การยุบตัวของประชากรที่หายไป 3 ล้านคน ทำให้ GDP ของญี่ปุ่นมีมูลค่าน้อยกว่า Nvidia
รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
ในรายงานข่าวของ New York Times เรื่อง How Japan Lost 3 Million People in Five Years กล่าวว่า จากตัวเลขของทางการญี่ปุ่นที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ในช่วงปี 2020-2025 ประชากรของญี่ปุ่นลดลงกว่า 3 ล้านคน สะท้อนวิกฤติด้านประชากรของประเทศ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ปี 2025 ญี่ปุ่นมีประชากร 123 ล้านคน ลดจากปี 2020 ที่มีอยู่ 126.1 ล้านคน นับเป็นช่วงที่ประชากรลดลงมากที่สุด ตั้งแต่มีการสำรวจประชากรครั้งแรกในปี 1920
หลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามแก้ปัญหาประชากรมีอายุสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยการส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวมีบุตรมากขึ้น แต่ความพยามล้มเหลว ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศ ที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุด เมื่อมีประชากรเกิดใหม่ 1 คน เทียบเท่ากับประชากรเสียชีวิต 2 คน
สัญญาณเตือนเรื่องวิกฤติประชากร
ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างสัญญาณเตือนภัยในเรื่องวิกฤติด้านประชากร ที่อีกไม่นานจะเกิดขึ้นกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ การลดลงของประชากรได้ฉุดรั้งการเติบโตเศรษฐกิจของญี่ปุ่น สร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ และเป็นปัจจัยทำให้แรงงานขาดแคลน
วิกฤติประชากรลดลงเกิดขึ้นแทบทุกพื้นที่ของญี่ปุ่น ในจำนวน 47 จังหวัด มีเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น ที่ประชากรไม่ลดลง ช่วง 2020-2025 จังหวัดทางเหนือมีประชากรลดลงมากที่สุดถึง 8% เนื่องจากเป็นเขตที่อยู่อาศัยเก่าแก่ คนหนุ่มสาวอพยพออกจากพื้นที่ เพราะค่าแรงคงที่ และสภาพอากาศหนาว
ชนบทญี่ปุ่นต้องเผชิญสภาพที่ถูกทอดทิ้ง เพราะประชากรสูงอายุ และคนหนุ่มสาวอพยพไปหางานทำในเมืองใหญ่ ทำให้ประชากรในโตเกียวและพื้นที่รอบนอกเพิ่มเป็น 37 ล้าน หรือ 30% ของประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่น ชนบทบางแห่ง โรงเรียนเปลี่ยนไปเป็นศูนย์ดูแลคนสูงอายุ และศูนย์ชุมชน บ้านเรือนหลายล้านหลังเป็นบ้านร้าง ที่ทำงานรัฐบาลและโรงพยาบาลถูกลดขนาดลง และเส้นทางรถไฟถูกยกเลิก
รายงานของ New York Times คาดการณ์ว่า ปัญหาของญี่ปุ่นจะเลวร้ายมากขึ้นในอนาคตข้างหน้า ญี่ปุ่นจะมีความยากลำบากที่จะหาพนักงานมาทำงานในโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ และสถานีรถไฟ ประเทศโดยรวมจะมีคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน จำนวนไม่มากพอที่จะจ่ายภาษีเพื่อเลี้ยงดูคนเกษียณแล้ว
GDP ญี่ปุ่นมูลค่าน้อยกว่า Nvidia
ส่วนบทความ Japan’s Grim Demographic Reality ใน thediplomat.com กล่าวว่า ก่อนเกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ ปี 1989 เป็นปีที่การเติบโตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นสิ้นสุดลง ญี่ปุ่นมีประชากร 123.4 ล้านคน และ GDP มูลค่า 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ เศรษฐกิจใหญ่ที่สองของโลก เวลานั้น อเมริกามีพลเมือง 247 ล้านคน GDP มูลค่า 5.6 ล้านล้านดอลลาร์
ในปี 2025 ญี่ปุ่นมีพลเมือง 123 ล้านคน GDP มูลค่า 4.3 ล้านล้านดอลลาร์ เศรษฐกิจลดชั้นลงมาอยู่อันดับ 5 ของโลก รองจากสหรัฐฯ จีน เยอรมัน และอินเดีย ปัจจุบัน มูลค่า GDP ญี่ปุ่นน้อยกว่ามูลค่าตลาดของ Nvidia ที่มีถึง 5.43 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนสหรัฐฯมีประชากร 341 ล้านคน GDP มีมูลค่า 30 ล้านล้านดอลลาร์ 25 ปีแรกของศตวรรษ 21 เศรษฐกิจญี่ปุ่นใหญ่ขึ้น 40% แต่สหรัฐฯเพิ่มขึ้น 200%
ที่ผ่านมา การชะลอตัวเศรษฐกิจญี่ปุ่นมักอธิบายว่า มาจากปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู ที่มูลค่าสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้น หลังจากมีข้อตกลงที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้น เรียกว่า Plaza Accord 1985 จนมีคำกล่าวที่ว่า ที่ดินพระราชวังจักรพรรดิมีมูลค่ามากกว่าราคาที่ดินของรัฐคาลิฟอร์เนียทั้งหมด เศรษฐกิจฟองสบู่ทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า “ทศวรรษการสูญเสีย” ต่อมา รัฐบาลญี่ปุ่นได้แก้ปัญหา โดยการโอนหนี้สินเอกชนเป็นของรัฐ และโอบอุ้มภาคการเงิน แต่เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2000 เศรษฐกิจก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ดังนั้น ปัญหาของญี่ปุ่นคือเรื่องการลดลงของประชากร โดยเฉพาะการลดลงของประชากรวัยทำงาน ที่มีอายุ 15-64 ปี ญี่ปุ่นมีประชากรวัยทำงานมากสุด 87 ล้านคนในปี 1995 มาถึงปี 2024 ลดลงไป 15% เหลือ 73.7 ล้านคน คาดการณ์กันว่า ในปี 2040 ญี่ปุ่นจะมีประชากรวัยทำงานเหลือ 60 ล้านคน ทำให้แรงงานขาดแคลนถึง 11 ล้านคน
ทำไมประชากรน้อยลงเป็นปัญหาสำคัญ
คำถามมีอยู่ว่า ทำไมประชากรน้อยลงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในเมื่อประเทศเล็กๆหลายประเทศยังสามารถพัฒนาได้อย่างดี คำตอบก็คือว่า รัฐบาลต้องรับมือกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนประชากรทั้งหมด แต่เป็นทิศทางในอนาคตของประเทศ
ตัวอย่างเช่น จำนวนประชากรลดลงหมายถึงการมีประชากรสูงอายุมากขึ้น ทำให้รัฐมีภาระทางการเงินมากขึ้นในเรื่องบำนาญ และบริการสาธารณสุข ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาของอนาคต ที่สัดส่วนคนวัยทำงาน 1.5 คนต่อคนอายุ 65 ปีขึ้นไป 1 คน สิ่งนี้สร้างแรงกดดันมากต่อฐานะการคลังของรัฐและของครัวเรือน แรงกดดันทางการเงินต่อรัฐหมายความว่า รัฐจะมีศักยภาพจำกัดที่จะใช้เงินไปในทางอื่น
ประชากรที่ลดลงยังทำให้ชนบทถูกปล่อยให้รกร้าง เมืองล่มสลาย การบริการสาธารณะขาดแคลน และการกระจุกตัวอยู่เขตเมืองใหญ่ที่มากเกินไป ญี่ปุ่นมีบ้านเรือนที่ปล่อยให้รกร้างมากกว่า 8 ล้านหลังคา เมืองร้างมีมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีนัยยะที่รุนแรงต่อภาคการเกษตร ทางการญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ปี 2000 ญี่ปุ่นมีเกษตรกร 2.4 ล้านคน ในปี 2024 ลดลงกว่าครึ่งหนึ่งเหลือ 1.1 ล้านคน และเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป มีสัดส่วนถึง 71.7%
การลดลงของประชากรยังสร้างปัญหาร้ายแรง แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของญี่ปุ่น ที่จำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาอาจต้องปิดกิจการ เพราะขาดคนที่สืบทอดธุรกิจ การสูญเสียธุรกิจขนาดเล็กมีความหมายที่กว้างไกล เพราะเป็นการสูญเสียการให้บริการ ทักษะ ธรรมเนียมประเพณี และสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง
แบบอย่างจากโมเดลอินเดีย-เยอรมัน
การที่ญี่ปุ่นมีปัญหาแรงงานขาดแคลน เนื่องจากประชากรโดยรวมลดลง อาจเป็นโอกาสเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน ที่จะป้อนแรงงานให้กับญี่ปุ่น แบบเดียวกับความตกลง ระหว่างอินเดียกับเยอรมัน ในเรื่องแรงงานมีทักษะ
เมื่อถึงปี 2035 เยอรมันคาดว่าจะขาดแคลนแรงงานมีทักษะ 7 ล้านคน การที่ประชากรวัยทำงานลดลง เยอรมันจึงให้ความสำคัญแก่แรงงานอพยพ ที่จะมาบรรเทาปัญหาแรงงานขาดแคลน อินเดียที่มีแรงงานวัยทำงานในปริมาณมาก และมีทักษะหลากหลาย จึงกลายเป็นหุ้นส่วนโดยธรรมชาติ ของยุทธศาสตร์เยอรมันในเรื่องแรงงานอพยพ
ปี 2022 อินเดียและเยอรมันลงนามในความตกลงหุ้นส่วนการอพยพและการเคลื่อนย้าย (Migration and Mobility Partnership Agreement) ที่เป็นพื้นฐานการอพยพแรงงานมีทักษะและนักศึกษาของอินเดีย อย่างเป็นระเบียบ มีการรับรองมาตรฐานกันและกัน เป็นต้น ปัจจุบัน เยอรมันเพิ่มการออกวีซ่าแก่แรงงานอินเดียปีหนึ่ง 90,000 คน ทำให้แรงงานอินเดียในเยอรมันเพิ่มเป็น 140,000 คน และแรงงานอินเดียมีรายได้สูงกว่าแรงงานต่างชาติอื่นๆในเยอรมัน
เอกสารประกอบ
How Japan Lost 3 million People in Five Years, May 29, 2026, nytimes.com
Japan’s Grim Demographic Reality, December 07, 2025, thediplomat.com