อสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 69 เหนื่อย! คอนโดเปิดใหม่ต่ำ ที่ดินทรงตัว ออฟฟิศแข่งคุณภาพ โลจิสติกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์ยังโต
คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย เผยตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยครึ่งหลังปี 69 ผู้ประกอบการชะลอลงทุน เร่งระบายสต๊อกรักษาสภาพคล่อง ลดเสี่ยงเปิดโครงการใหม่ หันรุกคอนโดกลาง-บน ด้านที่ดินเข้าสู่ "ตลาดผู้ซื้อ" ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ โลจิสติกส์ และ EEC ยังเป็นดาวเด่น ดึงเม็ดเงินลงทุนต่อเนื่อง ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องรอแรงซื้อกลับมาอย่างชัดเจน
นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังคงอยู่ในช่วงของการปรับฐาน โดยผู้ประกอบการทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและรักษาสภาพคล่องมากกว่าการเร่งขยายการลงทุน เนื่องจากเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ กำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง และสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม กรุงเทพฯ ในไตรมาส 2 มีโครงการเปิดขายใหม่เพียงประมาณ 2,300 ยูนิต ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แต่คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังจะมีโครงการทยอยเปิดตัวมากขึ้น หากผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ตามแผน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดชัดเจน คือ ผู้ประกอบการลดการพัฒนาโครงการระดับราคาต่ำ และหันมาเน้นตลาดระดับกลางถึงบนในทำเลแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่ศักยภาพ ส่งผลให้ราคาเปิดขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ปรับขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ว่าปริมาณการเปิดตัวโครงการใหม่ยังต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดโควิดก็ตาม
"โดยภาพรวมผู้ประกอบการยังเร่งระบายสต๊อกโครงการสร้างเสร็จ ทั้งการขายห้องชุดแบบยกล็อตและการชะลอเปิดโครงการใหม่ เพื่อรักษากระแสเงินสดและเสริมสภาพคล่องของบริษัท"นายสุรเชษฐกล่าว
ด้านนายวรัตถ์ สิริศักดานุกูล ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายตลาดทุนและการลงทุน กล่าวว่า ตลาดที่ดินในกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนผ่านจากยุคราคาปรับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ภาวะทรงตัว และบางทำเลมีแนวโน้มอ่อนตัวลง เนื่องจากตลาดคอนโดมิเนียมซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของราคาที่ดินชะลอลงตั้งแต่ช่วงโควิด
ปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการมีความระมัดระวังในการซื้อที่ดินมากขึ้น ขณะที่เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องเร่งขาย ส่งผลให้ตลาดกลายเป็น “ตลาดของผู้ซื้อ”
ทั้งนี้นายวรัตถ์ แนะนำว่า เจ้าของที่ดินที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องขาย ควรพิจารณาปล่อยเช่าระยะยาว 10-30 ปี เพื่อสร้างรายได้ประจำ ลดภาระภาษี และรอจังหวะที่ตลาดกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะการปล่อยเช่าเพื่อพัฒนาโรงแรมและดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งกำลังเป็นดีมานด์ใหม่ของตลาด
นายวรัตถ์กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ “Developed Market” หรือพัฒนาแล้ว โดยเมื่อรวมโครงการที่เปิดดำเนินการ อยู่ระหว่างก่อสร้าง และได้รับอนุมัติแล้ว จะมีกำลังรองรับรวมมากกว่า 1,500 เมกะวัตต์ สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว
ด้านนายพงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตลาดโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมยังเป็นเซกเมนต์ที่มีแนวโน้มเติบโตดีที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี โดยพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุน แม้ว่าจังหวัดชลบุรีจะเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านน้ำและไฟฟ้า ส่งผลให้นักลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เริ่มมองหาทำเลใหม่ เช่น จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานมากกว่า แม้ราคาที่ดินจะสูงกว่า
ขณะเดียวกัน ค่าเช่าคลังสินค้าและโรงงานสำเร็จรูปยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนความต้องการใช้พื้นที่ด้านโลจิสติกส์ที่ยังแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่รวมกว่า 20,000 ไร่ โรงงานสำเร็จรูปประมาณ 50,000 ตร.ม. และคลังสินค้าอีกเกือบ 500,000 ตร.ม. อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
สำหรับตลาดอาคารสำนักงาน นายอุกฤษฏ์ พรพัฒนไพโรจน์ หัวหน้าฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า กล่าวว่า แม้การแข่งขันยังอยู่ในระดับสูง แต่รูปแบบการแข่งขันได้เปลี่ยนจากการลดค่าเช่าและให้สิทธิประโยชน์ มาเป็นการแข่งขันด้านคุณภาพอาคาร เทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจหรือบิสสิเนส พาร์ทเนอร์ ระหว่างเจ้าของอาคารกับผู้เช่า
ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากยังคงใช้รูปแบบการทำงานแบบสลับวันเข้าออฟฟิศ หรือ ไฮบริด ส่งผลให้หลายบริษัทปรับลดขนาดพื้นที่เช่าเพื่อควบคุมต้นทุน ขณะที่บริษัทที่ยังต้องการสำนักงานขนาดใหญ่เลือกย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานเปิดใหม่ ซึ่งสามารถรองรับความต้องการด้านพื้นที่ มาตรฐานอาคาร และเทคโนโลยีได้ดีกว่าอาคารรุ่นเก่า
ทั้งนี้ ในช่วงปี 2569-2574 จะมีอาคารสำนักงานใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) เช่น พระราม 4 สีลม ชิดลม และราชดำริ ส่งผลให้การแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้เช่ายังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าสงครามด้านราคาจะเริ่มผ่อนคลายลงก็ตาม
อย่างไรก็ดีคุชแมนฯ ประเมินว่าภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มองว่าจะเป็นช่วงของการเลือกลงทุนมากกว่าการเร่งขยายตัว โดยผู้ประกอบการจะเน้นบริหารพอร์ตและลงทุนเฉพาะโครงการที่มีศักยภาพ
ขณะที่เมกะเทรนด์ด้านดิจิทัล การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ การเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงการท่องเที่ยว จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะต่อไป ส่วนภาคที่อยู่อาศัยยังต้องรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ จึงจะกลับมาเติบโตได้อย่างชัดเจน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสังหาฯ ครึ่งปีหลัง 69 เหนื่อย! คอนโดเปิดใหม่ต่ำ ที่ดินทรงตัว ออฟฟิศแข่งคุณภาพ โลจิสติกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์ยังโต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th