แฉคดี "ฮั้ว สว." สาวไส้โพย 10 ชุด คล้ายโมเดลเผด็จการหวังกินรวบประเทศ
วันนี้ (12 ก.ค.2569) ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) จัดเสวนา ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.โดยมีนักวิชาการมาร่วมแสดงความคิดเห็น ประกอบไปด้วย รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ รศ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ
พ.ต.อ.ทวี มองปัญหานี้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการที่จะกินรวบประเทศไทยได้ทั้งหมด ถือว่าชาญฉลาดที่นำไปซ่อนไว้ในวุฒิสภา เพราะ สว.จะเป็นคนคุมอำนาจของรัฐอิสระ จึงเกิดความคิดว่าถ้ายึดตรงนี้ได้ ฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง คือ รัฐบาล จะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ถูกส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
โดยยืนยันว่าหากเป็นรัฐมนตรีต่อจะดำเนินคดีให้หมด เพราะเป็นการสมทบกันทั้งระบบ เพราะมีคนรุ่นใหม่ไปศึกษาระเบียบ กกต. เพื่อหาทางฮั้ว สว. โดยชี้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ดำเนินคดี เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอ เพราะปัญหาที่มาคือคดีนี้มีโพย 10 ชุด ซึ่งจะมีความเหมือนกัน 99%
เรียน กกต. เป็นความท้าทายที่ต้องทำความสะอาดประเทศ ขอให้เปิดหีบบัตร ตนเชื่อว่า ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน และนำนักคณิตศาสตร์พิสูจน์ตัวเลขที่เรียงกันเหมือนกัน 5 ตัว โดยพิสูจน์ทั้งกลุ่มที่ลงคะแนนตอนเช้าและตอนบ่าย เพราะเลือกตั้งท้องถิ่นยังสามารถเปิดหีบได้
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า มีการดำเนินคดี 7 ข้อหา ข้อหาแรกดำเนินคดีกับพรรคการเมืองและสส. ที่ไปช่วย สว. ซึ่งมีอยู่ 22 คนส่วนใหญ่อยู่ในคณะรัฐมนตรี ส่วนกลางการพิสูจน์ง่ายมากใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ เมื่อตรวจสอบพบ ก็นำกลุ่มบุคคลเหล่านี้ออก แม้ขณะนี้เขากินรวบได้ แต่ยังขาดสถาบันศาลยุติธรรม ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เรื่องนี้ถึงศาลยุติธรรม
รศ.สมชัย ระบุว่า หากกกต. เห็นพยานหลักฐานและยังชี้ว่าไม่ผิด เชื่อว่ากกต.ต้องเตรียมตัวย้ายที่อยู่ พร้อมถามว่า 1. จ้างสมัครหรือออกค่าสมัครให้ มีความผิดหรือไม่ ตอบว่าผิด เพราะเป็นการให้ประโยชน์ ซึ่งศาลฎีกาชี้แล้วว่า การจ้างสมัครถือว่าผิด 2. การจัดเลี้ยง การจัดหาที่พักหรือออกค่าเดินทาง เช่น โรงแรมในจ.ปทุมธานี คือที่พัก ลดค่าเครื่องบิน การจัดเลี้ยงถือว่าผิดหมด เพราะการเลือก สส. หรือการเลือกสว. การให้สัญญาว่าจะให้ ผิดกฎหมายการเลือก สว. เพราะแม้แต่กาแฟแก้วเดียวก็เลี้ยงไม่ได้ 3. แค่พูดว่าแลกเปลี่ยนคะแนนกัน ผิดหรือไม่ ตอบว่าไม่น่าจะผิด แต่ศาลฎีกาชี้แล้วว่าผิด มีคำพิพากษาออกมา
ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการ ทำให้เซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็จะถึงขั้นยุบพรรค สส. ต้องพ้นจากการเป็นสส.
ด้าน รศ.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า เชิญชวนตัวแทน กกต. ช่วยกันคิดพร้อมถามหาตัวแทน กกต. ที่มารับฟัง เชื่อว่า กกต. นั่งดูถ่ายทอดสด ซึ่งควรจะรับรู้ว่าข้อมูล รวมถึงความคิดความรู้สึกของผู้สะท้อนปัญหา ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินด้วยดี แล้วเตือนอย่างตรงไปตรงมา ว่าจากที่ได้เรียนรู้ข้อมูลหลักฐานในวันนี้ เห็นขบวนการชัดเจนตั้งแต่โพย
โดยตนมาจากการเลือกตั้งสว. ปี 2543 เมื่อเข้าไปทำหน้าที่ แล้วถูกแทรกซึม จึงมีโพยคล้ายๆ กันในการเลือกองค์กรอิสระ ทั้งกกต. ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ และพยานที่มาในวันนี้ให้ข้อมูล ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่ามีการจ้างมาโหวต แต่สืบไปสืบมีการเก็บเกี่ยวระหว่างทาง ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศพยายามซื้อ รวมถึงการหลอกให้ลงคะแนน
อยากจะให้ กกต. และศาลฎีกา คิดว่ามูลเหตุจงใจในการทำครั้งนี้ชัดเจนที่สุด จากพยานเล่าให้ฟัง เช่นการเลือกคนเข้าไปนั่งในองค์กรอิสระ ยังให้การรับรองบุคคลสำคัญเช่นอัยการสูงสุดหรือประธานศาลปกครอง มองเป็นการกินรวบ ต้องการผูกขาดอำนาจรัฐในระบบทุน มองชั่วร้ายไม่ต่างกัน ไม่ต่างกับเผด็จการโดยปืน ไม่แตกต่างเป็นเผด็จการโดยทุน
รศ.เจิมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนในฐานะอดีต สว.และคนเคยร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่าการเปิดให้ สว.เลือกกันเอง แม้จะมีการเลือกไขว้ คิดว่าเป็นการเปิดช่องให้คนที่มีเครือข่ายระดับประเทศที่มีเงินมหาศาลสามารถจัดได้
ซึ่งเดิมทีตัดสินใจว่าจะสมัคร สว.หรือไม่ แต่เมื่อประเมินและเชื่อว่าจะมีคนจัดขบวนการฮั้ว สว. และมองว่ากลุ่มการเมืองอื่นๆ ก็ทำ แต่อาจจะทำในระดับเล็กๆ เรียกร้องให้ กกต. หากเพิกเฉย หากส่งรายชื่อทั้ง 229 คน ถึงศาลฎีกา สว. ที่โดนด้วยกว่า 100 คนอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ตัวรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ที่ถูกส่งไปด้วย จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ อาจจะไม่ต้อง เพราะกฎหมายระบุให้ สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ และนำไปสู่การร้องจริยธรรมต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
รศ.ปริญญา กล่าวถึงเรื่อง การเปิดเผยข้อมูลหรือการพาดพิงบุคคลในคดีฮั้ว สว. จากพยาน 4 คน ในวันนี้ ว่า ไม่มีความผิด หากเป็นเรื่องจริง ไม่ต้องรับโทษ หากเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือหากผู้ที่ถูกพาดพิงนั้น สามารถฟ้องหมิ่นประมาทได้ เพื่อที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมสนับสนุนให้พยานเปิดเผยข้อมูล ข้อเท็จจริงในคดี พร้อมเสนอแนะให้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ไปยื่นขอข้อมูลในสำนวนคดีจาก กกต.
หากถึงวัน กกต. ลงมติแต่ไม่ลงมติตามหลักฐานที่ปรากฏ โดยยกคำร้องทั้งหมด หรือส่งบางส่วนให้ศาลฎีกา และขัดกับหลักฐานที่มี จะเข้าองค์ประกอบว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และผู้เสียหายก็จะมีสิทธิฟ้องร้องได้
รศ.ปริญญา มองว่า การดำเนินการสู้ว่า สว. คนใด เข้าดำรงตำแหน่งโดยมิชอบต้องรอ กกต. ลงมติเพราะสิทธิ์ของผู้เสียหายจะเกิดขึ้น หรือในคดีอาญาไม่มีการฟ้องสิทธิของผู้เสียหายก็จะเกิดขึ้นทันที พร้อมเสนอแนะให้แก้ พ.ร.บ. ว่าด้วย กกต. พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนหรือพยานผู้มีหลักฐานออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากพยาน 4 คน ที่มาวันนี้
อ่านข่าว:
รวบแล้ว 32 คน ขบวนการ "พ่อทิพย์" เร่งตามตัว 3 คน ขยายผล 5 รพ.เอกชน
ศาลไม่ให้ประกัน 27 ผู้ต้องหาคดีพ่อทิพย์ สวมสัญชาติไทยให้เด็กชาวจีน
“JIC ไทย”สวนกัมพูชา ปัดละเมิดอธิปไตย ชี้ข้อกล่าวหาเป็นการสรุปฝ่ายเดียว