บทวิเคราะห์ ควรนิยามท่าทีใหม่ของ “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา” อย่างไร
บทวิเคราะห์ ควรนิยามท่าทีใหม่ของ “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา” อย่างไร
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13 - 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2026 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน
ช่วงการเยือน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ลึกซึ้ง สร้างสรรค์และต่อเนื่องในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาตลอดจนการพัฒนาอย่างสันติของโลก โดยได้ร่วมกันแสวงหาหนทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกันของสองประเทศใหญ่ และบรรลุความรับรู้ร่วมกันหลายประการ กล่าวได้ว่า นี่เป็นการพบหารือกันครั้งประวัติศาสตร์ ดังนี้
ประการแรก การพบหารือกันครั้งนี้มีความสำคัญเนื่องจากทั้งสองประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนา เพราะปีนี้เป็นปีที่จีนเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 จีนกำลังเร่งพัฒนาประเทศในทุกด้านด้วยคุณภาพสูงเดินหน้าความทันสมัยแบบจีน นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในปีสำคัญยิ่งนี้ การที่ประมุขสองประเทศพบกันที่กรุงปักกิ่งเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการบริหารประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างจีน - สหรัฐอเมริกา ประเด็นร้อนระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค จึงเป็นการส่งสัญญาณสำคัญไปยังทั่วโลกว่า การฟื้นฟูความความเจริญรุ่งเรืองของประเทศจีนและการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again)นั้น สามารถดำเนินไปพร้อมกัน ส่งเสริมซึ่งกันและกัน และสร้างความผาสุกให้กับทั่วโลกได้
ประการที่สอง การพบหารือกันครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ณ จุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ใหม่สำหรับความสัมพันธ์จีน - สหรัฐอเมริกา หลังการพบหารือกันที่เมืองปูซานเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ครั้งนี้จึงถือเป็นการพบหารือกันครั้งที่สองของผู้นำทั้งสองประเทศ และยังเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในรอบ 9 ปี นับเป็นการสานต่อและสร้างเสริมปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นำสองประเทศ ด้วยการชี้นำของผู้นำสองประเทศย่อมส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีน - สหรัฐอเมริกดำเนินไปด้วยดีและมีผลกระทบกันกว้างไกลต่อสถานการณ์ระหว่างประเทศและการพัฒนาของสังคมมนุษย์อย่างแน่นอน
ประการที่สาม การพบหารือกันครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างลึกซึ้งและบรรลุผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม การพบหารือกันครั้งนี้มีทั้งการเจรจาอย่างเป็นทางการและงานเลี้ยงรับรอง รวมถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับย่อยและการเยี่ยมชม โดยประมุขของทั้งสองประเทศได้มีปฏิสัมพันธ์กันนานเกือบ 9 ชั่วโมง หลักการสำคัญตลอดช่วงการหารือกันคือการเคารพซึ่งกันและกัน ทะนุถนอมสันติภาพ และหารือความร่วมมือ ข้อตกลงทางการเมืองที่สำคัญที่สุดที่ประมุขสองประเทศตกลงกันไว้ก็คือ การเห็นพ้องที่จะสร้าง “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังยินดีที่จะดำเนินการแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นในหลากหลายสาขา รวมถึงการทูต การทหาร เศรษฐกิจการค้า สาธารณสุข การเกษตร การท่องเที่ยว วัฒนธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับการแลกเปลี่ยนทวิภาคีในระยะต่อไป
ในการพบหารือกันครั้งนี้ ประมุขสองประเทศเห็นพ้องที่จะกำหนดให้ “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีน - สหรัฐอเมริกา” เป็นแนวทางใหม่สำหรับความสัมพันธ์ของสองประเทศ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่เป็นยุทธศาสตร์ชี้นำความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาในอีก 3 ปีข้างหน้าและหลังจากนั้น ซึ่งเป็นที่ชื่นชมยินดีของประชาชนทั้งสองประเทศและประชาคมโลก
จีนเห็นว่า ความมั่นคงนี้ควรเป็นความมั่นคงเชิงสร้างสรรค์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความร่วมมือเป็นหลัก โดยจะต้องดำเนินการแลกเปลี่ยนความร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างจีน - สหรัฐอเมริกา, ควรเป็นความมั่นคงที่สงบสุขด้วยการแข่งขันอย่างมีแบบแผน หลีกเลี่ยงเกมที่ผู้ชนะและผู้แพ้เป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ, ควรเป็นความมั่นคงที่เป็นปกติที่สามารถจัดการความแตกต่างได้ หลีกเลี่ยงความผันผวนที่รุนแรง และควรเป็นความมั่นคงที่ยั่งยืนด้วยสันติภาพที่คาดการณ์ได้ ป้องกันความขัดแย้ง การเผชิญหน้า หรือแม้กระทั่งสงคราม
กล่าวโดยสรุป “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา” ไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นเป้าหมายที่ทั้งสองประเทศยึดมั่นและถือปฏิบัติร่วมกัน
ในฐานะสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก จีนและสหรัฐอเมริกาครองส่วนแบ่งมากกว่าหนึ่งในสามของเศรษฐกิจโลกและประมาณหนึ่งในห้าของการค้าสินค้าทั่วโลก ปัจจุบันมีวิสาหกิจทุนจีนในสหรัฐอเมริกากว่า 7,000 แห่ง วิสาหกิจสหรัฐอเมริกาที่ลงทุนในจีนมีประมาณ 80,000 แห่ง หลักการที่ว่า “จีนกับสหรัฐอเมริกาหากร่วมมือกันก็จะได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ แต่หากต่อสู้กันก็จะเป็นอันตรายสร้างความเสียหายต่อทั้งคู่” นี่เป็นความจริงที่ได้รับการพิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงหนึ่งวันก่อนหน้าการพบหารือกันของประมุขสองประเทศ ในวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะทำงานด้านเศรษฐกิจการค้าของจีนและสหรัฐอเมริกาได้บรรลุผลที่สมดุลและเป็นไปในเชิงบวก ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนสองประเทศและทั่วโลก ทั้งสองฝ่ายควรร่วมกันรักษาแนวโน้มที่ดีในเวลานี้ที่ได้มาไม่ง่าย ขยายขอบเขตความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ลดประเด็นปัญหา ส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกาให้พัฒนาด้วยดี มั่นคงและยั่งยืน
มหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับประเทศใหญ่อย่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทั้งสองควรใช้ประโยชน์จากบทบาททางยุทธศาสตร์ของการทูตระดับประมุขแห่งรัฐ แปลความเห็นพ้องสำคัญที่บรรลุไว้จากการพบหารือกันในครั้งนี้ให้เป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เปลี่ยนนิยามใหม่ของความสัมพันธ์จีน - สหรัฐอเมริกาให้เป็นปฏิบัติการที่พบกันครึ่งทาง ขยายความร่วมมือ จัดการความแตกต่าง และทำให้ปี 2026 เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกา ร่วมกันสร้างอนาคตความสัมพันธ์จีน-สหรัฐอเมริกาที่สดใส
ดังที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้กล่าวไว้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีน - สหรัฐอเมริกามีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชากรกว่า 1,700 ล้านคนของสองประเทศ และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชากรโลกกว่า 8,000 ล้านคน เราเชื่อว่าจีนและสหรัฐอเมริกาจะร่วมมือกันเพื่อดำเนินการตามฉันทมติสำคัญซึ่งบรรลุไว้ในการพบหารือกันครั้งนี้ และมุ่งไปสู่การสร้าง “ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์และมั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา” เราจะมองและบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นและมุมมองระยะยาว ร่วมกันสร้างเส้นทางให้มหาอำนาจอยู่ร่วมกันอย่างถูกต้องในยุคใหม่ นำมาซึ่งผลประโยชน์มากขึ้นแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ และมีส่วนร่วมมากขึ้นต่อสันติภาพและการพัฒนาของโลก
เขียนโดย ชุย อี๋เหมิง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)