โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวียดนาม-ฟิลิปปินส์ขยับสู่รายได้ปานกลางระดับสูง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ธนาคารโลกเลื่อนสถานะ “เวียดนาม-ฟิลิปปินส์” สู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง เทียบเท่าไทย

ธนาคารโลกขยับสถานะ “เวียดนาม” และ “ฟิลิปปินส์” ขึ้นสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง (upper-middle-income) ซึ่งเป็นระดับที่เท่ากับ “ไทย” หลังจากที่เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายปี ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ปัจจุบัน เขตเศรษฐกิจหลักทั้ง 5 ของอาเซียน ซึ่งรวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลางระดับสูงหรือสูงกว่านั้น

ทั้งนี้ เวียดนามถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับต่ำ (lower-middle-income) มาตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่ฟิลิปปินส์อยู่ในกลุ่มนี้มาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980

ธนาคารโลกหยิบยกรูปแบบการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก และการเติบโตแบบกระจายตัว (broad-based expansion) ของฟิลิปปินส์ ซึ่งสะท้อนถึงประโยชน์จากการเติบโตในทุก ๆ อุตสาหกรรมหลัก ไม่ใช่เติบโตเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบเศรษฐกิจ

โดยรายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) ของเวียดนามแตะระดับ 4,970 ดอลลาร์ และฟิลิปปินส์อยู่ที่ 4,850 ดอลลาร์ ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ของธนาคารโลกที่ใช้วัดกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงที่ 4,636 ดอลลาร์

สำหรับประเทศอื่น ๆ นอกอาเซียนที่ขยับสู่กลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ได้แก่ จอร์แดน ไมโครนีเซีย และศรีลังกา ด้านสาธารณรัฐโตโกขยับจากประเทศรายได้ต่ำ สู่ประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2530 สัดส่วนของประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำลดลงจากที่เคยสูงถึงร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 11

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...