“จีนตั้งเป้ายกเครื่องการศึกษาเพื่อประโยชน์ของมวลชนทุกหมู่เหล่า”
“จีนตั้งเป้ายกเครื่องการศึกษาเพื่อประโยชน์ของมวลชนทุกหมู่เหล่า”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
“รับใช้ประชาชนอย่างสุดจิตสุดใจ” คือ รากฐานความคิดที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติตลอดมา หลักคิดเกี่ยวกับ “การจัดการศึกษาให้เข้าถึงมวลชนทุกหมู่เหล่าอย่างทั่วถึง” ก็เป็นส่วนหนึ่งของการรับใช้ประชาชนที่ พคจ.ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดมา
การประชุมคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 20 ครั้งที่ 4 ที่เพิ่งผ่านไป ได้ผ่านมติ “ข้อเสนอของศูนย์กลางพรรคฯ เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปีฉบับที่ 15” หนึ่งในนั้นพุ่งเป้าไปที่การจัดการศึกษาที่จะยังความพึงพอใจให้แก่ประชาชนทั้งประเทศในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นความสำคัญที่ศูนย์กลางพรรคฯมีต่อความคิดเห็นของประธานสีจิ้นผิง ที่ได้เสนอตลอดมาให้ทั่วประเทศต้องเสริมการศึกษาที่มีลักษณะพิเศษของสังคมนิยมจีน เร่งสร้างประเทศให้เข้มแข็งทางการศึกษา และจัดระบบการศึกษาที่จะยังความพึงพอใจให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า
ระบบการศึกษาที่ประชาชนพอใจเป็นอย่างไร ?
ตั้งแต่สมัชชาพรรคฯครั้งที่ 18 ที่สีจิ้นผิงขึ้นมาเป็นผู้นำ เขาได้นำเสนอความเห็นต่อความสำคัญของการปรับหลักสูตรการศึกษาของจีนให้ทันสมัยและมีคุณภาพอยู่เสมอ เน้นย้ำว่าจีนจะต้องเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งทางการศึกษาตามแบบสังคมนิยมจีน เป็นระบบการศึกษาที่มวลชนพึงพอใจ โดยมวลชนจะเป็นทั้งผู้รับ ผู้ตรวจสอบ และผู้ประเมิน ระบบการศึกษาใหม่จะต้องทำให้คนที่มีพื้นฐานแตกต่างกันได้รับการพัฒนาไปด้วยกัน ก่อร่างสร้างตัวจนกลายเป็นบุคลากรที่สามารถแบกรับภาระหน้าที่ในการสร้างสรรค์ระบอบสังคมนิยมสมัยใหม่
สีจิ้นผิงกล่าวย้ำเสมอว่า “ความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นที่มาของความเสมอภาคทางสังคม” ประชาชนทุกคนจะต้องมีที่เรียน ใครต้องการเรียนอะไรก็ต้องเข้าถึงสิ่งนั้นได้ การศึกษาจะทำให้ทุกคนมีโอกาสพัฒนาจุดดีเด่นของตนเอง กลายเป็นประชากรที่มีทั้งคุณธรรม สติปัญญา รวมทั้งโอกาสที่จะมีโภคทรัพย์ต่าง ๆ เสมอหน้ากัน
ด้วยคำชี้แนะให้ยกระดับการศึกษาให้ดีและทั่วถึง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 14 รัฐได้เพิ่มงบประมาณให้กับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และได้ริเริ่มก่อตั้งโครงการศึกษาที่สำคัญจำนวนหนึ่งขึ้นมา สถิติในปี 2024 ทั่วประเทศจีนมีโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทุกประเภทรวมกันมากกว่า 4.7 แสนแห่ง มีนักเรียนนักศึกษา 288.46 ล้านคน ครูอาจารย์ 18.85 ล้านคน นักเรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับมีมากถึง 95.9% การศึกษาขั้นสูงมี 60.8% ซึ่งเป็นอัตราที่ทางสากลยอมรับว่า เป็นระบบการศึกษาที่อยู่ในขั้นที่เรียกว่า “ทั่วถึง” นอกจากนี้ ตั้งแต่ปีที่แล้วรัฐบาลยังยกเลิกการเก็บค่าเล่าเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน 1 ปี และให้ทุนแก่นักเรียนที่มีความยากลำบากต้องการความช่วยเหลือจากรัฐมากถึง 150 ล้านคน/ครั้ง มีผลทำให้การศึกษาระดับสูงสามารถขยายตัวกว้างขวางขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
การยกระดับคุณภาพการศึกษามีผลต่อความเข้มแข็งของประเทศอย่างไร ?
การศึกษาที่มีคุณภาพทำให้ความสามารถทางยุทธศาสตร์ของประเทศเข้มแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ให้หลักค้ำแก่การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมอย่างมีพลัง ลงลึกสู่การปรับปรุงบุคลากรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเป็นเอกภาพ สถาบันชั้นสูงได้ส่งนักเรียนที่เรียนจบมากกว่า 10 ล้านคนต่อปีเข้าสู่ ”สนามรบ” ด้านเศรษฐกิจและวิทยาศาสตร์ กว่า 50% เป็นบุคลากรด้านวิศวกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการแพทย์ ส่วนการศึกษาทางด้านอาชีวะก็ได้สร้างบุคลากรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นถึง 70% สนองให้กับการผลิตสมัยใหม่ และอุตสาหกรรมเกิดใหม่ต่าง ๆ ช่วยขยายบทบาทให้กับงานด้านวิจัยพื้นฐาน และเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ
ช่วงแผนพัฒนาฯฉบับที่ 15 ที่เพิ่งจะเริ่มขึ้นนี้ เป็นช่วงเวลาแห่งการลงหลักปักฐาน และออกแรงเต็มที่ในการสร้างพื้นฐานความทันสมัยแห่งสังคมนิยม จีนจะยืนหยัดใช้ความคิดสังคมนิยมที่มีลักษณะพิเศษของจีนยุคใหม่ของสีจิ้นผิงเป็นความคิดชี้นำ ยืนหยัดความคิดพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมศูนย์ภารกิจทุกอย่างไปสู่เป้าหมายของการสร้างประเทศที่เข้มแข็งทางการศึกษา สร้างความพึงพอใจให้กับมวลชนที่ใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดีงาม ผลักดันการสร้างความทันสมัยแบบจีนให้มีความเข้มแข็งอย่างรอบด้าน อุทิศผลงานใหม่ ๆ ให้กับการฟื้นฟูประชาชาติจีนที่ยิ่งใหญ่