โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอาแล้ว! เครื่องบินรัสเซีย Bear-F จงใจหย่อน “เครื่องโซนาร์” ใกล้ "เรือบรรทุกเครื่องบินอังกฤษ" ไม่ห่างจากวงแหวนอาร์กติก หลังแดนผู้ดีปฎิเสธเสียงแข็งไม่ได้พยายามแกะรอย "เรือยอร์ชปูติน"

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เอเจนซีส์ – เครื่องบินรัสเซีย Bear-F จำนวน 2 ลำหย่อนเครื่องโซนาร์ทุ่นติดตามเรือดำน้ำเป็นจำนวนมากใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินอังกฤษ HMS Prince of Wales ในทะเลนอร์เวย์เมื่อวันที่ 2 ก.ค ที่ผ่านมา ตามหลังการปฎิเสธเสียงแข็งจากรัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษว่า เรือบรรทุกเครื่องบินแดนผู้ดีไม่ได้แกะรอยติดตามเรือยอร์ชสุดหรูของปูตินมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ที่เดินทางจากนอกชายฝั่งนอร์เวย์เดินทางกลับเข้ากรุงมอสโกสัปดาห์ที่แล้ว

เดลีเทเลกราฟของอังกฤษรายงานวานนี้(6 ก.ค)ว่า กระทรวงกลาโหมอังกฤษแถลงวันจันทร์(6)ว่า “เครื่องบินตรวจการทางทะเล Bear-F บินในระดับเพดานต่ำและเฉียดใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินอังกฤษ HMS Prince of Wales อย่างไม่เหมาะสมก่อนที่จะหย่อนเครื่องโซนาร์ทุ่นติดตามจำนวนมากใกล้เรือบรรทุกเครื่องบิน”

เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ก.ค ต้นเดือนนี้ ระหว่างอังกฤษส่งเรือบรรทุกเครื่องบินของตัวเอง HMS Prince of Wales ขนาด 65,000 ตันร่วมในปฎิบัติการ Arctic Sentry ของนาโตเพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซีย

สื่ออังกฤษรายงานว่า เครื่องบินตรวจการทางทะเลรัสเซีย Bear F จงใจหย่อนทุ่นโซนาร์แกะรอยเรือดำน้ำจำนวนมากใกล้เรือบรรทุกเครื่องบินแดนผู้ดีระหว่างอยู่ในทะเลนอร์เวย์ ใกล้วงแหวนอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ

แต่ทว่าหลังจากนั้นเครื่องบินรัสเซียทั้ง 2 ลำถูก เครื่องบินรบขับไล่กองทัพอังกฤษ F-35 สกัดก่อนที่จะบินประกบ กระทรวงกลาโหมอังกฤษชี้ว่า Bear F ของรัวเซียบินเข้าหากองเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Prince of Wales ซ้ำซากและทำการบินในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยและไม่มีความเป็นมืออาชีพ

โฆษกกระทรวงกลาโหมอังกฤษแถลงว่า “ในระหว่างปฎิบัติการในทะเลนอร์เวย์ในปฎิบัติการ Operation Firecrest กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของอังกฤษถูกเครื่องบินตรวจการทางทะเลรัสเซีย Bear-F บินเข้าหาซ้ำหลายครั้ง”

และเสริมว่า “การเคลื่อนไหวนี้ไม่ปลอดภัยและไร้ความเป็นมืออาชีพ เครื่องบินรัสเซียถูกสกัดและบินประกบโดยเครื่องบิน F-35 ของอังกฤษจำนวน 2 ลำที่มาจากเรือ HMS Prince of Wales จนกว่าเครื่องบินรัสเซียจะออกไปจากพื้นที่”

กระทรวงกลาโหมอังกฤษเปิดเผยว่า เครื่องบินรัสเซียไม่ตอบสนองต่อความพยายามของอังกฤษในการติดต่อในย่านคลื่นความถี่สากลเพื่อประเมินจุดประสงค์ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามแหล่งกลาโหมอังกฤษเปิดเผยว่า ดูเหมือนว่าฝ่ายรัสเซียต้องการระรานอังกฤษมากกว่าที่จะต้องการแกะติดตามเรือจริงๆ

ขณะที่โฆษกถนนดาวนิงกล่าวว่า “กองทัพรัสเซียเพิ่มความเคลื่อนไหวทั่วน่านน้ำนาโต โดยมี 30% เพิ่มของการปรากฏตัวเรือรัสเซียคุกคามน่านน้ำอังกฤษในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และนาโตได้ส่งเครื่องบินรบขับไล่ของตัวเองขึ้นสกัดเครื่องบินรัสเซียที่บินมุ่งหน้าสู่น่านฟ้าชาติพันธมิตรนาโตไม่ต่ำกว่า 700 ครั้ง”

การคุกคามของรัสเซียเกิดขึ้นต่อหน้าการประชุมใหญ่นาโตที่จะมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางเข้าร่วมที่ตุรกีในสัปดาห์นี้

โพลิติโกรายงานว่า อังกฤษได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยตอบโต้เร็วของนาโต ที่สามารถจะส่งไปในที่ใดในโลกได้ภายในแค่ไม่กี่วัน รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ แดน จาวิส (Dan Jarvis) ไม่ยอมเปิดเผยกับโพลิติโกของสหรัฐฯในการให้สัมภาษณ์พิเศษว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน HMS Prince of Wales นั้นตามแกะรอยเรือซุปเปอร์ยอร์ชของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน หรือไม่

เพราะมีข่าวออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เรือสุดหรูของปูติน Graceful มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์เดินทางออกมาจากนอกชายฝั่งนอร์เวย์กลับเข้ากรุงมอสโก โดยในรายงานนิววอยซ์ออฟยูเครนระบุว่า เรือยอร์ชปูตินออกเดินทางกลับเข้ากรุงมอสโกภายใต้การอารักขาเรือรบรัสเซีย 2 ลำด้วยความวิตกอาจโดนโจมตีจากโดรนยูเครน พบว่าบนดาดฟ้าเรือมีตะข่ายต่อต้านโดรนขึงอยู่เพื่อป้องกัน ซึ่งความเคลื่อนไหวของเรือ Graceful อยู่ภายใต้การจับตาของนาโต อ้างอิงจากเดลีเทเลกราฟเมื่อวันที่ 4 ก.ค ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามในการให้สัมภาษณ์ จาวิสยอมรับอย่างเปิดเผยว่า อังกฤษทราบพิกัดของเรือซุปเปอร์ยอร์ชปูติน

“เป็นความจริงที่ว่าความเคลื่อนไหวของเรือยอร์ชลำนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้การสู้รบ โดยใช้จากประสบการณ์ในอดีตของผม เขา(ปูติน)กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันเพิ่มขึ้น”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...