โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BEM ต่างชาติหันโฟกัส เงินสดแกร่ง-สตอรี่ดัน

ทันหุ้น

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#BEM #ทันหุ้น – BEMเริ่มอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนสถาบันและกองทุนต่างชาติ หลังโบรกเกอร์หลายแห่งให้น้ำหนักปัจจัยหนุนใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนโยบายตั๋วร่วม ความคืบหน้าโครงการทางด่วน Double Deck และโอกาสรับงานโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ชูเป็นหุ้นดีเฟนซีฟ พื้นฐาน โดดเด่นจากฐานรายได้ประจำที่แข็งแกร่ง

แหล่งข่าวจากวงการตลาดทุนเปิดเผยว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กำลังเปลี่ยนสถานะจากหุ้นที่ต่างชาติให้น้ำหนักไม่มากก่อนหน้านี้ มาเป็นหนึ่งในหุ้นที่กองทุนต่างชาติเริ่มกลับมาติดตาม โดย ปัจจุบันมีกองทุนต่างชาติหลายรายติดต่อขอข้อมูลโดยตรงกับทางบริษัทอย่างต่อเนื่อง

“การที่กองทุนต่างชาติทยอยติดต่อขอข้อมูลจาก BEM หลายรายในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อ Sentiment การลงทุน เนื่องจากในอดีต BEM ไม่ใช่หุ้นที่อยู่ในโฟกัสของนักลงทุนต่างชาติ แต่ปัจจุบันเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น จากจุดเด่นด้านกระแสเงินสดที่มั่นคงและปัจจัยหนุนใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง” แหล่งข่าวกล่าว

@Defensive Growth

ในภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน นักลงทุนต่างชาติเริ่มมองหาหุ้นที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ กำไรไม่ผันผวน และมีรายได้อิงการบริโภคในประเทศมากกว่าการส่งออก “ทันหุ้น” จึงรวบรวมปัจจัยพื้นฐานของ BEM เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใดหุ้นที่เคยอยู่นอกเรดาร์ของนักลงทุนต่างชาติ จึงเริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของกองทุนต่างชาติในครั้งนี้

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BEM กลับมาเป็นหุ้นเด่นของครึ่งปีหลัง เนื่องจากเป็นหุ้นเชิงรับที่มีศักยภาพเติบโต (Defensive Growth) รายได้หลักมาจากธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า ซึ่งสร้างกระแสเงินสดประจำ (Recurring Income) ทำให้กำไรมีเสถียรภาพ และได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกค่อนข้างจำกัด

ทั้งนี้หากรัฐบาลดำเนินโครงการระบบตั๋วร่วม และเริ่มใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยให้จำนวนผู้โดยสาร มีโอกาสเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันปัจจัยหนุนการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เป็นต้นไปคือ โครงการทางด่วน 2 ชั้น (Double Deck) ซึ่งถือเป็น Upside สำคัญ เพราะหากมีความคืบหน้าหรือได้ข้อสรุป จะเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้ BEM จากโอกาสรับสัมปทานใหม่และการขยายสินทรัพย์ อีกทั้งยังมีโอกาสเข้าเจรจาสัญญาเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, รวมถึงการรับงานขยายระบบรถไฟฟ้าในอนาคต

ขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศยังคงทรงตัวระดับต่ำเป็น “บวก” กับ BEM เนื่องจาก BEM มีภาระหนี้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง ต้นทุนทางการเงินจะลดลง ช่วยหนุนกำไรสุทธิ ขณะเดียวกันบริษัทเคยได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิต ซึ่งเอื้อต่อการรีไฟแนนซ์ต้นทุนต่ำลงอีก คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.86 บาท

คาดโค้งสองกำไรโต

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์เราคาดว่ากำไรงวดไตรมาส 2/2569 ของ BEM จะอยู่ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 15% เทียบไตรมาสก่อน (QoQ) รายได้จากธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้าคาดว่าจะเติบโต 1% YoY ขณะที่รายได้จากธุรกิจบริการอาจลดลง 15% YoY ตามการใช้จ่ายด้านโฆษณาที่อ่อนตัวลง

พร้อมกันนี้คาดการณ์กำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ที่ 1.88 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY และคิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 3.83 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY

Valuation ยังน่าสนใจ

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BEM พร้อมราคาเป้าหมาย 8.20 บาท แม้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังมุมมองว่า BEM เป็นหุ้นที่มี Valuation น่าสนใจ (Value Play) เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโควิด ขณะที่บริษัทมีโอกาสได้รับประโยชน์จากโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ที่อยู่ในช่วง 17-45 บาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ และลดความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียสัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก

นอกจากนี้ โครงการ ทางด่วนยกระดับสองชั้น (Double Deck) หากได้รับการอนุมัติและ BEM ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินโครงการ จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับราคาเป้าหมายอีกประมาณ 1 บาทต่อหุ้น

ด้านปัจจัยพื้นฐาน ปริมาณผู้ใช้บริการเดือนมิถุนายน 2569 สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกของทั้งธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า โดยในไตรมาส 2/2569 ปริมาณใช้บริการทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.08 ล้านเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 0.1% YoY ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 394,000 เที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 2.1% YoY

สำหรับช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ปริมาณใช้บริการทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น0.9% YoY และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 411,000 เที่ยว/วัน เพิ่มขึ้น 2.1% YoY จึงคงประมาณการกำไรปี 2569 เติบโต3.4% YoY แตะ3,910 ล้านบาท โดยตั้งสมมติฐานปริมาณใช้บริการทางด่วนเติบโต 0% และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าเติบโต 3% ขณะที่การวิเคราะห์ Sensitivity พบว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของปริมาณใช้บริการทางด่วน 1% จะช่วยเพิ่มกำไรจากประมาณการปี 2569 ราว1.2%

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...