป็นใหญ่ น้ำมันมะพร้าว มะพร้าวห้าว ทอง ทราย ดีบุก”

อีกหลักฐานสำคัญคือบันทึกของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อ พ.ศ. 2439 ความว่า“ในเมืองปัตตานี มีนาเกลือแห่งเดียวตลอดแหลมมลายู สินค้าเกลือเมืองปัตตานีขายได้อย่างแพงถึงเกวียนละ 16 เหรียญ ขายตลอดออกไปจนสิงคโปร์และเกาะหมาก”

เห็นได้ว่าในช่วงพุทธศวรรษที่ 24-25 เกลือจากปัตตานีเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ และเป็นที่ต้องการของเมืองต่าง ๆ อย่างยิ่ง

ดังนั้น “เกลือหวานปัตตานี” หรือ “ฆาแฆ ตานิง มานิฮฺ”จึงเป็นคำเปรียบเปรยและยกย่องคุณสมบัติของเกลือจากเมืองปัตตานี ว่าเป็นเกลือมีรสเค็มจาง ๆ หากนำไปหมักปลาทำน้ำบูดู ทำปลาแห้ง ดองผักผลไม้ ก็ให้รสชาติกลมกล่อม ไม่เค็มจนขมเหมือนเกลือจากแหล่งอื่น

ทั้งยังเป็นเกลือจากแหล่งผลิตแหล่งเดียวในภาคใต้ของไทยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปีอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

Anusorn Tipayanon. (2565). เกลือหวานปัตตานี วิถีเกลือที่มีชีวิต. สืบค้นเมื่อ
15 มิถุนายน 2569. (ออนไลน์)

กรมศิลปากร. (2569). นาเกลือเมืองปัตตานี. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2569, จาก https://www.finearts.go.th/fad11/view/26117-

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. (2565). การทํานาเกลือที่ปัตตานี. สืบค้นเมื่อ 13
มิถุนายน 2569, จาก https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/1/52869c65

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 มิถุนายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เกลือหวานปัตตานี” มาจากไหน ต่างจากเกลือแหล่งอื่นอย่างไร ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...